ผู้ว่าฯ “ณรงค์” เร่งเดินเครื่องพัฒนาภูเก็ต

ภูเก็ต 23 มิ.ย.- ผู้ว่าฯ ภูเก็ต สานการทำงานเต็มที่พัฒนาเมือง หลังย้ายมาจากชัยภูมิ เข้าพบ ผบ.ทรภ.3 เดินหน้าต่อจัดระบบฐานข้อมูลทางน้ำ ด้าน ทรภ.3 พร้อมสนับสนุนภูเก็ตฟื้นฟูการท่องเที่ยวหลังโควิด-19




วันนี้ (23 มิ.ย.) นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมนายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าพบพลเรือโท เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ในฐานะผู้อำนวยศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ภาค 3  ที่กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 หลังจากนายณรงค์ ย้ายมาจากผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ มารับตำแหน่งผู้ว่าฯ ภูเก็ตคนใหม่ เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา แทนนายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ไปเป็นผู้ว่าฯ เพชรบุรี

นายณรงค์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาผู้ว่าฯ ภัคพงศ์ ได้ประสานการทำงานกับทัพเรือภาคที่ 3 เป็นอย่างดียิ่งอยู่แล้ว เมื่อมาทำหน้าที่จึงต้องสานต่อความสัมพันธ์ระหว่างกัน ซึ่งภาคราชการทุกหน่วยงานต้องผนึกกำลังแก้ไขปัญหาร่วมกันให้กับประชาชนต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน พัฒนาความสัมพันธ์ให้มากขึ้นเพื่อลดช่องว่างตามระบบราชการได้

“อันดับแรก คือ  ต้องรู้จักกัน รู้อะไรไม่สู้รู้จักกัน ทำให้ใจถึงใจเกิดขึ้นอย่างกระชับมั่น ร่วมกันแก้ปัญหาที่ประชาชนเผชิญอยู่ควบคู่กับการพัฒนาจะต้องไปได้ด้วยดี”


นายณรงค์ กล่าวอีกว่า ทัพเรือภาคที่ 3 สามารถช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ ในภูมิภาคได้ดี ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล การจัดทำระบบฐานข้อมูลบุคคล ทางน้ำจะต้องพัฒนาระบบฐานข้อมูลบุคคลให้ดีขึ้นเป็นสำคัญโดยต้องจัดวางระบบข้อมูลเข้าด้วยกัน เมื่อเกิดภัยต่าง ๆ จะได้ช่วยกันแก้ปัญหาได้ ส่วนทางบก ทางอากาศ มีการจัดทำระบบดีแล้ว ดังนั้น จะต้องขอรวมพลังจากทุกฝ่ายช่วยกัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ภูเก็ตเข้มแข็งสดใสขึ้นมาได้ ทางจังหวัดภูเก็ตขอขอบคุณทัพเรือภาคที่ 3 เป็นอย่างมาก จากนี้จะเดินหน้าการทำงานเพื่อการพัฒนาและเพื่อประชาชนอย่างเต็มที่

พลเรือโทเชิงชาย กล่าวว่า นอกจากภารกิจหน้าที่ในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลแล้ว ศรชล.ภาค 3 ทำงานร่วมกับ ศรชล.จังหวัด อย่างแข็งขันหลายด้าน รวมถึงการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 การป้องกันแรงงานต่างชาติลอบเข้ามาในพื้นที่ ปัญหาของเถื่อน ยาเสพติด และมีศูนย์บรรเทาสาธารณภัยทัพเรือภาคที่ 3 ที่มีความพร้อมให้การช่วยเหลือประชาชน.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

หนุ่ม 31 ซิ่งเก๋งชนไรเดอร์ดับคาที่ หลังมีปากเสียงเรื่องขับเฉี่ยวชน

หนุ่มไทยเชื้อสายอินเดีย ลูกเจ้าของร้านขายผ้าซิ่งเก๋งชนไรเดอร์ดับ ริมถนนสุขุมวิท หลังมีปากเสียงเรื่องขับรถเฉี่ยวไม่ลงมาเจรจา

พ่อพาญาติเยี่ยมลูกชายลูกครึ่งอินเดีย ขับรถชนไรเดอร์ดับ

พ่อพาญาติเยี่ยมลูกชายลูกครึ่งอินเดีย ที่หัวร้อนขับรถชนไรเดอร์ดับคาที่กลางสุขุมวิท เมื่อวานนี้ พร้อมไหว้ขอสื่อ อย่ามายุ่งกับครอบครัว

จำคุกทนายเดชา

ศาลสั่งจำคุก 1 ปี “ทนายเดชา” ปมไลฟ์หมิ่น “อ.อ๊อด”

ศาลสั่งจำคุก 1 ปี “ทนายเดชา” คดีหมิ่น “อ.อ๊อด” ปรับ 1 แสนบาท ปมไลฟ์ด่าเสียหาย ให้รอลงอาญา โจทก์เตรียมอุทธรณ์ต่อ ขอให้ติดคุกจริง

ศาลให้ประกันหนุ่มลูกครึ่งอินเดียหัวร้อนขับรถไล่ชนไรเดอร์ดับ

ครอบครัวไรเดอร์ที่ถูกหนุ่มลูกครึ่งอินเดียหัวร้อนขับรถไล่ชนเสียชีวิต กอดกันร้องไห้รับร่างและรดน้ำศพ ด้านศาลให้ประกันตัวผู้ต้องหา วงเงิน 600,000 บาท ติดกำไล EM-ห้ามออกนอกประเทศ

ข่าวแนะนำ

สมรสเท่าเทียม

นายกฯ ส่งคลิปสารร่วมยินดีกฎหมายสมรสเท่าเทียมบังคับใช้

“แพทองธาร” นายกฯ ส่งคลิปสารร่วมแสดงความยินดีกฎหมายสมรสเท่าเทียมบังคับใช้ ขอบคุณทุกภาคส่วนผ่านการต่อสู้กับอคติกว่า 2 ทศวรรษ ทำให้ ทุกตารางนิ้วของประเทศไทยโอบรับความหลากหลาย และเท่าเทียม

จำคุกสมรักษ์คำสิงห์

ศาลสั่งคุก 2 ปี 13 เดือน 10 วัน “สมรักษ์” พยายามข่มขืนสาววัย 17

ศาลจังหวัดขอนแก่น พิพากษาจำคุก “สมรักษ์ คำสิงห์” อดีตนักมวยฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิก เป็นเวลา 2 ปี 13 เดือน 10 วัน พร้อมชดใช้ค่าสินไหมทดแทนรวม 170,000 บาท คดีพยายามข่มขืนเด็กสาววัย 17 ปี

คึกคัก คู่รักจูงมือกันไปจดทะเบียนวันแรกกฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผล

วันนี้กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลใช้บังคับอย่างเป็นทางการ หลายคู่รักควงแขนไปจดทะเบียนสมรสกันชื่นมื่น ที่สยามพารากอน มีคู่รักที่ลงทะเบียนมาจดทะเบียนสมรสที่นี่กว่า 300 คู่

ฝุ่น กทม.

คนกรุงจมฝุ่นต่อเนื่อง เช้านี้อยู่ระดับสีแดง 21 พื้นที่

กทม. อ่วมหนัก ฝุ่น PM 2.5 พุ่งต่อเนื่อง อยู่ระดับสีแดง ผลกระทบต่อสุขภาพ 21 พื้นที่ ย้ำสวมหน้ากากอนามัยขณะอยู่นอกอาคาร และงดกิจกรรมกลางแจ้ง