ระวัง ‘แมงป่อง-ตะขาบ-งู’ สัตว์มีพิษมากับน้ำท่วม

สพฉ.16ก.ย.-สพฉ.เตือนประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม ระวังสัตว์มีพิษกัด พบ‘แมงป่อง-ตะขาบ-งู’ มากับน้ำท่วมมากที่สุด  พร้อมแนะวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น แต่หากแพ้รุนแรงให้รีบแจ้ง 1669 นำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที


จากสถานการณ์น้ำท่วมที่ยังมีอยู่ในหลายพื้นที่โดยเฉพาะพื้นที่ภาคอีสาน เช่น จ.อุบลราชธานี สถานการณ์น้ำท่วมยังมีปริมาณที่มากและนอกจากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)จะประสานในการดูแลประชาชนที่เจ็บป่วยฉุกเฉินในช่วงน้ำท่วมแล้ว ล่าสุดมีข้อแนะนำในการระวังภัยของสัตว์มีพิษและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นหากประชาชนถูกสัตว์มีพิษที่อาจมากับน้ำท่วมกัด


นพ.ไพโรจน์ บุญศิริคำชัย รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ยังน่าเป็นห่วง บางพื้นที่ไม่มีฝนตกแล้ว แต่ยังได้รับผลกระทบจากน้ำที่ยังท่วมขังในพื้นที่อยู่ ตนจึงอยากเตือนให้ประชาชนระวังสัตว์มีพิษที่มักมากับน้ำหรืออยู่กับน้ำ โดยสัตว์มีพิษที่ควรต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ คืองูพิษ ตะขาบ แมงป่อง  ซึ่งวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นหากถูก ‘แมงป่องกัด’ เบื้องต้นต้องทำความสะอาดบริเวณแผลที่ถูกกัดด้วยน้ำสะอาด และประคบเย็นครั้งละประมาณ 10 นาที เพื่อลดอาการบวมเฉพาะที่ ถ้ามีอาหารปวดสามารถกินยาพาราเซตามอลเพื่อระงับอาการปวดได้ 

ส่วนการปฐมพยาบาลเบื้องต้นหากถูก ‘ตะขาบกัด’ ให้ล้างแผลที่ถูกกัดให้สะอาด กินยาพาราเซตามอลแก้ปวด ให้ยาหม่องทาบางๆเบาๆ ไม่กดนวด ตรงบริเวณที่ถูกกัด และหากมีอาการปวดมากให้ใช้น้ำอุ่นประคบที่แผลประมาณ 20 นาที ซึ่งการถูกสัตว์ทั้งสองชนิดกัดหากปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้วมีอาการแพ้รุนแรง เช่น บวมบริเวณใบหน้า หายใจลำบาก แน่นหน้าอก หน้ามืดเวียนศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน ช็อคหมดสติ ให้รีบโทรสายฉุกเฉิน 1669 เพื่อนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที  


รองเลขาธิการสถาบันการแทพย์ฉุกเฉิน กล่าวว่า นอกจากแมงป่องและตะขาบแล้ว ‘งูพิษ’ ก็เป็นสัตว์ที่น่ากลัวที่สุดอีกชนิดหนึ่งที่มากับน้ำ โดยงูจะแฝงตัวอยู่ในพื้นที่รกและชื้นแฉะ ซึ่งข้อมูลจากสถานเสาวภา สภากาชาดไทย ระบุว่า งูพิษที่พบมากที่สุดในประเทศไทย คือ 1.งูพิษที่มีผลต่อระบบประสาท ได้แก่ งูเห่าไทย งูเห่าพ่นพิษสยาม  งูจงอาง งูสามเหลี่ยม และงูทับสมิงคลา โดยพิษของงูจะทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง และเป็นอัมพาต จะเริ่มจากกล้ามเนื้อมัดเล็ก ไปจนถึง กล้ามเนื้อมัดใหญ่และสุดท้ายจะเป็นทั้งตัว อาการแรกเริ่ม คือหนังตาตก ผู้ป่วยลืมตาไม่ขึ้น ซึ่งมักถูกเข้าใจผิดๆ ว่าผู้ป่วยง่วงนอน ต่อมาจะเริ่มกลืนน้ำลายลำบาก พูดอ้อแอ้ และหยุดหายใจ เสียชีวิต

