รัฐบาลเผยผลงานการแก้ปัญหายาเสพติด-สร้างความสงบสุขในพื้นที่ชายแดนใต้

สำนักข่าวไทย ๙ ต.ค.- รัฐบาลเผยรายงานผลการดำเนินงาน ๑ ปี ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดและสร้างความสงบสุขในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วน ๑๒ เรื่องของรัฐบาล ตัวอย่างผลงานสำคัญของกระทรวงต่างๆ ดังนี้


  • กระทรวงศึกษาธิการ พัฒนาการอาชีวศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ตามภารกิจพื้นฐาน ขับเคลื่อนศูนย์พัฒนาการเรียนการสอนภาษาไทยจังหวัดชายแดนภาคใต้ กิจกรรมค่ายทักษะชีวิตสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติด สร้างภูมิคุ้มกันให้นักเรียน นักศึกษา เพื่อตัดวงจรการแพร่ระบาดรายใหม่ โดยเริ่มจาก “โครงการห้องเรียนสีขาว” แล้วพัฒนาสู่ “สถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข” พัฒนาฝีมือแรงงานตามแนวชายแดนไทย และตอบสนองความต้องการในการลงทุนในพื้นที่ของภาคเอกชน ๒ ร่วมมือจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน ในการฝึกอบรมแรงงานในสาขาต่างๆ เป็นการส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้ประชาชนในพื้นที่ ซึ่งจะช่วยลดปัญหาข้ามชาติที่มีรากเหง้าจากความยากจนได้อย่างยั่งยืน
  • กระทรวงกลาโหม สกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด การลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรและสิ่งผิดกฎหมาย การจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย โครงการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
  • กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ๑. พัฒนาอาชีพเกษตรแก่เกษตรกร ๑๓,๔๓๐ ราย ปรับปรุงพื้นที่นาร้าง ๑๐,๔๔๙ ไร่ จัดทำแปลงขยายผล เพิ่มประสิทธิภาพ ๔๕๔ แปลง
  • กระทรวงการต่างประเทศ พัฒนาฝีมือแรงงานตามแนวชายแดนไทย และตอบสนองความต้องการในการลงทุนในพื้นที่ของภาคเอกชน ร่วมมือจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน ในการฝึกอบรมแรงงานในสาขาต่างๆ ส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้ประชาชนในพื้นที่
  • กระทรวงแรงงาน รณรงค์ ประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ความรู้แก่กลุ่มผู้ใช้แรงงาน ทวิภาคี แรงงานข้ามชาติเชิญชวนสถานประกอบกิจการ มีระบบการจัดการด้านยาเสพติดตามเกณฑ์โรงงานสีขาวและระบบมาตรฐานการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานประกอบกิจการ แก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานประกอบกิจการ (มยส.) จำนวน ๑,๖๓๓ แห่ง ลูกจ้างจำนวน ๒๑๓,๓๓๒ คน โดยแบ่งออกเป็น สถานประกอบกิจการผ่าน มยส.แห่งใหม่ จำนวน ๑,๓๕๗ แห่ง และสถานประกอบกิจการที่ยื่นต่ออายุมยส. จำนวน ๒๗๖ แห่ง และดำเนินโครงการโรงงานสีขาว โดยมีสถานประกอบกิจการเข้าร่วมโครงการ โรงงานสีขาวจำนวน ๔,๐๕๓ แห่ง และผ่านเกณฑ์โรงงานสีขาวแล้วจำนวน ๒,๗๐๒ แห่ง มีลูกจ้างจำนวน ๑๓๒,๖๗๕ คน
  • กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ๑. โครงการขับเคลื่อนงานตามมาตรการด้านสตรีและการส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคง ส่งเสริมการพัฒนาตนเองและคุ้มครองสิทธิของสตรีจังหวัดชายแดนภาคใต้ จัดทำจดหมายถึงผู้หญิงในชุมชนด่านยูโย อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี จำนวน ๕๐๐ ฉบับ เพื่อแสดงความห่วงใยให้ความรู้ในการดูแลตนเองและครอบครัวต่อการป้องกันโรคระบาดตามหลักศาสนาอิสลาม จัดทำสื่ออินโฟกราฟฟิก ๑๐ วิธีดูแลตัวเองและคนที่เรารัก จัดทำเป็นภาษาไทยและภาษายาวี ให้ความรู้กับชุมชน โดยเฉพาะการปฏิบัติในช่วงอยู่บ้านของเด็กๆ พร้อมแจกนิทานเพื่อเน้นกิจกรรมในครอบครัวระหว่างอยู่บ้าน

