BIG STORY : รื้อหลักฐานเก่า ไขคดีฆ่าเซลส์สาวถ่วงน้ำ

สระบุรี 12 ธ.ค. – เกาะติดคดีฆาตกรรมเซลส์สาวถ่วงน้ำที่ จ.สระบุรี ซึ่งเมื่อ 3 ปีก่อน ตำรวจเคยเข้าค้นบ้านและสอบสวนเจ้าของโรงงาน หลังญาติแจ้งความคนหายไว้ วันนี้มีการนำสำนวนนี้มาตรวจสอบพยานหลักฐานที่เคยทำไว้กว่า 30 ชิ้น ขณะที่ญาติสนิทเผยวันที่เจอรถยนต์และศพ เจ้าของโรงงานผลิตปุ๋ยโทรมาถามทำนองว่าเจอจริงหรือไม่


ปลายสายของโทรศัพท์ที่สำนักข่าวไทยพยายามติดต่อ คือเจ้าของโรงงานผลิตปุ๋ยที่กำลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมอำพราง น.ส.กลิ่นเกสร วงษ์สิงห์ หรือ ต่อ วัย 33 ปี แต่เจ้าของหมายเลขนี้ไม่รับสาย เมื่อพยายามโทรติดต่ออีกครั้งก็เป็นเหมือนเดิม


เจ้าของโรงงานผลิตปุ๋ยเคยถูกพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรพระพุทธบาท เรียกสอบปากคำ ตอนที่ น.ส.กลิ่นเกสร หายไปใหม่ๆ เมื่อปลายปี 2559 ผู้เป็นแม่แจ้งความคนหายไว้ที่สถานีตำรวจแห่งนี้ และมีรายงานการติดตามคดีครั้งนั้นถึงขั้นได้เข้าค้นบ้านพักหลังใหญ่ในโรงงานผลิตปุ๋ย อันเป็นสถานที่สุดท้ายที่ น.ส.กลิ่นเกสร บอกกับคนรอบตัวว่าจะเข้าไปนอนที่บ้านในโรงงานคืนวันที่ 11 พ.ย.2559 และหายไปในคืนนั้น เมื่อไปถามหา เจ้าของโรงงานผลิตปุ๋ยได้นำภาพวงจรปิดมายืนยันว่า น.ส.กลิ่นเกสรขับรถออกไปตั้งแต่ตี 03.06 น. 


จุดพบรถยนต์และโครงกระดูกของ น.ส.กลิ่นเกสร ที่คลองชลประทาน ชัยนาท-ป่าสัก ต.หนองโป่ง อ.หนองโดน ห่างจากโรงงานผลิตปุ๋ย ต.ขุนโขลน อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี 12 กิโลเมตร 

ทำให้ตอนนี้คดีของ น.ส.กลิ่นเกสร แยกเป็น 2 คดี คือคดีคนหายเมื่อปลายปี 2559 ของ สภ.พระพุทธบาท และคดีฆาตกรรม หลังการพบศพถูกถ่วงน้ำพร้อมรถยนต์ของ สภ.หนองโดน

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี เปิดเผยภายหลังเรียกประชุมตำรวจที่เกี่ยวข้องทั้งสองคดีที่ สภ.พระพุทธบาท ว่า การสืบสวนตอนนี้ให้น้ำหนักที่เรื่องชู้สาว แต่คดีเกิดขึ้นนาน จึงไม่ง่ายที่จะหาพยานหลักฐาน มามัดตัวผู้กระทำผิด ตอนนี้ให้นำคดีเก่าคือคดีคนหายที่ญาติแจ้งความไว้ หลัง น.ส.กลิ่นเกสร หายตัวไปเมื่อปี 2559 มาดูใหม่ พบว่ามีการสอบปากคำพยานไว้หลายปาก รวมถึงเจ้าของโรงงานผลิตปุ๋ย อีกทั้งยังเคยเข้าค้นบ้านในโรงงานผลิตปุ๋ย ได้หลักฐานต่างๆ กว่า 30 รายการ ซึ่งจะต้องตรวจสอบใหม่ทั้งหมด

การหายตัวไปของ น.สงกลิ่นเกสร เมื่อปี 2559 และมาพบศพ 3 ปีให้หลัง ญาติสนิทคนหนึ่งบอกว่า ก่อนหายตัวไป 1 สัปดาห์ น.ส.กลิ่นเกสร เคยเล่าให้ฟังว่า กำลังมีปัญหากับเจ้าของโรงงานผลิตปุ๋ยอย่างรุนแรง เนื่องจากความหึงหวง ถึงขั้นถูกส่งคนสะกดรอย และเจ้าของโรงงานผลิตปุ๋ยเคยขู่ไว้ว่า เขาฆ่าคนก็ไม่ติดคุก จน น.ส.กลิ่นเกสร เคยคิดหนีไปอยู่ที่อื่น

ส่วนญาติสนิทคนนี้ บอกว่า เคยขับรถจากสระบุรีไปชัยนาท กับ น.ส.กลิ่นเกสร ถูกรถกระบะตามสะกดรอยไปจนถึงชัยนาท คาดน่าจะเป็นลูกน้องเจ้าของโรงงานผลิตปุ๋ยที่ถูกส่งมาสะกดรอย อีกทั้งในวันเจอรถยนต์และศพของ น.ส.กลิ่นเกสร เจ้าของโรงงานผลิตปุ๋ยโทรศัพท์เข้ามาที่โทรศัพท์ของแม่ น.ส.กลิ่นเกสร แต่เธอเป็นคนรับสาย คำพูดที่โทรมาทำนองว่า โทรมาตรวจสอบว่าจริงหรือไม่ แล้วก็วางสาย ไม่ติดต่อมาอีก และไม่มาดูศพเลย

