เปิดไพ่ ก.พลังงาน รับวิกฤติก๊าซฯ “ไฟไม่ขาดแต่อาจจ่ายแพง”

กรุงเทพฯ 4 มิ.ย. – เปิดแผน ก.พลังงานวางไพ่รับวิกฤติก๊าซฯ 2564-2566 ลดใช้ไฟฟ้า ส่งเสริมพลังงานทดแทน “ไฮบริด-เฟิร์ม” เจรจาซื้อไฟฟ้าเพื่อนบ้าน จีนเสนอขาย 1,000 เมกะวัตต์ ซื้อก๊าซฯ มาเลเซีย/เจดีเอ หากทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผนอาจต้องผุดแอลเอ็นจี “FSRU-มาบตาพุด” เลวร้ายสุดผลิตไฟฟ้าจากน้ำมันดีเซล



ทีมข่าวเศรษฐกิจ “สำนักข่าวไทย อสมท” มีโอกาส พูดคุยกับ นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน  หลังคณะกรรมการนโยบายแห่งชาติ (กพช.) วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 รับทราบแนวทางการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสภาวะวิกฤติก๊าซธรรมชาติ ปี 2564 – 2566 ที่คาดว่าก๊าซฯ จะลดลงส่งผลกระทบต่อการผลิตไฟฟ้าของประเทศ คิดเป็นพลังงานไฟฟ้าสูงถึง 13,623 ล้านหน่วย หรือเทียบเท่ากับโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ ขนาด 1,700 เมกะวัตต์


เหตุผลอะไรทำให้เกิดปัญหาวิกฤติก๊าซฯ 64-66

ทวารัฐ : 2 ปีที่ผ่านมา การดำเนินการไม่เป็นตามแผนด้านพลังงาน มีความไม่แน่นอนสูง ได้แก่  โรงไฟฟ้าถ่านหินภาคใต้สร้างช้ากว่ากำหนดในแผน, สัมปทานก๊าซฯ แหล่งเอราวัณ-บงกช หมดอายุปี 2565-2566 และกระบวนเปิดหาผู้ผลิตในแหล่งใหม่ปิโตรเลียมใหม่ ๆ ไม่สามารถทำได้ ทำให้ประมาณการณ์เบื้องต้นว่าไทยจะรับก๊าซฯ ต่ำกว่าที่กำหนดในแผน โดยปัจจุบันไทยรับก๊าซฯ จาก3 แหล่ง ได้แก่ อ่าวไทยแหล่งใหญ่ “เอราวัณ-บงกช” หมดอายุสัมปทานปี 2565-2566 มีการถกเถียงเรื่องการจัดการที่ล่าช้า  ส่งผลการผลิตไม่ต่อเนื่องช้ากว่ากำหนด ส่วนการเปิดสัมปทานหรือจัดการแหล่งใหม่ตามรอบ 21 ก็ เปิดไม่ได้มีการแก้ไขกฏหมายล่าช้า 


ขณะที่การรับก๊าซฯ จากแหล่งเมียนมาร์ก็มีปัญหาด้านเทคนิคแหล่งก๊าซเยตากุนลดต่ำกว่าแผน ดังนั้น การพึ่งพาก็ต้องไปนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว หรือแอลเอ็นจีเพิ่มขึ้น โดยประเมินว่าปี 2564-2566 ก๊าซฯ จะหายไปต่ำกว่าคาดการณ์ในแผน 350-450 ล้านลูกบาศ์กฟุต/วัน เทียบเท่าแอลเอ็นจี 2 ล้านตัน/ปี

ในปี 2564-2566  เรามีสมมุติฐานว่าก๊าซฯ อ่าวไทย 2 แหล่งที่หมดอายุสัมปทานจะมีการผลิตต่ำกว่าคาดการณ์ในแผน โดยตามแผนพัฒนากำลังไฟฟ้าระยะยาว 2558-2579 (พีดีพี 2015 ) ได้มีการพิจารณาในเรื่องนี้และต้องการลดการพึ่งพาก๊าซฯ จึงวางแผนสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน เช่น โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ แต่โครงการก็ถูกต่อต้าน ทำให้ล่าช้ากว่าแผนที่กำหนด…

