ม้าวัด! กินข้าวก้นบาตรแทนหญ้า

อ่างทอง 30 พ.ค.-วัดอื่นมีหมาวัด แมววัด แต่ที่จังหวัดอ่างทอง มีม้าวัด ไม่กินหญ้าแบบม้าทั่วไป หันมากินข้าวก้นบาตรพระ เหมือนสัตว์ตัวอื่นๆ ในวัด


หากใครได้ผ่านไปแถววัดไทรย์ ต.ป่างิ้ว อ.เมือง จ.อ่างทอง จะเห็นเจ้าสงกรานต์ ม้าเพศเมียอายุ 4 ปี ยืนอยู่ใต้ศาลาวัด เป็นม้าที่มีผู้ใจบุญไปไถ่ชีวิตมาขณะกำลังจะโดนฆ่า เพราะเป็นโรคเลือด ก่อนนำมาถวายวัด กลายเป็นม้าวัด ซึ่งเจ้าสงกรานต์ก็รู้จักปรับตัวให้เข้ากับสถานที่ กินง่ายอยู่ง่าย แม้ตามปกติจะเห็นม้ากินหญ้า แต่สำหรับเจ้าสงกรานต์ได้กินข้าวก้นบาตรเหมือนกับสัตว์ตัวอื่นๆ ที่มาอาศัยใบบุญของวัดอยู่ โดยหลังจากพระลั่นกลองฉันเพลในแต่ละวัน เจ้าสงกรานต์ พร้อมสุนัข แมวและไก่อีกกว่า 10 ตัว ต่างเตรียมตัวมารอกินข้าวก้นบาตร เมื่อนำอาหารใส่ถาดเรียบร้อยแล้ว แต่ละตัวก็จะเข้าประจำที่ของตนเองอย่างแสนรู้ และกินกันอย่างเอร็ดอร่อย ไปพร้อมกับสุนัขและไก่ แถมยังทำหน้าที่เก็บอาหารที่สุนัขและไก่กินเหลือ จนหมดเกลี้ยง


พระใบฎีกาปาฐพงศ์ วิสุทธสีโล เจ้าอาวาสวัดไทรย์ เล่าว่า ตอนแรกก็กินหญ้าตามปกติ แต่มาช่วงหลังๆ ก็หันมากินข้าวก้นบาตร ชอบกินข้าวเหมือนสุนัข ไก่ และสัตว์อื่นๆ ที่เลี้ยงอยู่ภายในวัด โดยเฉพาะข้าวกับขนมจะชอบมากเป็นพิเศษ บางทีกินอาหารที่มีรสเผ็ดจัดก็จะแลบลิ้นขอกล้วย ขอขนม เพื่อบรรเทาความเผ็ด จนเป็นที่รู้กันของพระทั้งวัด สร้างความแปลกใจให้กับผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก นอกจากชอบกินข้าวก้นบาตรพระแล้ว ยังแสนรู้ เรียกชื่อเมื่อใด จะวิ่งมาหาทันที จนเป็นที่รักของชาวบ้านทั้งเด็กและผู้ใหญ่.-สำนักข่าวไทย 


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

พ่อเลี้ยงล่วงละเมิด

“ต้นอ้อ” แฉพิรุธพ่อเลี้ยงปมคลิปเสียง-DNA ส่วนเด็กอาการดีขึ้น

“ต้นอ้อ” แฉพิรุธพ่อเลี้ยงปมคลิปเสียง-DNA เชื่อ แม่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แค่เชื่อผัวเพราะลูกเคยโกหก เผย ตอนแม่รู้ความจริงว่าใครทำลูกถึงกับร้องไห้โฮโผกอดลูก ส่วนเด็ก 10 ขวบอาการดีขึ้น แต่ต้องรักษาตัวอีกหลายสัปดาห์

งานแต่งธนกร

วิวาห์ชื่นมื่น “ธนกร-แคทลีน” คนดังการเมือง-นักธุรกิจ ร่วมยินดีครึกครื้น

งานวิวาห์ “ธนกร-แคทลีน” ชื่นมื่น คนดังการเมือง-นักธุรกิจ ร่วมยินดีครึกครื้น ด้าน “ทักษิณ” ไม่ได้มาร่วม แต่ส่งของขวัญแสดงความยินดี

