ตะวันออกกลางตัดขาดกาตาร์ไม่กระทบพลังงานไทย

ไบเทค 7 มิ.ย. – รมว.พลังงานยืนยันไทยไม่ได้รับผลกระทบจากตะวันออกกลางตัดสัมพันธ์การทูตกาตาร์ พร้อมเร่งหาทางออกเอส 1 หยุดผลิตพื้นที่ ส.ป.ก. 


พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ยืนยันว่าประเทศไทยจะไม่ได้รับผลกระทบขาดแคลนพลังงาน จากกรณีความขัดแย้งซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน และอียิปต์ ตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับกาตาร์  โดยจากการติดตามปัญหาจาก บมจ.ปตท. ผู้นำเข้าก๊าซแอลเอ็นจี สัญญาระยะยาวจากกาตาร์ 2 ล้านตันต่อปี ทางบริษัทผู้ส่งออกของกาตาร์ยืนยันเรือขนส่งแอลเอ็นจียังขนส่งได้ตามปกติ จึงไม่มีผลกระทบใด ๆ อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงติดตามสถานการณ์ โดยเห็นว่าไม่น่าจะมีผลกระทบเช่นกัน เพราะไม่ใช่ภาวะสงคราม และเชื่อว่าจะมีกลุ่มประเทศที่ตัดสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันมีการเจรจาตกลงกันได้ในที่สุด อย่างไรก็ตาม หากเกิดกรณีมีผลกระทบขึ้นมาก็จะไม่กระทบประเทศไทย เพราะในตลาดมีแอลเอ็นจีจำนวนมากสามารถจัดหาซื้อแอลเอ็นจีจากตลาดจรได้ และราคาตลาดจรอาจจะถูกกว่าราคาสัญญาระยะยาวได้ในช่วงนี้ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อค่าไฟฟ้า 

ส่วนกรณีแหล่งปิโตรเลียมในพื้นที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ที่ต้องหยุดผลิตรวม 16,000 บาร์เรลต่อวันนั้น พล.อ.อนันตพร  กล่าวว่า  ขณะนี้รัฐบาลได้เร่งหาทางออกดูกฎหมายทุกด้านและคาดว่าจะมีบทสรุปภายใน 1-2 วันนี้ ส่วนจะใช้คำสั่ง คสช.มาตรา 44 ร่วมแก้ปัญหาหรือไม่นั้น ยังไม่ขอระบุ  ซึ่งการหยุดผลิตก็กระทบต่อกำลังผลิตปิโตรเลียมของประเทศและรายได้ภาครัฐ  


ด้านนายทวารัฐ  สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวว่า ประเทศไทยเชื่อว่าปัญหากาตาร์จะคลี่คลายในที่สุด  อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยไม่ได้รับผลกระทบจากกรณีนี้ เนื่องจากไม่ได้ซื้อน้ำมันจากกาตาร์  ส่วนการซื้อก๊าซฯ สัญญาระยะยาวจากกาตาร์ทาง ปตท.เตรียมแผนหาทางออก ซึ่งจะไม่กระทบต่อการผลิตไฟฟ้าแน่นอน


ทั้งนี้ พล.อ.อนันตพร กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงาน  “ASEAN SUSTAINABLE ENERGY WEEK 2017” แสดงเทคโนโลยีและการประชุมพลังงานทดแทน การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม  โดยกระทรวงพลังงานระบุว่าเร่งแผนดำเนินนโยบาย 4.0  ซึ่งจะนำไปสู่การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาการใช้พลังงานของประเทศไม่ใช่พึ่งพาพลังงานฟอสซิลเพียงอย่างเดียว แต่จะมุ่งเน้นพลังงานทดแทนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น .-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ทีมกู้ภัยเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายแผ่นดินไหวเมียนมา

ทีมกู้ภัยยังเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายจากเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมา แม้จะผ่านมา 4 วันแล้ว จนกลิ่นศพเริ่มคละคลุ้งไปทั่ว ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตใกล้แตะหลัก 3,000 ราย

ตึกถล่มพบเสียชีวิตเพิ่ม

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่าง

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ในพื้นที่โซน B และโซน C มีซากอาคารถล่มทับร่างอยู่ ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่างและค้นหาผู้สูญหายใต้ซากอาคารต่อเนื่อง

ข่าวแนะนำ

ประชุมBIMSTEC

นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงเวทีผู้นำ BIMSTEC เปิด “วิสัยทัศน์กรุงเทพฯ 2030″

นายกฯ แพทองธาร กล่าวถ้อยแถลง วงประชุมผู้นำ BIMSTEC ครั้งที่ 6 เปิด “วิสัยทัศน์กรุงเทพฯ 2030″ กระชับความร่วมมือสร้างภูมิภาคที่เจริญรุ่งเรืองและเปิดกว้าง พัฒนาความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ

DSI เปิดความเชื่อมโยง “ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10” พบใช้ 3 คนไทยเป็นนอมินี

“DSI“ เปิดความเชื่อมโยงบริษัทไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด รับงาน 29 โครงการรัฐ มูลค่ารวมกว่า 22,000 ล้านบาท พบใช้ 3 คนไทย เป็นนอมินีอำพรางถือหุ้น

ค้นหาผู้สูญหายตึกถล่ม

ผู้ว่าฯ กทม. สั่งปรับแผนค้นหาผู้สูญหายตึกถล่ม

ครบ 7 วันเหตุแผ่นดินไหว อาคารถล่ม ล่าสุดผู้ว่าฯ กทม. สั่งปรับแผนค้นหาผู้สูญหาย ใช้เครื่องจักรหนักรื้อถอนทุกโซน เบื้องต้นพบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมอีก 2 ร่าง ยังไม่สามารถนำออกมาได้

ยุน ซ็อก ยอล

ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ถอดถอน ยุน ซ็อก ยอล จากตำแหน่ง ปธน.

ศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้มีคำวินิจฉัยในวันนี้ให้ถอดถอนนายยุน ซ็อก ยอล ออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีตามที่รัฐสภาลงมติไปก่อนหน้านี้ ทำให้เขาต้องพ้นจากตำแหน่งผู้นำเกาหลีใต้