แผนสำรองแก้ไขปัญหาก๊าซฯ ขาด

ทวารัฐ :  ดังนั้น จึงต้องมีแผนสำรอง แผนสำรองเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา โดยแผนที่รายงานต่อ กพช.วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 เป็นแผนที่ยังไม่ตกผลึก แต่เป็นตระกร้า หรือกรอบที่วางไว้ ว่าจะดำเนินการอย่างไร ต้องศึกษาและเจรจาให้ชัดเจนว่าจะดำเนินการแผนใดได้บ้าง แผนแบ่งออกเป็น

1. แผนลดความต้องการใช้ไฟฟ้า (Demand Side) เช่น  ส่งเสริมติดตั้งแผงโซลาร์บนหลังคา (Solar Rooftop) เพื่อลดความต้องการไฟฟ้าช่วงพีคกลางวันและการใช้มาตรการ Demand Response (DR) เพื่อประหยัดไฟฟ้าตามช่วงเวลาที่ภาครัฐกำหนดเป็นการเฉพาะ ซึ่งตั้งเป้าหมายเบื้องต้นว่าอาจมีไฟฟ้า Solar Rooftop เข้าระบบ 1,000 เมกะวัตต์ 

2   ด้านการจัดหาเชื้อเพลิง/พลังงานไฟฟ้า (Supply Side) 

-จัดหาก๊าซธรรมชาติเพิ่มเติมจากพื้นที่พัฒนาร่วมไทย – มาเลเซีย (JDA)  ซึ่งในส่วนนี้ดูไว้ 2 แนวทาง คือ ใช้ก๊าซในส่วนของมาเลเซีย หรือซื้อก๊าซฯ จากพื้นที่อื่นของมาเลเซีย  โดยจะต้องมีการเจรจาในส่วนนี้จะนำมาใช้เพื่อสร้างโรงไฟฟ้าจะนะ 3 จังหวัดสงขลากำลังผลิต 700-1,000 เมกะวัตต์ ใช้ก๊าซฯ 100-120ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน ซึ่งกรณีนี้จะช่วยตอบโจทย์ความมั่นคงไฟฟ้าในภาคใต้ที่มีความต้องการเพิ่ม แต่ไฟฟ้าไม่เพียงพอและโรงไฟฟ้าถ่านหินล่าช้า แต่ทั้งนี้ก็ต้องวิเคราะห์ถึงราคาก๊าซฯ ด้วยว่าจะมีผลต่อต้นทุนค่าไฟฟ้าอย่างไร  

– การเพิ่มความสามารถในการเก็บสำรองก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เช่น การขยายโครงการ LNG Receiving Terminal แห่งที่ 1 มาบตาพุด จ.ระยอง และเร่งรัดการพัฒนาโครงการ Floating Storage and Regasification Unit (FSRU) ในพื้นที่ภาคใต้ เป็นต้น  ในส่วนนี้ดูทั้งระบบ เพราะในส่วนของสถานีแห่งที่ 1 มาบตาพุดนั้น ปตท.ได้รับอนุมัติผลการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) แล้วให้ก่อสร้างได้ 15 ล้านตัน/ปี ขณะที่ ปตท.ได้รับอนุมัติให้ก่อสร้างแล้ว 11.5 ล้าน ก็ต้องพิจารณาว่าเร่งได้หรือไม่อย่างไร

-การจัดหาพลังงานไฟฟ้าเพิ่มเติม เช่น รับซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน (สปป.ลาว หรือกัมพูชา) ซึ่งในส่วนการซื้อไฟฟ้าจาก สปป.ลาว ขณะนี้โครงการน้ำเทิน 1 แจ้งว่าจะเสร็จเร็วกว่าแผน 1 ปี หรือเสร็จปี 2564 จากตามสัญญาจะเข้าระบบปี 2565 ส่วนจีนก็เสนอขายไฟฟ้าให้ไทย 1,000 เมกะวัตต์ ผ่านสายส่ง สปป.ลาวและมาเลเซียก็พร้อมขายไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงถ่านหินให้ไทย ส่วนโครงการของกัมพูชา ก็มีโครงการถ่านหินเขตเศรษฐกิจพิเศษเกาะกงเสนอมา 2 ผู้ผลิตกำลังผลิต 1,800 เมกะวัตต์ และ2,400 เมกะวัตต์  แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะสามารถก่อสร้างได้ทันกับความต้องการของเรา คือ ปี 2564  หรือไม่  อย่างไรก็ตาม ไทยพร้อมเจรจา ซึ่งต้องพิจารณาเรื่องค่าไฟฟ้า และสายส่งไฟฟ้าว่าจะเข้าเส้นทางใด  เช่น สุรินทร์ เป็นต้น  ส่วนเมียนมาร์ก็มีการพูดคุยหลายโครงการ เช่น โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินมะริด โรงไฟฟ้าพลังน้ำ มายตง แต่ก็ยอมรับว่าไม่มีความชัดเจน