ทรัมป์สั่งปลด

“ทรัมป์” สั่งปลดประธานคณะเสนาธิการร่วมตามแผนปรับปรุงกลาโหม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ออกคำสั่งในวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่นปลด พลอากาศเอก ซี. คิว. บราวน์ จูเนียร์ (Charles Quinton Brown Jr.) เป็นประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมของสหรัฐออกจากตำแหน่ง

ข่าวแนะนำ

“ทักษิณ” ถึงนราธิวาส กลับมาในรอบ 19 ปี

“ทักษิณ” ถึงนราธิวาส บอกคนนราธิวาสน่ารักเสมอ ต้อนรับอบอุ่นกับการกลับมาในรอบ 19 ปี ก่อนเดินทางต่อตามกำหนดเดิม แม้มีระเบิดที่สนามบิน

บึ้มรถกระบะ สนามบินนราธิวาส ก่อน “ทักษิณ” ลงพื้นที่

บึ้มรถกระบะจอดใกล้กับหอบังคับการบิน ท่าอากาศยานนราธิวาส ก่อน “ทักษิณ” ลงพื้นที่สนามบินบ้านทอน ในอีก 50 นาที ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ

น้ำป่าหลากท่วม อ.ไทรโยค กลางดึก

ระทึกกลางดึก น้ำป่าหลากท่วมบ้านเรือนประชาชน อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ถนนหลายเส้นถูกน้ำป่าพัดขาด จนท.เร่งอพยพประชาชนด้วยความยากลำบาก

Pope at Vatican on Feb 5, 2025 says have a strong cold

โป๊ปฟรันซิสพระอาการวิกฤต

วาติกัน 23 ก.พ.- พระอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรันซิส พระประมุขแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ทรุดลงอยู่ในขั้นวิกฤตในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา สำนักวาติกันออกแถลงการณ์ฉบับล่าสุดเมื่อวันเสาร์ว่า พระอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาทรุดลงในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และระบุเป็นครั้งแรกว่า พระอาการของพระองค์อยู่ในขั้นวิกฤตจากโรคระบบทางเดินหายใจคล้ายกับโรคหอบหืดในช่วงเช้าวันเสาร์ ทำให้ขณะนี้พระองค์จำเป็นต้องได้รับออกซิเจนเสริมและการถ่ายเลือด โดยรวมแล้วถือว่า พระอาการอยู่ในขั้นวิกฤตและยังไม่พ้นขีดอันตราย อย่างไรก็ดี พระองค์ยังทรงตื่นตัว และประทับนั่งบนเก้าอี้ตลอดวัน แม้ว่าทรงประชวรมากกว่าวันก่อนหน้านี้ก็ตาม พระสันตะปาปาฟรันซิส พระชนมายุ 88 พรรษา ทรงเข้ารับการถวายการรักษาที่โรงพยาบาลเจเมลลี ในกรุงโรม ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ หลังทรงมีพระอาการหายใจติดขัดต่อเนื่องหลายวัน และตรวจพบว่าปอดอักเสบทั้งสองข้าง ทรงร้องขอให้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับพระอาการของพระองค์อย่างตรงไปตรงมา สำนักวาติกันจึงออกแถลงการณ์ชี้แจงความคืบหน้าอาการประชวรของพระองค์ต่อเนื่องทุกวัน แต่แถลงการณ์ฉบับล่าสุดถือเป็นครั้งแรกที่มีเนื้อหาระบุชัดเจนว่า อาการประชวรของพระองค์อยู่ในขั้นวิกฤต ขณะที่แพทย์คาดการณ์ว่า พระองค์จะต้องประทับอยู่ในโรงพยาบาลอย่างน้อยตลอดสัปดาห์หน้า ภารกิจต่อสาธารณชนทั้งหมดของพระสันตะปาปาจึงถูกยกเลิกตลอดสัปดาห์ ทั้งพิธีมิสซาประจำวันอาทิตย์ รวมถึงการสวดภาวนาแองเจลัส (Angelus) ตามปกติทุกสัปดาห์ด้วย.-815(814).-สำนักข่าวไทย