กทม.25 ธ.ค.- สำนักงานศาลยุติธรรมและกรมคุมประพฤติ ซักซ้อมความเข้าใจศาลทั่วประเทศ เตรียมพร้อมนำ EM มาใช้กับผู้กระทำความผิดในระบบงานคุมประพฤติ
นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมและนายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ ร่วมประชุมซักซ้อมความเข้าใจกับศาลและสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศผ่านระบบการถ่ายทอดสัญญาณภาพและเสียง(Streaming) เพื่อเตรียมความพร้อมในการนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) มาใช้กับผู้กระทำความผิดในระบบงานคุมประพฤติ รองรับการบังคับใช้กฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 ที่แก้ไขเพิ่มเติม เกี่ยวกับเงื่อนไขการคุมความประพฤติตามที่ศาลมีคำสั่งพิพากษา และ พ.ร.บ.คุมประพฤติ พ.ศ. 2559 โดยกรมคุมประพฤติจะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๒ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) จำนวน 4,000 เครื่อง จะถูกนำมาใช้กับกลุ่มผู้กระทำความผิดในระบบงานคุมประพฤติ ได้แก่ ผู้ถูกคุมความประพฤติที่เป็นผู้ใหญ่ ตามมาตรา 56 ผู้ถูกคุมความประพฤติที่เป็นเด็กและเยาวชน ผู้ต้องขังที่ได้รับการพักการลงโทษ ลดวันต้องโทษจำคุก และผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์และผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด โดยมีเงื่อนไขในการคุมความประพฤติ เช่น ห้ามออกนอกเขตพื้นที่ที่กำหนด ห้ามเข้าเขตพื้นที่ที่กำหนด จำกัดความเร็ว หรือกำหนดเส้นทาง การนำ EM มาใช้สำหรับควบคุมผู้ถูกคุมความประพฤติ ถือเป็นมาตรการแทนการลงโทษจำคุก และให้โอกาสผู้กระทำผิดให้ได้ใช้ชีวิตกับครอบครัวได้อย่างปกติและยังสามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนและครอบครัว แต่ยังต้องพิสูจน์ตนเองในการปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างเคร่งครัดไม่หวนไปทำผิดซ้ำภายใต้การคุมความประพฤติอย่างเข้มงวด ขณะเดียวกันให้ครอบครัวได้มีส่วนช่วยในการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดในชุมชนอีกด้วย.-สำนักข่าวไทย