“เราเปิดหน้าไพ่ก็เจรจาทั้งหมด สปป.ลาว กัมพูชา เมียนมาร์ มาเลซีย และจีนก็พร้อม โดยจีนจะมาจากระบบ GRID ของเค้าซึ่งเชื้อเพลิงก็คือหลากหลายของจีน ทั้งถ่านหิน นิวเคลียร์ อื่น ๆ ส่วนมาเลเซีย ก็เป็นการพุดคุย เค้าอยากพัฒนาโรงไฟฟ้าถ่านหินมาขายให้เรา หากไทยต้องการ”

-การรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพิ่มเติมอีกตามนโยบาย SPP Hybrid-Firm และ VSPP-Semi Firm เพิ่มขึ้น เป็นต้น โดยประเด็นนี้จะต้องหากพิสูจน์ว่าไฮบริดเฟริม์จ่ายไฟได้ 24 ชั่วโมง ซึ่งปีนี้จะทดลองเปิด 300 เมกะวัตต์ก่อน หากทำได้ก็พร้อมวางแผนระบบพลังงานหมุนเวียน เพื่อเป็นส่วนแก้ไขปัญหาในปี 2564-2566  ซึ่งต้องพิจารณาเรื่องต้นทุนด้วย 

-เจรจาตกลงราคาและปริมาณการจัดหาก๊าซธรรมชาติโครงการบงกชเหนือ โดยมีการรับประกันอัตราขั้นต่ำการผลิตในช่วงปี 2562 – 2564 เพื่อให้มีปริมาณการผลิตก๊าซธรรมชาติก่อนสิ้นอายุสัมปทานปี 2565 เพิ่มขึ้น

ทางเลือกฉุกเฉิน FSRU มาบตาพุด-ผลิตไฟฟ้าจากดีเซล

              ทวารัฐ :  แผนต่าง ๆ ที่ทำเป็นตระกร้าไว้ก็เพื่อให้มีก๊าซเพียงพอ แต่หากพบว่าแผนสร้างไม่ได้ และหากขาดแคลนจริง ๆ ก็ต้องมีแนวทางออกรองรับปัญหาฉุกเฉิน เช่น เช่า FSRU เข้าต่อท่อก๊าซฯ ที่มาบตาพุด  โดยทางเทคนิค ทำได้  แต่ก็ต้องทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) หรือ ผลกระทบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม (อีเอชไอเอ ) เรื่องร่องน้ำหรือการต่อท่อในทะเล  ซึ่งกรณีหากไม่ทันการ ก็ต้องหารือรัฐบาลและ คสช.ว่าหากกฎหมายปกติทำไม่ได้ ก็มีโอกาสใช้กฎหมายพิเศษ หรือ ม.44 หรือไม่  อย่างไรก็ตาม หากจัดหาก๊าซฯ ไม่ได้จริง ๆ ก็ต้องป้องกันไม่ให้เกิดไฟฟ้าขาดแคลน ก็สามารถใช้น้ำมันดีเซลปั่นไฟฟ้าแทนก๊าซฯ ได้ แต่ต้องยอมรับว่าต้นทุนแพงถึง 3-5 เท่าตัว และกระทบค่าไฟฟ้าประชาชน ซึ่งไม่มีใครต้องการให้เกิดขึ้น

