ครอบครัวชาวญี่ปุ่นรำลึก 38 ปีโศกนาฎกรรมเครื่องบินตก

โตเกียว 12 ส.ค. – สมาชิกในครอบครัวและเพื่อน ๆ ของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายจากเหตุเครื่องบินโดยสารของสายการบินเจแปนแอร์ไลน์ หรือ เจเอแอลตกจนทำให้ผู้โดยสารและลูกเรือ 520 เสียชีวิตร่วมรำลึกวาระครบรอบ 38 ปีของโศกนาฎกรรมครั้งนี้ซึ่งถือเป็นอุบัติเหตุทางเครื่องบินที่ร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งในโลก


สำนักข่าวเกียวโด รายงานว่า บรรดาญาติมิตรของเหยื่อเครื่องบินตกฝ่าอากาศที่ร้อนจัดปีนขึ้นเขาไปยังจุดที่เครื่องบินโบอิ้ง 747 ตก ที่บริเวณหุบเขาโอสุทากะ จังหวัดกุนมะ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงโตเกียว เพื่อไปสักการะที่อนุสรณ์สถานและแผ่นป้ายชื่อผู้เสียชีวิต สำหรับในช่วงเย็นวันนี้จะมีพิธีรำลึกถึงผู้เสียชีวิตที่จะจัดขึ้นที่บริเวณเชิงหุบเขาในหมู่บ้านที่ชื่ออูเอโนะ หลังจากที่มาตรการจำกัดการรวมตัวกันเพื่อป้องกันการระบาดของโควิด-19 ในปี 2020 ถูกยกเลิกไปแล้ว

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 1985 เครื่องบินโดยสารของเจเอแอล เที่ยวบินที่ 123 จากกรุงโตเกียวไปยังเมืองโอซากา ตกในบริเวณภูเขาหลังจากออกเดินทางได้ 40 นาที ในจำนวนผู้โดยสารทั้งหมด 524 คน มีผู้รอดชีวิตเพียง 4 คน นับเป็นอุบัติเหตุทางการบินที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตในอากาศยานลำเดียวที่มากที่สุดในโลก ในปี 1987 คณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุทางอากาศของญี่ปุ่น ได้สรุปสาเหตุไว้ว่า เกิดจากการซ่อมแซมบริเวณแผงกั้นปรับความดันอากาศท้ายเครื่อง ไม่เป็นไปตามขั้นตอนและมาตรฐาน เมื่อแผงกั้นปรับความดันอากาศระเบิดออก ทำให้ระบบไฮดรอลิกควบคุมเครื่องทั้งสี่ระบบไม่ทำงาน.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

นายกฯ เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัยตึก สตง.ถล่ม

นายกรัฐมนตรี เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัย ค้นหาผู้สูญหายเหตุตึก สตง.ถล่ม พร้อมสอบถามถึงอุปสรรคในการทำงานและความต้องการเพิ่มเติม

ปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

รองผู้ว่าฯ กทม. เผยยอดผู้เสียชีวิตเหตุตึกถล่ม ที่ผ่านการพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว อยู่ที่ 16 ราย และอยู่ระหว่างการค้นหาอีก 78 ราย พร้อมแจงปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

นายกรัฐมนตรี วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2568 ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า