    ๒. โครงการอำนวยความยุติธรรมและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ช่วยเหลือกรณีเสียชีวิต รายละ ๖,๐๐๐ บาท ๒๓ ราย ช่วยเหลือเฉพาะหน้ากรณีบาดเจ็บ รายละ ๓,๐๐๐ บาท จำนวน ๕๖ ราย มอบเงินฟื้นฟูสมรรถภาพผู้บาดเจ็บสาหัส/พิการ รายละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท จำนวน ๓๐ ราย มอบเงินยังชีพรายเดือนแก่บุตรผู้เสียชีวิต บาดเจ็บสาหัส/พิการ ตามระดับการศึกษา จำนวน ๕,๓๘๔ ราย มอบเงินยังชีพรายเดือนแก่ผู้ที่พิการจากเหตุความไม่สงบ ตามลักษณะความพิการ จำนวน ๗๗๔ ราย มอบเงินอุดหนุนแก่ครอบครัวที่อุปการะเด็กที่ทั้งบิดามารดาเสียชีวิตจากเหตุความไม่สงบแบบครอบครัวอุปถัมภ์รายละ ๒,๐๐๐ บาท/เดือน ๔๒ ราย
  • กระทรวงยุติธรรม ขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด รวม ๕ ด้าน คือ ด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ ด้านการปราบปรามยาเสพติดและบังคับใช้กฎหมาย ด้านการบำบัดรักษายาเสพติด ด้านการบริหารจัดการอย่างบูรณาการ เน้นการขับเคลื่อนนโยบายพืชเสพติด ศึกษากรอบแนวคิด Valued-based เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพมาตรการยึดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติด อยู่ในระหว่างการยกร่างกฎหมายคู่ขนาน โครงการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพเด็กและเยาวชนตามผลการจำแนก โครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะด้านกีฬาและดนตรี สำหรับเด็กและเยาวชนกลุ่มเสี่ยงต่อการใช้ยาเสพติด ประจำปี ๒๕๖๓

    โครงการบำบัดและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ต้องขังติดยาเสพติดในรูปแบบชุมชนบำบัด โครงการบำบัดและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ต้องขังติดยาเสพติดในรูปแบบวิวัฒน์พลเมืองราชทัณฑ์ ด้วยกระบวนการลูกเสือ โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสำหรับกลุ่มผู้เสพและผู้ค้ารายย่อยในเรือนจำ/ทัณฑสถาน โครงการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ต้องขังติดยาเสพติดก่อนพ้นโทษในเรือนจำ/ทัณฑสถาน โครงการพัฒนาหน่วยบำบัดและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดเข้าสู่มาตรฐาน โครงการอบรมหลักสูตรการบำบัดและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด โครงการส่งเสริมการอำนวยความยุติธรรมโดยศูนย์ยุติธรรมชุมชน
  • ศอ.บต. บำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อหนุนเสริม กอ.รมน.ภาค ๔ สน. ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ ได้ดำเนินการฝึกอาชีพ โดยใช้หลักสูตร ๑๕ วัน ๖๐ ชั่วโมง จำนวน ๗ สาขาวิชา โดยฝึกอบรมวิชาชีพรวม ๔๐๕ คน.-สำนักข่าวไทย
ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

งัดอัยการศึกคุมพื้นที่ “ บ้านหนองจาน” หลังกัมพูชาก่อจลาจล

29 ส.ค.- งัดอัยการศึกคุมพื้นที่ “ บ้านหนองจาน” ขีดเส้นถนนศรีเพ็ญ เป็นแนวรักษาความสงบ ห้ามพกพาอาวุธ ห้ามใช้เครื่องขยายเสียงโดยพลการ ประกาศกองกำลังบูรพา เรื่อง การกำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย โดยจังหวัดสระแก้ว มีพื้นที่ประกาศกฎอัยการศึก จำนวน 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอตาพระยา อำเภอโคกสูง อำเภออรัญประเทศ อำเภอคลองหาด อำเภอวัฒนานคร อำเภอวังสมบูรณ์ และอำเภอวังน้ำเย็น นั้น โดยที่ปรากฏว่าประเทศกัมพูชา ได้นำประชาชนเข้ามาก่อเหตุจลาจลในราชอาณาจักรไทยพื้นที่บ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว จึงมีความจำเป็นโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ที่ต้องใช้กำลังทหาร ตำรวจ พลเรือน ตลอดจนประชาชนชาวไทยทุกคนเพื่อป้องกันประเทศ ให้พ้นจากภัยคุกคามดังกล่าว เพื่อรักษาไว้ซึ่งอธิบไตยของชาติและบูรณภาพแห่งดินแดน ตลอดจนชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทย และจำเป็นต้องกำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย รวมถึงมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 จึงให้กำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย แนวรักษาความสงบเรียบร้อย และมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ให้พื้นที่บ้านหนองจาน ตำบลโนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง […]

“ปลอดประสพ” โชว์ผลงานร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมการประมง

รัฐสภา 28 ส.ค.-“ปลอดประสพ” โชว์ผลงานร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 พ.ศ.. ผ่าน กมธ.ร่วม สส.-สว.แล้ว เห็นชอบกฎหมายฉบับใหม่ราบรื่น ย้ำเป็นกฎหมายเพื่อทุกคน เกื้อหนุนประมงไทยโตขึ้น นายปลอดประสพ สุรัสวดี ประธานคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 พ.ศ. ออกมาเปิดเผยว่า วันนี้มีการประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 พ.ศ. ….ในนาม สส.และรัฐบาล ที่ผลักดันกฎหมายฉบับนี้ จึงขอมอบกฎหมายประมงฉบับใหม่นี้ให้กับประชาชนชาวไทยแม้ว่ายังจะไม่เข้าสภา แต่เชื่อจะไม่มีปัญหาใดใดๆ อย่างแน่นอน พร้อมย้ำว่าตลอด 10 ปีที่ผ่านมาชาวประมงไทยจำนวนนับ 100,000 คน ย่ำแย่กับเศรษฐกิจด้านการประมง ประเทศเสียหายอย่างมาก จากที่เคยเป็นประเทศประมง ติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก และไทยส่งออกมูลค่านับ 100,000 ล้านบาท กลับกลายเป็นประเทศผู้นำเข้าสัตว์น้ำ แม้ปลาทูยังต้องนำเข้า ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่วนตัวเข้าใจและเห็นใจโดยเฉพาะในช่วงรัฐบาล คสช. ถูกกดดันจากสมาชิกสหภาพยุโรป ทำให้มีการแก้กฎหมายประมงในช่วงนั้น […]

กองทัพไทย เคาะสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา เขต อ.อรัญประเทศ