ประชาชนร่วมมืออะไรได้บ้าง เพื่อผ่านพ้นวิกฤติก๊าซฯ

          ทวารัฐ : ความร่วมมือของภาคประชาชนนอกจากการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนาผลิตไฟฟ้าใช้ด้วยตัวเองแล้ว ก็ต้องขอความเห็นใจภาคประชาชน เพราะโครงการขนาดใหญ่มักได้รับการต่อต้าน ทำให้การดำเนินการช้ากว่าคาดการณ์ไว้ เรื่องบางเรื่องต่อต้าน 2-3 ปีก่อนหน้านี้ แต่จะมีผลอีก 5-7 ปีหลัง เช่น ผลของวิกฤติก๊าซฯ ครั้งนี้อาจเกิดขึ้นอีก 4 ปีข้างหน้า จึงเป็นวิกฤกติ จึงอยากเรียนวิงวอน ประชาชนเรื่องพลังงานต้องร่วมมองยาว ประท้วงทำได้ แต่ก็ต้องดูเหตุและผล โครงการที่ล่าช้าทำให้วางแผนค่อนข้างยาก ทำให้ไม่แน่ใจว่าจะมีทรัพยาพลังงานมาใช้ได้เมื่อไหร่อย่างไร พลังงานเป็นเรื่องทุกคน ก็ขอความเห็นใจศึกษาแสนอแนะหาทางที่เป็นไปได้ ก็จะทำให้โครงการพัฒนาได้ เพื่อความมั่นคงของประเทศ

                                        —–ทีมข่าวเศรษฐกิจ สำนักข่าวไทย อสมท—

                                              

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผู้ใหญ่บ้านมอบตัว คดียิงชายใหม่ของเมียเก่า ดับคากระบะ

นนทบุรี 20 พ.ค. – ผู้ใหญ่บ้านหึงโหด บุกยิงกิ๊กของอดีตภรรยา 6 นัด เสียชีวิตคารถกระบะ มอบตัวแล้ว เบื้องต้นถูกแจ้งหลายข้อหาหนัก ขณะที่เจ้าตัวฝากขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิต นายอานนท์ อายุ 40 ปี ผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึ่งใน อ.องครักษ์ จ.นครนายก หึงโหด บุกยิงนายพลาธิป อายุ 34 ปี อาชีพขับรถส่งหมู ซึ่งเป็นกิ๊กของอดีตภรรยา เสียชีวิตภายในรถกระบะที่จอดอยู่ในซอยลาดปลาดุก ถนนบางไผ่-หนองเพรางาย ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เหตุเกิดเมื่อเวลา 21.30 น.ที่ผ่านมา (19 พ.ค.) จากภาพจะเห็นว่าเมื่อเวลา 21.02 น. เห็นผู้ตายขับรถกระบะมาจอดริมทาง ก่อนมีรถกระบะสีดำอีกคันตามมาจอดปิดท้าย จากนั้นผู้ก่อเหตุอยู่ในชุดสวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงขาสั้น เดินลงจากรถ ใช้อาวุธปืนยิงใส่ผู้ตายที่ยังนั่งอยู่ในรถ แล้วหลบหนีไป ช่วงสายที่ผ่านมา (20 พ.ค.) พนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง เบิกตัวนายอานนท์ ผู้ก่อเหตุ มาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง หลังเมื่อราวตี […]

ขุดลึกลงไป 5 เมตร ยังไม่พบผู้สูญหาย

กทม. 19 พ.ค.-ทีมค้นหาฝังแผ่นเหล็กชีทไพล์ รอบหลุมเสาเข็ม เพื่อขุดค้นหาผู้ประสบเหตุ ซึ่งขุดลึกลงไป 5 เมตร ยังไม่พบผู้สูญหาย เวลา 17.00 น. เจ้าหน้าที่ทีมค้นหา ทั้ง กรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณะภัย (ปภ.) Usar Thailand เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู และบริษัทรับเหมาเจาะเสาเข็ม ได้ใช้แบคโฮ เริ่มฝังแผ่นเหล็กชีทไพล์ ความยาวประมาณ 16 เมตร รอบหลุมเสาเข็ม 4 ด้าน เพื่อป้องกันดินสไลด์ปิดทับปากหลุมที่รถแบ็คโฮจะทำการขุด เพื่อค้นหาผู้ประสบเหตุ โดยการฝั่งแผ่นชีทไพล์ รอบหลุมเสาเข็ม เนื่องจากการประเมินของเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญทางด้านวิศวกรรม พบว่าดินที่สไลด์ลงมาส่งผลกระทบรุนแรงต่อโครงสร้างอาคาร และเสาไฟฟ้า ในบริเวณที่เกิดเหตุ ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันปัญหาอาคารทรุดตัว เอน และ พังถล่ม จึงจำเป็นต้องนำแผ่นชีทไพล์มากั้น ก่อนทำการขุดดิน และเริ่มค้นหาผู้ประสบเหตุ และหลังจากฝังชีทไพล์ เสร็จสิ้นในเวลา 18.30 น. โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้นำเครื่องโซน่า ลงไปในหลุม เพื่อค้นหาร่างผู้ประสบเหตุ ซึ่งจากการใช้ โซน่าสแกน ร่างของผู้ประสบเหตุ ฝังอยู่ในหลุมลึก […]

พบศพ “ดีเจเตเต้” ถูกอุ้มมัดมือไพล่หลังทิ้งกลางไร่อ้อย

กาญจนบุรี 18 พ.ค. – พบแล้วศพ “ดีเจเตเต้” ถูกอุ้มมัดมือไพล่หลัง นำศพทิ้งกลางไร่อ้อย เมืองกาญจน์ หลังครอบครัวแจ้งช่วยตามหาตัวตั้งแต่คืนวันที่ 14 พ.ค. ตั้งปมสังหารเรื่องชู้สาว ความคืบหน้ากรณี “ดีเจเตเต้” ถูกขับรถตามประกบ ก่อนอุ้มขึ้นรถหายตัวไป เหตุเกิดเมื่อเวลา 03.53 น. ของวันที่ 14 พ.ค. ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งริมถนนแสงชูโต ต.ท่ามะขาม อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ซึ่งหลังเกิดเหตุพ่อของดีเจเตเต้ ได้ออกมาอัดคลิปลงเฟซ บุ๊กเพื่อขอความช่วยเหลือในการตามหาตัวลูกชายที่หายตัวไป ก่อนที่ล่าสุดจะพบว่า กลายเป็นศพอยู่กลางไร่อ้อยเชิงเขาบ้านทุ่งนานางหรอก โดยวันนี้เวลาประมาณ 10.30 น. นายธนพล เสือส่าน กำนันบ้านทุ่งนานางหรอก ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบศพอยู่บริเวณไร่อ้อย หมู่ 3 บ้านทุ่งนานางหรอก ต.ลาดหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี คนที่ไปเจอ เป็นน้าชายของนายกอล์ฟคนในหมู่บ้าน ที่ออกไปหาของป่าแล้วไปเจอศพ ในสภาพนอนตะแคง ถูกมือถูกมัดไขว้หลัง แล้วมาบอกหลานชายคือนายกอล์ฟไปดูด้วยกัน แล้วนายกอล์ฟจึงแจ้งให้กำนันทราบ ทางกำนันก็แจ้งเรื่องต่อไปยังตำรวจ สภ.ลาดหญ้า ซึ่งเบื้องต้นศพสวมเสื้อผ้าตรงกับที่เป็นข่าว […]

หาความจริง “แก๊งแม่ชีพันล้าน” ยันไม่ใช่เรื่องจริง

สมุทรสาคร 18 พ.ค. – วงการสงฆ์ยังไม่แผ่ว กระแสแก๊งแม่ชีพันล้านโผล่อีก สำนักพุทธลงตรวจสอบแล้ว แม่ชีที่ถูกกล่าวหา ตอบได้ทุกคำถาม ยืนยันไม่ใช่เรื่องจริง จากกระแสเมื่อวานนี้ (17 พ.ค.) มีเพจหนึ่งนำภาพกลุ่มแม่ชีหลายภาพพร้อมกองธนบัตร และภาพแม่ชีที่แอดมินระบุอ้างว่าเป็นการใส่วิกผม มาโพสต์ลงโซเชียล พร้อข้อความเขียนแจงอย่างละเอียดว่า กรณีมีเพจดังโพสต์ภาพแม่ชีพร้อมข้อความระบุข้อความเด็ดว่า ทำนองว่า “แก๊งแม่ชีพันล้านคุมวัดเบ็ดเสร็จไร้เงาพระ! 1. แม่ชี 2 พี่น้องบริหารวัดลำพังไม่มีไวยาวัจกร ไม่มีกรรมการ ไม่มีมัคทายก ครอบครองที่ดินนับพันไร่แต่ชื่อเจ้าของไม่ใช่วัด บางแปลงเป็นชื่อแม่ชี อาจเข้าข่าย “ถือครองแทน” หรือใช้วัดบังหน้า? ยอดกฐินปีละเกือบ 100 ล้าน! รายชื่อผู้บริจาคซ้ำๆ เดิมๆ ส่วนใหญ่เป็นแม่ชี-คนในวัด ไม่มีอาชีพ ไม่มีธุรกิจ แต่ “บริจาคเป็นล้านทุกปี” ระบบโบนัสแม่ชีสาวช่วยหาทุนได้มาก พาเที่ยวรีสอร์ตหรูปีละครั้ง ใส่วิกเต็มยศ นั้น วันนี้ผู้สื่อข่าวพร้อม นส.สวาท แซ่ตัน ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนา จ.สมุทรสาคร นายอิทธิธร สีเหลือง นักวิชาการศาสนาปฏิบัติการ เดินทางไปที่วัดที่แม่ชีในภาพบวชอยู่ ต.บางโทรัด […]

ข่าวแนะนำ

จนท.อัดอากาศเข้าหลุม ใช้คนลงไปขุดหาตัวผู้ประสบภัย

กทม. 20 พ.ค.-เจ้าหน้าที่อัดอากาศเข้าไปในหลุม เตรียมความพร้อมส่งชุดค้นหา โรยตัวใช้มือขุดหาตัวผู้ประสบภัย เวลา 19.00 น. ชุดค้นหาผู้สูญหายได้นำท่ออัดอากาศเข้าไปภายในหลุมที่คนงานพลัดตกลงไป ที่ไซต์งานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย บริเวณปากซอยหลานหลวง 6 และซอยหลานหลวง 8 แขวงคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ซึ่งขณะนี้ทีมเจ้าหน้าที่สามารถขุดลงไปได้ลึกในระดับ 9 เมตร และเตรียมส่งชุดค้นหาลงไปใช้วิธีสำรวจโดยการขุดด้วยมือแทนการใช้เครื่องจักร เนื่องจากกังวลว่า หากขุดดินลึกลงไปในระดับที่มากกว่า 10 เมตร แรงสั่นสะเทือนเครื่องจักรจะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอาคารใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถส่งเจ้าหน้าที่ลงไปภายในหลุมดังกล่าวได้เนื่องจากภายในหลุมมีออกซิเจนเบาบาง ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อชุดค้นหาได้ ทำให้ต้องอัดอากาศเข้าไปเบื้องต้นก่อน และคาดว่า ชุดเจ้าหน้าที่สามารถโรยตัวลงไปสำรวจได้ในเวลา 20.00 น. ซึ่งการลงไปในหลุมดังกล่าว เจ้าหน้าที่จะสามารถลงไปได้เพียงครั้งละ 2 คน ใช้เวลารอบละไม่เกิน 15 นาที เวลา 20.00 น. ชุดค้นหานำอุปกรณ์ขุดเจาะ พร้อมโรยตัวลงไปในหลุม เพื่อหย่อนน้ำยาเบนโทไนต์ ซึ่งเป็นสารเคมีชนิดหนึ่ง ที่ควบคุมการไหลของน้ำ และป้องกันการพังทลายของพื้นดินช่วงที่มีการเจาะ ด้วยคุณสมบัติที่ดูดซับน้ำและเพิ่มความหนืดให้กับดินจะทำให้ดินไม่ทรุดตัว โดยชุดค้นหาให้ข้อมูลจากทีมข่าวว่า ตลอดทั้งคืนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่า ผู้สูญหายน่าจะติดค้างอยู่ในระยะความลึกประมาณ 16 […]

กว่า 24 ชั่วโมง ยังกู้ร่างคนงานพลัดตกหลุมไม่สำเร็จ

ศรีสะเกษ 20 พ.ค. – กว่า 24 ชั่วโมงแล้ว ปฏิบัติการค้นหาร่างคนงานชาวศรีสะเกษพลัดตกหลุมฝังเสาเข็ม ตลอดทั้งวันเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานเร่งทำงานอย่างยากลำบาก ท่ามกลางฝนโปรยปรายลงมาตลอด ดินเลื่อนไหลอ่อนตัว ส่วนญาติคนงานที่ศรีสะเกษ รอร่างกลับบ้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่เกาะติดภารกิจค้นหาร่างนายศราวุฒิ จันทะสนธ์ หรือดาว อายุ 33 ปี คนงานชาวศรีสะเกษ ที่ พลัดตกหลุมฝังเสาเข็มจากดินสไลด์ทับฝังร่างมิดความลึก 19 เมตร คาดว่าเสียชีวิตแล้ว ที่งานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงบางขุนนนท์ – ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย บริเวณปากซอยหลานหลวง 6 และซอยหลานหลวง 8 แขวงคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย โดยมีนายภุชพงศ์ สัญญโชติ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการดับเพลิงและกู้ภัย 3 สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร ร่วมวางแผนประเมินสถานการณ์ภารกิจในการค้นหา ร่วมกับหลายหน่วยงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้ขุดดินลึกลงไปได้แล้ว 9 เมตร จากการตรวจสอบดินที่นำขึ้นมา พบเพียงเศษวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างในระยะ 8 เมตร เช่น เสียม […]

ศาลฎีกาสั่งจำคุก “เสก โลโซ” 2 ปี 12 เดือน 20 วัน

กทม. 20 พ.ค.-ศาลฎีกาสั่งจำคุก “เสก โลโซ” 2 ปี 12 เดือน 20 วัน คดีต่อสู้เจ้าพนักงาน-เสพยา-ปืน ช่วงตำรวจบุกบ้านปี 60 คุมตัวเข้าเรือนจำพิเศษมีนบุรี ศาลอาญามีนบุรี ถนนสีหบุรานุกิจ อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีที่พนักงานอัยการ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือ เสก โลโซ จำเลยคดีหมายเลขคดีดำ อ.1662/2561 แดง อ.8288/2561 ความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติตามหน้าที่ เสพยาเสพติด และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ. 2490 กรณีนายเสกสรรค์ ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2560 ที่บ้านพัก หลังจากศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ออกหมายจับในข้อหาเกี่ยวกับการยิงปืนขึ้นฟ้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร ในระหว่างการจับกุม เสก โลโซ ได้ขัดขืนและขู่จะใช้ปืน หากเจ้าหน้าที่บุกเข้ามา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องใช้หน่วยอรินทราชเข้าช่วยเหลือในการควบคุมตัว โดยอัยการโจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีอาวุธปืนพกออโตเมติกซึ่งมีทะเบียน พร้อมกระสุนปืน และต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่ โดยมีหรือใช้อาวุธปืน […]

“แพทองธาร” ลั่น สส.ย้ายพรรค อยู่ที่ความสมัครใจ เหมือนย้ายองค์กร

ทำเนียบ 20 พ.ค.-“แพทองธาร” ลั่น สส.ย้ายพรรค อยู่ที่ความสมัครใจ ห้ามไม่ได้ เปรียบเหมือนสมัครงาน-ย้ายองค์กร หาสิ่งที่ใช่ นี่เป็นวงการของเรา วงการการเมือง นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงกรณีที่ฝ่ายค้านวิจารณ์ว่า นายกฯ ปล่อยให้ พรรคร่วมรัฐบาลดูด สส. เพื่อมาสนับสนุนรัฐบาล ซึ่งก่อนหน้านี้ นายกฯ ระบุว่า ไม่อยากเห็นภาพการซื้อ สส. มาร่วมรัฐบาล โดยนายกฯ ย้อนถามสื่อว่า แล้วเขาซื้อหรือไม่ ขณะที่สื่อตอบกลับว่า ไม่ได้ซื้อ นายกฯ จึงกล่าวว่า เขามาด้วยความสมัครใจใช่หรือไม่ สื่อจึงตอบว่า ถ้ามาด้วยความสมัครใจได้ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับแต่ละพรรคจัดการ ซึ่งต้องไปถามหัวหน้าพรรคแต่ละพรรค ว่าจัดการแบบไหน และอยากได้ใครเข้ามาเพิ่ม “เส้นทางการเมืองที่ดิฉันพบเจอมา เป็นความเชื่อ เป็นความเข้าใจของแต่ละคน ว่าเวลานั้นรู้สึกว่าสังกัดพรรคไหนแล้วเป็นตัวเอง สังกัดพรรคไหนแล้วตอบโจทย์ เหมือนกับเราสมัครงาน ถ้าเราสมัครที่ไหนแล้วรู้สึกว่าใช่ องค์กรนี้ใช่เราหรือไม่ ก็ห้ามไม่ได้ว่าใครจะอยากย้ายไปองค์กรไหน สื่อจะอยู่สื่อเดิมหรือสื่อใหม่ก็ย้ายได้เช่นกัน เป็นสิ่งที่แล้วแต่ทุกคนจะชอบ นี่เป็นวงการของเรา […]