ยื่นหนังสือ กทม.ขอดูภาพกล้องวงจรปิด ตามหาหมุดคณะราษฎร

กทม.19 เม.ย.-ภาคประชาชน ยื่นหนังสือ กทม.ขอดูภาพกล้องวงจรปิดโดยรอบพระบรมรูปทรงม้า ช่วง 1-9 เม.ย.ที่ผ่านมา เพื่อเป็นหลักฐานประกอบการติดตามหาหมุดราษฎรที่หายไป แต่เอกสารไม่ครบต้องนำกลับมายื่นใหม่ 


นายอภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์ และนางณัฏฐา มหัทธนา ตัวแทนภาคประชาชน เดินทางมายื่นหนังสือขอความร่วมมือจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อขอดูภาพจากกล้องวงจรปิด (CCTV )โดยรอบบริเวณพระบรมรูปทรงม้า ลานพระราชวังดุสิต โดยมีนายยุทธพันธุ์  มีชัย  เลขานุการผู้ว่าฯกทม.รับมอบหนังสือ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำเอกสารใบคำร้องขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดมาให้กรอกตามขั้นตอน เหมือนเช่นประชาชนทั่วไป ซึ่งการคัดลอกข้อมูลภาพอยู่ลำดับที่ 188 เดือนเมษายน 2560 ซึ่งได้ขอรายละเอียดภาพจากกล้องวงจรปิดตั้งแต่วันที่ 1-9 เมษายน 2560


นายยุทธพันธุ์ กล่าวว่า กทม.ไม่ขัดข้องที่จะอำนวยการเรื่องดังกล่าว ตามระเบียบกฎเกณฑ์และกติกา  แต่เนื่องจากเอกสารที่นำมา ยังขาดบันทึกแจ้งความ ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญประกอบการพิจารณา จึงต้องนำมามอบให้ กทม.อีกครั้งยืนยันว่า ผู้ว่าฯกทม.จะปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ต่างๆ ตามขั้นตอน ไม่แตกต่างจากประชาชนคนอื่น 


นายอภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์ กล่าวขอบคุณ กทม. ที่อำนวยความสะดวกเป็นอย่างดี แต่พบปัญหากล้องวงจรปิดที่ขอดูภาพจำนวน 11 ตัว กทม.แจ้งว่าถูกนำออกไปทั้งหมด เนื่องจากปรับปรุงสัญญาณไฟจราจร ซึ่งกล้องจะผูกติดกับสัญญาณไฟจราจร ทำให้กล้องไม่สามารถใช้งานได้ ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน ดังนั้นจึงประสานขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงในจุดอื่นๆ บริเวณพระบรมรูปทรงม้า ลานพระราชวังดุสิต เพื่อเป็นหลักฐานประกอบการตามหาหมุดคณะราษฎรที่หายไป นอกจากนี้เชื่อว่าหมุดคณะราษฎรหายไปในช่วงระหว่างวันที่ 2-8 เมษายนที่ผ่านมา 

ด้านนางณัฏฐา มหัทธนา เรียกร้องสื่อมวลชนติดตามการนำกล้องวงจรปิดออกจากพื้นที่ ไม่ใช่อำนาจของ กทม.เป็นส่วนงานจราจร ต้องสอบถามกันต่อไปว่าใครเป็นผู้ตัดสินใจให้เอาออกไปในช่วงเวลาดังกล่าว แต่เห็นว่า แม้จะไม่มีกล้องวงจรปิด ควรมีมาตรการรองรับ เพื่อยกระดับการรักษาความปอดภัย เพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่พิเศษ ซึ่งส่วนตัวรู้สึกตกใจมาก แต่ไม่ได้คาดหวังว่า การขอภาพกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมในจุดอื่น จะสามารถใช้ประกอบเป็นหลักฐานได้ ซึ่งการไม่มีกล้องก็เท่ากับขาดหลักฐาน  แต่เชื่อว่าบริเวณดังกล่าว มีทหาร ตำรวจ ที่ปฏิบัติหน้าที่สามารถเป็นพยานบุคคลได้อย่างแน่นอน พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายซื่อตรงในหน้าที่ และวิชาชีพ

ทั้งนี้ ระหว่างหารือ มีประชาชนที่มาร่วมสังเกตการณ์ แสดงความไม่พอใจ ทำให้กลุ่มตัวแทนภาคประชาชน ต้องขอโทษกับการกระทำดังกล่าว นอกจากนี้ ยังมีพล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 ร่วมสังเกตการณ์ และดูแลความสงบเรียบร้อย ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ ให้สอบถามกับผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง .-สำนักข่าวไทย 

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

พ่อเลี้ยงล่วงละเมิด

“ต้นอ้อ” แฉพิรุธพ่อเลี้ยงปมคลิปเสียง-DNA ส่วนเด็กอาการดีขึ้น

“ต้นอ้อ” แฉพิรุธพ่อเลี้ยงปมคลิปเสียง-DNA เชื่อ แม่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แค่เชื่อผัวเพราะลูกเคยโกหก เผย ตอนแม่รู้ความจริงว่าใครทำลูกถึงกับร้องไห้โฮโผกอดลูก ส่วนเด็ก 10 ขวบอาการดีขึ้น แต่ต้องรักษาตัวอีกหลายสัปดาห์

งานแต่งธนกร

วิวาห์ชื่นมื่น “ธนกร-แคทลีน” คนดังการเมือง-นักธุรกิจ ร่วมยินดีครึกครื้น

งานวิวาห์ “ธนกร-แคทลีน” ชื่นมื่น คนดังการเมือง-นักธุรกิจ ร่วมยินดีครึกครื้น ด้าน “ทักษิณ” ไม่ได้มาร่วม แต่ส่งของขวัญแสดงความยินดี

ทรัมป์สั่งปลด

“ทรัมป์” สั่งปลดประธานคณะเสนาธิการร่วมตามแผนปรับปรุงกลาโหม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ออกคำสั่งในวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่นปลด พลอากาศเอก ซี. คิว. บราวน์ จูเนียร์ (Charles Quinton Brown Jr.) เป็นประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมของสหรัฐออกจากตำแหน่ง

ข่าวแนะนำ

“ทักษิณ” ถึงนราธิวาส กลับมาในรอบ 19 ปี

“ทักษิณ” ถึงนราธิวาส บอกคนนราธิวาสน่ารักเสมอ ต้อนรับอบอุ่นกับการกลับมาในรอบ 19 ปี ก่อนเดินทางต่อตามกำหนดเดิม แม้มีระเบิดที่สนามบิน

บึ้มรถกระบะ สนามบินนราธิวาส ก่อน “ทักษิณ” ลงพื้นที่

บึ้มรถกระบะจอดใกล้กับหอบังคับการบิน ท่าอากาศยานนราธิวาส ก่อน “ทักษิณ” ลงพื้นที่สนามบินบ้านทอน ในอีก 50 นาที ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ

น้ำป่าหลากท่วม อ.ไทรโยค กลางดึก

ระทึกกลางดึก น้ำป่าหลากท่วมบ้านเรือนประชาชน อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ถนนหลายเส้นถูกน้ำป่าพัดขาด จนท.เร่งอพยพประชาชนด้วยความยากลำบาก

Pope at Vatican on Feb 5, 2025 says have a strong cold

โป๊ปฟรันซิสพระอาการวิกฤต

วาติกัน 23 ก.พ.- พระอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรันซิส พระประมุขแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ทรุดลงอยู่ในขั้นวิกฤตในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา สำนักวาติกันออกแถลงการณ์ฉบับล่าสุดเมื่อวันเสาร์ว่า พระอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาทรุดลงในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และระบุเป็นครั้งแรกว่า พระอาการของพระองค์อยู่ในขั้นวิกฤตจากโรคระบบทางเดินหายใจคล้ายกับโรคหอบหืดในช่วงเช้าวันเสาร์ ทำให้ขณะนี้พระองค์จำเป็นต้องได้รับออกซิเจนเสริมและการถ่ายเลือด โดยรวมแล้วถือว่า พระอาการอยู่ในขั้นวิกฤตและยังไม่พ้นขีดอันตราย อย่างไรก็ดี พระองค์ยังทรงตื่นตัว และประทับนั่งบนเก้าอี้ตลอดวัน แม้ว่าทรงประชวรมากกว่าวันก่อนหน้านี้ก็ตาม พระสันตะปาปาฟรันซิส พระชนมายุ 88 พรรษา ทรงเข้ารับการถวายการรักษาที่โรงพยาบาลเจเมลลี ในกรุงโรม ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ หลังทรงมีพระอาการหายใจติดขัดต่อเนื่องหลายวัน และตรวจพบว่าปอดอักเสบทั้งสองข้าง ทรงร้องขอให้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับพระอาการของพระองค์อย่างตรงไปตรงมา สำนักวาติกันจึงออกแถลงการณ์ชี้แจงความคืบหน้าอาการประชวรของพระองค์ต่อเนื่องทุกวัน แต่แถลงการณ์ฉบับล่าสุดถือเป็นครั้งแรกที่มีเนื้อหาระบุชัดเจนว่า อาการประชวรของพระองค์อยู่ในขั้นวิกฤต ขณะที่แพทย์คาดการณ์ว่า พระองค์จะต้องประทับอยู่ในโรงพยาบาลอย่างน้อยตลอดสัปดาห์หน้า ภารกิจต่อสาธารณชนทั้งหมดของพระสันตะปาปาจึงถูกยกเลิกตลอดสัปดาห์ ทั้งพิธีมิสซาประจำวันอาทิตย์ รวมถึงการสวดภาวนาแองเจลัส (Angelus) ตามปกติทุกสัปดาห์ด้วย.-815(814).-สำนักข่าวไทย