น.ส.กลิ่นเกสร หายไป 3 ปีกว่า พยานหลักฐานในคดีนี้เลือนรางตามกาลเวลา แต่สภาพรถยนต์ และโครงกระดูกที่พบในรถยนต์ บ่งชี้จะเป็นการฆาตกรรมอำพราง ไม่ว่าจะเป็นศพที่อยู่เบาะหลัง ผ้าที่ใช้ห่อศพที่มีปมมัดด้านศีรษะ ผ้าเทปพันเป็นวงกลมเสื้อนอนสายเดี่ยว และกางเกงชั้นใน ไม่มีกางเกงนอก อีกทั้งเกียร์รถยนต์ที่อยู่ตำแหน่งกลาง คาดว่าจะอยู่ในตำแหน่งเกียร์ N หรือเกียร์ D แต่กู้ภัยดันเกียร์ไว้ที่ตำแหน่ง Pเพื่อการดึงรถขึ้น

พยานหลักฐาน พฤติกรรมของผู้เกี่ยวข้อง และสถานที่สุดท้ายที่ น.ส.กลิ่นเกสร ไปนอนในคืนที่หายไป ญาติมั่นใจว่าใครเป็นคนฆาตกรรมเธอ แต่ก็กลัวว่าคดีนี้จะถึงทางตัน ด้วยพยานหลักฐานที่สูญสลายไปตามกาลเวลา และความที่ผู้ต้องสงสัยเป็นผู้มีฐานะ ชื่อเสียงใน จ.สระบุรี รู้จักข้าราชการระดับสูงหลายคน. – สำนักข่าวไทย 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

BIG STORY : เปิดใจแม่เซลส์สาวกลายเป็นศพ หลังหายตัว 3 ปี

ตา-ยายเซลส์สาวถูกฆ่า เชื่อเสี่ยคนสนิทมีส่วนรู้เห็น

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

Trump signs order on new tariffs

สหรัฐเริ่มแล้วเก็บภาษี 10% สินค้านำเข้าจากทั่วโลก

วอชิงตัน 6 เม.ย.- ศุลกากรสหรัฐเริ่มมาตรการเก็บภาษีในอัตราร้อยละ 10 กับสินค้านำเข้าทั้งหมดจากทั่วโลกแล้วตั้งแต่วันเสาร์ตามเวลาสหรัฐ ก่อนที่จะเก็บภาษีเพิ่มกับแต่ละประเทศในสัปดาห์หน้า อัตราภาษีพื้นฐานร้อยละ 10 มีผลกับสินค้าทั้งหมดที่นำเข้าสหรัฐผ่านด่านทางทะเล ทางอากาศ และโกดังของศุลกากรตั้งแต่เวลา 00.01 น.วันที่ 5 เมษายน 2568 ตามเขตเวลาตะวันออก ตรงกับเวลา 11.01 น.วันเดียวกันตามเวลาไทย อย่างไรก็ดี สินค้าที่ถูกลำเลียงแล้วหรืออยู่ระหว่างขนส่งเข้าสหรัฐก่อนเวลาดังกล่าวจะได้รับการผ่อนผันไม่ถูกเก็บภาษีร้อยละ 10 โดยต้องมาถึงสหรัฐภายในวันที่ 27 พฤษภาคมหรือภายใน 51 วัน ส่วนภาษีที่สหรัฐจะเรียกเก็บเพิ่มจากแต่ละประเทศในอัตราที่แตกต่างกัน มีตั้งแต่ร้อยละ 11 ไปจนถึงร้อยละ 50 จะเริ่มมีผลตั้งแต่เวลา 00.01 น.วันที่ 9 เมษายน 2568 ตามเขตเวลาตะวันออก ซึ่งขณะนี้ช้ากว่าไทย 11 ชั่วโมงเนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูร้อน โดยไทยจะถูกเรียกเก็บเพิ่มในอัตราร้อยละ 36 สำหรับสินค้าประมาณ 1,000 ประเภทที่ได้รับการยกเว้นจากมาตรการภาษีใหม่ของสหรัฐ เช่น ยา ยูเรเนียม เซมิคอนดักเตอร์ รัฐบาลสหรัฐกำลังพิจารณาเรื่องอัตราภาษีใหม่ที่จะใช้กับสินค้าเหล่านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ […]

ทีมกู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้เพิ่ม

วันที่ 9 ของภารกิจค้นหาผู้ติดค้างใต้ซากตึก สตง. เจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่ส่วนอื่นๆ นำกำลังเข้าพื้นที่ค้นหา ล่าสุดสามารถนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้เพิ่ม

นายกฯ ส่ง “พิชัย” รองนายกฯ บินด่วนเจรจาสหรัฐ

นายกฯ ออกแถลงการณ์ท่าทีไทยกับนโยบายการค้าของสหรัฐ ส่ง “พิชัย” รองนายกฯ บินด่วนเจรจาสหรัฐ ยันไทยไม่ใช่แค่ผู้ส่งออก แต่คือพันธมิตรและหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่เชื่อถือได้ในระยะยาว

ไทยตอนบนอากาศร้อน เตือนระวังพายุฤดูร้อน

กรมอุตุฯ รายงานไทยตอนบนอากาศร้อน เตือนระวังพายุฤดูร้อน ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง