นักประวัติศาสตร์ วิเคราะห์ละครดัง

อสมท 31 มี.ค.-นักประวัติศาสตร์ชี้ปรากฏการณ์ละครดังส่งผลคนไทยตื่นตัวสนใจเรื่องราวประวัติศาสตร์ และเกิดการขวนขวายหาความรู้เพิ่ม ซึ่งหน่วยงานภาครัฐ-นักวิชาการ ต้องร่วมใช้กระแสช่วงนี้ร่วมต่อยอดสังคมเรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ไทย


ศ.ดร.สุเนตร ชุตินธรานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์พหุวัฒนธรรมศึกษาและนวัตกรรมสังคม สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 


วิเคราะห์ปรากฏการณ์กระแสละครดังเรื่องนี้  ว่าทุกครั้งที่ละครประวัติศาสตร์ที่เด่น หรือแม้แต่ภาพยนตร์ที่ออกมาก็จะเกิดกระแสในลักษณะคล้ายๆเช่นนี้ เช่นภาพยนตร์สุริโยทัย ตำนานสมเด็จพระนเรศวร แต่ในกรณีของละครแล้วต้องบอกว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่กระแสแรงกว่าทุกครั้งที่เคยมีมา เพราะกระแสที่เกิด ไม่ได้จำกัดอยู่แต่เฉพาะกลุ่มผู้บริโภคในประเทศเท่านั้น ขยายออกไปสู่กลุ่มผู้บริโภคในระดับนานาชาติด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มเอเชีย  ครั้งนี้ก็ต้องถือว่าเป็นปรากฏการณ์สำคัญ ที่เกิดขึ้นในภาคส่วนที่ว่าด้วยการผลิตละครของไทย

เกิดการเรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์จากละคร?


ต้องพิจารณา 2 ส่วน แรกสุดละครอิงประวัติศาสตร์ที่เคยผ่านมาตลอด มักจะจำกัดอยู่กับเรื่องวีรบุรุษบางพระองค์ หรือบางยุคบางสมัย เช่น เรื่องราวการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งแรก  เรื่องราวการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งหลัง  หรืออย่างสงครามเก้าทัพ  เป็นต้น แต่เรื่องครั้งนี้ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ซึ่งมีข้อมูลรายละเอียดทางประวัติศาสตร์ที่หลากหลาย  เรื่องของสงครามไม่ใช่จะมี แต่ว่าเป็นเพียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบางปีบางสมัยแต่ไม่ได้เป็นเหตุการณ์ที่โดดเด่นและสำคัญเลยทีเดียวในช่วงรัชกาลนี้ เพราะฉะนั้นในรัชกาลนี้ มีเหตุการณ์อื่นๆ ที่แทรกเข้ามาหลายอย่าง เช่น มีทูตฝรั่งเศสเข้ามา มีเรื่องของการค้าขายกับนานาชาติ มีการรับเทคโนโลยีตะวันตกเข้ามา มีอะไรต่ออะไรที่เป็นสีสันแตกต่างจากยุคสมัยอื่นๆ ที่เรามักจะคุ้นชิน เพราะฉะนั้นพอละครเรื่องนี้นำเสนอ เรื่องราวต่างๆเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่เป็นการใช้ชีวิตโดยปกติของคนในสมัยก่อนออกมา ก็เป็นของที่แปลกใหม่ มีสีสัน จูงใจให้เกิดความสนใจได้ ในส่วนนี้จะบอกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นอันดับแรกคือกระตุ้นความสนใจให้คนมีกับประวัติศาสตร์อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน คือมีแรงสนใจถึงขนาดที่แต่งตัว คล้ายตามตัวละครและไปชมสาธารณะ สถานต่างๆ ปรากฏการณ์อย่างนี้ต้องบอกว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้น 

ในส่วนนี้ผมบอกว่า ขั้นต้นกระตุ้นความสนใจทางประวัติศาสตร์ พอละครกระตุ้นความสนใจทางประวัติศาสตร์ สิ่งที่ตามมาอีกอันก็คือว่า  เกิดความสนใจในการขวนขวายหาความรู้ ว่าสิ่งที่ละครนำเสนอจริงเท็จแค่ไหน หรือครบถ้วนกระบวนความแล้วหรือยัง ในขณะเดียวกันก็มีหน่วยงานทั้งภาครัฐ-ภาคเอกชน  ตอบสนองต่อกระแสความตื่นตัวนี้ ด้วยการจัดเสวนาทางวิชาการ จัดกิจกรรมนำชมศาสนสถานอะไรอื่นๆขึ้นมา อันนี้เป็นดอกผลอันเกิดจากละคร 

มองกระแสคนไทยครั้งนี้ จะยาวหรือไม่? 

ผมคิดว่าไม่น่าจะยาวมากเพราะที่เราเห็นโดยผ่านมาทุกครั้งจะไม่ค่อยยาวเท่าไหร่ ก็เป็นในช่วงที่ละครออนแอร์หรือหลังจากนั้นนิดหน่อย แน่นอนที่สุดหลังจากนี้ก็อาจมีละครในแนวนี้ออกมาอีก แต่ก็บอกไม่ได้ว่าจะดึงดูดความสนใจได้เท่ากับละครเรื่องนี้ไหมความสำคัญที่เราจะต้องทำความเข้าใจกันคือ ปรากฏการณ์บุพเพสันนิวาสครั้งนี้ มันเป็นอุบัติเหตุ ไม่ได้เป็นสิ่งที่แม้แต่กระทั่งผู้ทำละคร ผู้เขียนนวนิยาย ผู้เขียนบน จะคาดหวังว่าจะเกิดกระแสแรงขนาดนี้เพราะฉะนั้น จึงเป็นการเกิดเหมือน เวลาเรายิงพลุ ก็แวบขึ้นไป เสร็จแล้วพอหมดกำลังก็จะสูญหายไป เราไม่มีการวางรากฐาน  ที่มั่นคงต่อการผลิตสื่อบันเทิงที่สร้างสรรค์ ตรงนี้ ผมคิดว่ายังขาดอยู่ เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราควรจะกลับไปพิจารณาคือควรดูตัวอย่างของละครนี้และกลับมาพิจารณาดูว่าทำอย่างไร ที่จะทำให้เกิดการผลิตละครที่มีคุณภาพเหล่านี้ออกมาได้อย่างต่อเนื่อง ก่อนจะออกมาต่อเนื่องได้ก็ต้องมีรากฐานที่เข้มแข็ง มีคนรุ่นใหม่ที่พร้อมจะผลิต มีทุนสนับสนุน มีอะไรหลายอย่างที่จะสร้างฐานที่มั่นคงเหมือนกับประเทศหลายๆประเทศที่ประสบความสำเร็จในการส่งออกวัฒนธรรม

คนรุ่นใหม่ ดูละครและเชื่อเรื่องราวประวัติศาสตร์ในละคร?

เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นปกติ โดยสม่ำเสมอ คือไม่จำเป็นต้องเป็นคนรุ่นใหม่ รุ่นไหนๆก็ไปแต่งเรื่องแต่งราวขยับขยายกลายเป็นเรื่องที่คล้ายความเชื่อถือไป เช่น พันท้ายนรสิงห์ เราก็ทราบกันว่า มีเค้าเงื่อนทางประวัติศาสตร์ไม่มากเท่าไหร่ แต่พอขยายไปแล้ว อย่างนางนวลที่เป็นภรรยาพันท้ายนรสิงห์ก็เป็นคนที่ผู้เขียนแต่งขึ้นมาไม่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ แต่เดี๋ยวนี้พอเราไปดูตามสถานที่ต่างๆที่คนเชื่อว่าสัมพันธ์กับพันท้ายนรสิงห์ก็จะเห็นศาลของนางนวลด้วย กลายเป็นบุคคลที่มีตัวตนจริงไปในประวัติศาสตร์ไป สิ่งเหล่านี้เป็นปรากฏการณ์ซึ่งเราคงจะห้ามไม่ได้ 

ผมคิดว่าสิ่งสำคัญคือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเช่นผมในฐานะนักประวัติศาสตร์เอง ก็ควรที่จะมีส่วนเกี่ยวข้องในการนำเสนอข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ให้กับสังคมได้รับรู้ด้วยแต่ละคนต่างก็ทำหน้าที่ของตัวเอง คนทำละครก็ทำหน้าที่เขา ก็มีข้อจำกัดของเขา มีเงื่อนไขของเขา คนที่อยู่ในภาคส่วนอื่นๆ ที่พร้อมให้ความรู้กับสังคมได้ก็ต้องลุกขึ้นมาให้ความรู้กับสังคม

ผมคิดว่าพอนานไป เราจะคุ้นชินขึ้นและต่อไปเราก็จะค่อนข้างแยกแยะได้ว่าอะไรเป็นสิ่งที่สร้างขึ้นโดยจินตนาการ ขึ้นมา อะไรล่ะ เป็นสิ่งที่เราเชื่อถือได้ เพราะมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ยืนยัน .-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ค้น 17 จุดกรุงเทพฯ-ลพบุรี คุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี”

26 ส.ค.- ตำรวจสอบสวนกลาง ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด “กรุงเทพฯ-ลพบุรี” บุกรวบ “หลวงพ่ออลงกต” หลังพฤติกรรมชัดทุจริตยักยอกเงินบริจาค ขณะที่ “หมอบี” โดนด้วย หิ้วตัวเค้นสอบ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ส.ค. มีรายงานว่าทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผบก.ป.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปปพ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ลพบุรี เพื่อควบคุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือหมอบี และพวก ตามหมายจับ ความผิด ม.147, 157 […]

ศาล รธน. สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก”

ศาล รธน. 25 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก” ชี้บิดเบือน-ทำเสียหาย ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคำ จำนวน 2 ปาก ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางขวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่อง ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนแล้ว ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน อันเป็นคำสั่งศาลตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 […]

“แพทองธาร” รีโพสต์โต้คลิปบิดเบือน ยันศาลบอก “นั่งลงครับ”

กรุงเทพฯ 25 ส.ค.- “แพทองธาร” รีโพสต์สตอรี่ไอจี โต้ดรามาคลิปบิดเบือน ยันศาล รธน. บอก “นั่งลงครับ” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รีโพสต์สตอรี่ในอินสตราแกรมของสำนักข่าว VOICE TV ยืนยันไม่เป็นความจริง ต่อกระแสดรามาปล่อยคลิปเสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดว่า “นั่งลงลูก” ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวคําปฏิญาณ ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน คดีคลิปสนทนากับ ฮุน เซน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีข้อความระบุว่า ฟังชัดๆๆ ศาลบอกว่า “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่มีคนปั่น!! อย่ามั่ว อย่าบิดเบือนข่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงเช้าวันนี้ (25 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร จะดำเนินการเรื่องการส่งคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากศาลนัดยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันนี้ ก่อนจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 15.00 น.-316 -สำนักข่าวไทย

ปลัด มท. สั่งสอบด่วน ปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ

ไอคอนสยาม 25 ส.ค.- ปลัด มท. เผยยังไม่ได้รับรายงานปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ สั่งกรมการปกครองสอบด่วน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่า มีกลุ่มบุคคลสแกนม่านตาประชาชนและชักชวนให้เข้าไปใช้แอปพลิเคชันเพื่อแลกกับเงินหรือเหรียญในระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการแก้ไขและจัดการอย่างถูกต้องทั่วประเทศอย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ายังมีการดำเนินการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบทั้งที่สุราษฎร์ธานีและทุกจังหวัดที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ การตรวจสอบจะพิจารณาว่าความผิดปกติเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่น หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพร้อมตรวจสอบอย่างโปร่งใส.-319 -สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

“แพทองธาร” เข้าทำเนียบฯ ลุ้นศาล รธน.วินิจฉัยปมคลิปเสียง

ทำเนียบ 29 ส.ค.- “นายกฯ แพทองธาร” เข้าทำเนียบฯ แล้ว ลุ้นศาล รธน.วินิจฉัย ปมคลิปเสียง ก่อนยิ้มโบกมือทักทายสื่อ เมื่อเวลา 12.35 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เดินทางถึงทำเนียบรัฐบาล โดยก่อนขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า นายกรัฐมนตรี ได้หันมาโบกมือและไหว้ทักทายกองทัพสื่อมวลชน ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส จากนั้นได้เดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อรอฟังการอ่านคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในเวลา 15.00 น. .-316 -สำนักข่าวไทย

เกาะติดชี้ชะตาเก้าอี้นายกฯ ยังไม่พบมวลชนเคลื่อนไหว

29 ส.ค. – จับตา 15.00 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยคุณสมบัติ “นายกฯ แพทองธาร” ว่าต้องพ้นจากตำแหน่งหรือไม่ ปมคลิปเสียงคุย “ฮุน เซน” หลังนัดแถลงด้วยวาจาและลงมติในช่วงเช้า ด้านตำรวจตรึงเข้มดูแลความปลอดภัย ยังไม่พบมวลชนมาเคลื่อนไหว.-สำนักข่าวไทย