2.งูพิษที่มีผลต่อระบบเลือด ได้แก่ งูแมวเซา ซึ่งหากถูกกัด จะมีอาการปวดบวมบริเวณรอบแผลเล็กน้อยและงูกะปะ หากถูกกัดจะพบตุ่มน้ำเลือด  และมีเลือดออกจากแผลที่ถูกกัด ส่วนกรณีงูเขียวหางไหม้ จะมีอาการบวมบริเวณที่ถูกกัด และลามขึ้นค่อนข้างมาก เช่น ถูกกัดบริเวณนิ้วมือ แต่บวมทั้งแขน นอกจากนี้จะมีอาการช้ำเลือด และพิษของงูจะไปทำให้เลือดในร่างกายไม่แข็งตัว เลือดออกไม่หยุดหรือมีเลือดออกในทางเดินอาหาร เลือดออกในสมอง  ปัสสาวะมีเลือดปน เลือดออกตามไรฟัน  หรือพบภาวะไตวายเฉียบพลันร่วมด้วยได้ และ 3.งูพิษที่มีผลทำลายกล้ามเนื้อ ได้แก่ งูทะเล จะทำให้ปวดกล้ามเนื้อทั่วตัว ปัสสาวะมีสีเข้มจนถึงสีดำ ปัสสาวะออกน้อยเนื่องจากมีภาวะไตวายเฉียบพลัน อาจมีหัวใจหยุดเต้นจากภาวะโพแทสเซียมคั่งในเลือด

นพ.ไพโรจน์ กล่าวว่า หากพบเห็นผู้ถูกงูพิษเหล่านี้กัด เมื่อตรวจสอบแล้วว่าเป็นงูพิษให้รีบโทรแจ้งสายฉุกเฉิน1669 เพื่อขอความช่วยเหลือทางการ แพทย์ จากนั้นให้ทำการปฐมพยาบาลตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่  โดยต้องรีบล้างแผลให้สะอาด ห้ามกรีดบาดแผลหรือดูดเลือดออกจากแผลเด็ดขาด เนื่องจากเป็นความเข้าใจผิดและอาจจะทำให้ผู้เข้าช่วยเหลือจะได้รับพิษไปด้วยหากมีบาดแผลในช่องปาก 

นอกจากนี้ห้ามกินยาที่มีส่วนผสมของแอสไพริน เพราะจะไปเสริมฤทธิ์ให้พิษงูทำงานเร็วยิ่งขึ้น และควรจัดให้ผู้ถูกงูพิษกัดอยู่ในท่าที่สบายนอนนิ่งๆ และเคลื่อนไหวให้น้อยที่สุดใช้ผ้ายืดหรือหาผ้าสะอาดพันรอบอวัยวะส่วนที่ถูกกัดให้กระชับ โดยพันจากส่วนปลายขึ้นมาจนสุดบริเวณอวัยวะถูกกัด แล้วทำการดามด้วยของแข็งเพื่อลดการเคลื่อนไหวของอวัยวะบริเวณที่ถูกกัด แล้วรีบนำส่งสถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ที่สำคัญไม่ควรปฐมพยาบาลด้วยการขันชะเนาะ เพราะหากทำผิดวิธีจะยิ่งทำให้ผู้ป่วยมีอันตรายมากยิ่งขึ้น และหากผู้ป่วยฉุกเฉินหยุดหายใจจะต้องรีบทำการฟื้นคืนชีพ หรือ CPR ทันที 

ส่วนวิธีป้องกันไม่ให้สัตว์มีพิษเหล่านี้เข้าบ้านในช่วงเวลาน้ำท่วม ในส่วนงู นั้น หากมีปูนขาวก็สามารถนำมาโรยรอบบริเวณที่อยู่อาศัยหรือบริเวณที่หนีภัยจากน้ำท่วมก็จะสามารถป้องกันงูได้ ส่วนตะขาบและแมงป่องมักชอบอยู่อาศัยและซุกตัวอยู่ในที่อับชื้นและรก  หากจำเป็นต้องเข้าไปในที่รกร้างอับชื้นควรแต่งกายให้มิดชิด สวมรองเท้าบู๊ทและใช้ไม้ตีตามจุดต่างๆ เพื่อให้สัตว์เหล่านั้นตกใจหนีไป.-สำนักข่าวไทย 

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

นายกฯ เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัยตึก สตง.ถล่ม

นายกรัฐมนตรี เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัย ค้นหาผู้สูญหายเหตุตึก สตง.ถล่ม พร้อมสอบถามถึงอุปสรรคในการทำงานและความต้องการเพิ่มเติม

ปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

รองผู้ว่าฯ กทม. เผยยอดผู้เสียชีวิตเหตุตึกถล่ม ที่ผ่านการพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว อยู่ที่ 16 ราย และอยู่ระหว่างการค้นหาอีก 78 ราย พร้อมแจงปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

นายกรัฐมนตรี วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2568 ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า