ทำเนียบฯ 20 ธ.ค.-รมว.กระทรวงการต่างประเทศ ระบุ การดูแลความปลอดภัยสถานทูตอย่างเข้มงวด เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว หลังทูตรัสเซียประจำตุรกี ถูกยิงเสียชีวิต ขณะเดียว ไม่มั่นใจว่ากระทรวงการต่างประเทศจะถูกกลุ่มแฮกเกอร์โจมหรือไม่
นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ กล่าวถึงการดูแลความปลอดภัยสถานทูตไทยในแต่ละประเทศ หลังนายอันเดร คาร์ลอฟ เอกอัครราชทูตรัสเซีย ประจำตุรกี ถูกยิงเสียชีวิต ระหว่างกล่าวเปิดงานแสดงศิลปะในกรุงอังการา ประเทศตุรกี ว่า เรื่องการดูแลความปลอดภัยสถานทูตในแต่ละประเทศนั้น เป็นเรื่องปกติ เนื่องจากบางสถานที่เป็นเหมือนป้อมปรากาฬ แม้กระทั่งสถานทูตในประเทศไทย จะมีการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดมากกว่าในทำเนียบรัฐบาล ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติของทุกประเทศจะดูแลสถานทูตอย่างเข้มงวด เพราะสถานที่สำคัญของแต่ละประเทศ ต้องรักษาความปลอดภัยเข้มงวดมาก ขณะเดียวกัน ประเทศที่เป็นคู่ขัดแย้งจะดูแลอย่างไรนั้น ตนเห็นว่าหากเป็นประเทศคู่ขัดแย้งโดยตรง เจ้าของบ้านจะจัดตำรวจและเจ้าหน้าที่มาดูแล ถือว่าเป็นมาตรฐานสากลที่เจ้าของประเทศจะต้องดูแลแขกและดูแลความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ หากยังคงความสัมพันธ์ที่มีสถานทูตอยู่ ก็ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ
นายดอน กล่าวอีกว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องการแบ่งงานรัฐมนตรีใหม่ 12 คน แต่เป็นที่รู้กันในระดับกระทรวงว่าต้องมีการมาพูดคุยกันก่อนในกระทรวง ซึ่งตามปกตินั้น นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ทำงานร่วมกันอยู่แล้วเมื่อครั้งเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรี
นายดอน ยังกล่าวถึงกรณีเครือข่ายพลเมืองต่อต้านซิงเกิลเกตเวย์ ประกาศเคลื่อนไหวแฮกระบบคอมพิวเตอร์หน่วยงานรัฐ ว่า ตนไม่สามารถมั่นใจได้ว่าเว็บไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศจะไม่ถูกโจมตี เพราะแม้จะมีคนเก่งอยู่ในกระทรวง แต่ก็ยังมีคนที่เก่งกว่า
“เรื่องของไซเบอร์สามารถทำอะไรที่ไหนก็ได้ ต้องไปดูว่าจะทำเพื่อประโยชน์อะไร อีกทั้งคนที่จะโจมตีเว็บไซต์รัฐบาลก็พูดไว้ว่าจะยกเว้นเพียงกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการเท่านั้น” นายดอน กล่าว.-สำนักข่าวไทย