“ภูมิธรรม” ยันไม่มีดีลพลิกขั้วรัฐบาล มั่นใจพรรคร่วม

ทำเนียบ 29 ส.ค.- “ภูมิธรรม” ยันไม่มีดีลพลิกขั้วรัฐบาล จะพูดคุยจนถึงตี 2 ก็เชิญ ไม่มีปัญหา มั่นใจพรรคร่วมฯ โยนถามคนปล่อยสูตร 270 เสียง มอง “บิ๊กป้อม-อนุทิน” กินข้าวกัน เป็นเรื่องธรรมดาของการเมือง ใครกินข้าวกับใครก็ได้ ระบุให้กำลังใจนายกฯ ทุกวัน ทุกอย่างเป็นดุลยพินิจของศาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าว เมื่อคืนที่ผ่านมามีการพูดคุยถึงสูตรพลิกขั้วรัฐบาล มีการส่งสัญญาณถึงพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ว่า ไม่จำเป็นต้องส่งสัญญาณและเรื่องดีลข้ามขั้วนั้น มีการพูดกันมานาน จะเป็นเดือนแล้ว ไม่เป็นไรทุกอย่างชัดเจน เรามั่นใจว่านายกรัฐมนตรีแสดงความจริงใจ ในการทำทุกอย่างและมีความตั้งใจจริงในการที่จะทำ ไม่ได้มีปัญหาอย่างที่ถูกกล่าวหา ตนพูดหลายครั้งแล้วว่าเป็นดุลยพินิจของศาลที่จะพิจารณาอย่างถี่ถ้วนและเราก็รับดุลยพินิจถ้าศาลตัดสินใจอย่างไร ก็ว่าไปตามนั้น เราได้แสดงหลักฐานทุกอย่างแล้ว ส่วนกระแสข่าวว่าพรรคฝ่ายค้านจะประชุมกันจนถึงตีสอง ก็เชิญประชุม ไม่มีปัญหาอะไร เป็นหน้าที่ที่เขาจะต้องทำ “ทุกครั้งที่มีเรื่องสำคัญเขาก็ประชุม จะไปถามว่ามีเงินเท่านั้นมาซื้อ ผมว่า อย่าไปไร้สาระ เรื่องต่างๆ เอาเรื่องที่เป็นความจริง พรรคร่วมฝ่ายค้านมีสิทธิ์ที่จะประชุม ส่วนผลจะเป็นอย่างไรนั้น ตนก็ตอบไม่ได้ เพราะไม่รู้ ว่าเขาไปตกลงอะไรกัน ไม่ได้อยู่ด้วย” นายภูมิธรรม […]

เข้มด่านตรวจคัดกรองเข้าพื้นที่ “บ้านหนองจาน”

บ้านหนองจาน 29 ส.ค.- เจ้าหน้าที่คุมเข้มตั้งด่านตรวจเป็นระยะ คัดกรองประชาชนที่ต้องการเดินทางเข้าพื้นที่ “บ้านหนองจาน” ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังพลตรี เบญจพล เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา ลงนามในประกาศกองกำลังบูรพา เรื่องกำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย โดยใช้กฎอัยการศึกคุมพื้นที่ “บ้านหนองจาน” ขีดเส้นถนนศรีเพ็ญ เป็นแนวรักษาความสงบ ห้ามพกพาอาวุธ ห้ามใช้เครื่องขยายเสียงโดยพลการ บรรยากาศล่าสุดเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย โดยกลุ่มมวลชนในพื้นที่ที่เคยมาชุมนุมวันนี้บางตา และไม่มีเวทีปราศรัย ไม่มีรถเครื่องเสียง แต่ยังคงมีประชาชนจากนอกพื้นที่เดินทางเข้าไปที่บ้านหนองจานในลักษณะตั้งใจไปทำคอนเทนต์เพื่อลงโซเชียล ทั้งการเช็กอินในเฟซบุ๊กหรือถ่ายคลิปวิดีโอเพื่อต้องการเผยแพร่ลงในแอปฯ TikTok ทั้งนี้ หลังใช้กฎการควบคุมพื้นที่ได้มีการสับเปลี่ยนกำลังทหารจากปกติมาเป็นสารวัตรทหารในการควบคุมบริเวณถนนศรีเพ็ญที่เคยเป็นจุดชุมนุม รวมถึงมีการตั้งจุดตรวจของสารวัตรทหารและชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านหรือ ชรบ. เป็นระยะๆ เพื่อสอบถามและคัดกรองบุคคลที่ต้องการเดินทางเข้าไปในพื้นที่บริเวณบ้านหนองจานด้วย -สำนักข่าวไทย