สระแก้ว 23 ส.ค.-กองทัพไทย เคาะสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา จุดแรกบริเวณหลักเขตที่ 50-51 เขต อ.อรัญประเทศ ระยะทาง 10 กม. เชื่อเริ่มดำเนินการได้เป็นรูปธรรมภายในปีนี้ พลเอกมนัส จันดี เสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทยพร้อมคณะลงพื้นที่เพื่อสำรวจแนวชายแดนตั้งแต่หลักเขตที่สี่ 48 ต่อเนื่องถึง 51 บริเวณพื้นที่บ้านป่าไร่ ถึงบ้านท่าข้าม ในเขต อ.อรัญประเทศ โดยการสำรวจดังกล่าวเพื่อเตรียมสร้างแนวกำแพงแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยได้ข้อสรุปเบื้องต้นบริเวณหลักเกณฑ์ที่ห้า 50 และ 51 ซึ่งไทยและกัมพูชาเห็นตรงกันแล้วในเรื่องเขตแดน จะสร้างเป็นรั้วถาวรเป็นจุดแรกระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร ขณะบริเวณอื่นๆ ซึ่งยังมีการอ้างสิทธิ และยังไม่มีข้อสรุปเรื่องเขตแดนที่ชัดเจน เบื้องต้นก็จะสร้างเป็นแนวรั้วชั่วคราวด้วยวิธีการตัดถนนเลียบตลอดแนวชายแดนและวางรั้วลวดหนามหีบเพลงสามชั้น พร้อมติดกล้องวงจรปิดในจุดที่สามารถดำเนินการได้ ทั้งนี้เชื่อว่าการดำเนินการดังกล่าวจะเกิดประโยชน์ในการเคลื่อนย้ายกำลัง รวมไปถึงการลาดตระเวนตรวจตรา นอกจากนี้การปรับพื้นที่ให้โล่งก็จะทำให้การลักลอบผ่านแดนตามช่องทางธรรมชาติยากขึ้น ซึ่งถือเป็นการสกัดกั้นทั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์และปัญหาสแกมเมอร์ ได้ โดยการดำเนินการจะเริ่มต้นทันทีที่นำเรื่องเข้าขออนุมัติจากสภาความมั่นคงแห่งชาติและไม่ได้ติดขัดในเรื่องงบประมาณแต่อย่างใด เชื่อว่าภายในปีนี้น่าจะเห็นแนวรั้วกำแพงชายแดนไทย-กัมพูชา เริ่มต้นเกิดขึ้นได้ ซึ่งขั้นตอนต่อจากนี้จะมีการลงในรายละเอียดพื้นที่ต่างๆ เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนตามแนวชายแดนที่บางส่วนอาจได้รับผลกระทบบ้าง แต่ก็เชื่อว่าประชาชนพร้อมที่จะเสียสละเพื่อความมั่นคงปลอดภัยของส่วนรวม พลตรี วันชนะ สวัสดี ผู้อำนวยการสำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กรมยุทธการทหาร กล่าวเพิ่มเติมว่า การทำรั้วตลอดแนวชายแดนไทยกัมพูชาเกิดขึ้นจากข้อเรียกร้องของประชาชน […]

“ภูมิธรรม” คุย ผบ.ตร. ก่อนประชุม ก.ตร. คาดปมหนังสือร้องเรียน

กทม. 28 ส.ค.-“ภูมิธรรม” คุย ผบ.ตร. ถกลับเข้ม ก่อนประชุม ก.ตร. คาดปมหนังสือร้องเรียน “บิ๊กเต่า” เป็นเหตุทำโผนายพล 136 ตำแหน่งสะดุดไม่ลงตัว ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรีไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เป็นประธานการประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 7/2568 ณ ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 มีระเบียบวาระการประชุม 5 วาระ ประกอบด้วย วาระที่ 1 เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ /วาระที่ 2 รับรองรายงานการประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 6/2568 /วาระที่ 3 เรื่องที่เสนอเพื่อทราบ เรื่องที่ 1 รายงานการดำเนินการของ อ.ก.ตร.สืบสวนสอบสวน ที่ ก.ตร. มอบหมายให้ทำการแทน เรื่องที่ 2 รายงานผลตามมติ […]

ข่าวแนะนำ

ปชน. เปิด 3 เงื่อนไข โหวตนายกฯ ผ่าทางตัน

กทม. 29 ส.ค.-พรรคประชาชน เปิด 3 เงื่อนไข โหวตนายกฯ ผ่าทางตัน นายกฯ คนใหม่ต้องยุบสภาภายใน 4 เดือน และแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นธรรม พร้อมยืนยันไม่ร่วมรัฐบาล นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมคณะกรรมการบริหารพรรค และแกนนำพรรค ร่วมกันแถลงจุดยืน หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง โดยจุดยืนของพรรคประชาชน เห็นว่า รัฐบาลจะเข้ามาบริหารประเทศ จะต้องเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถในการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง มากกว่าการเจรจาต่อรองผลประโยชน์ทางการเมือง ด้วยเหตุนี้ พรรคประชาชนในฐานะพรรคที่มีเสียงในสภามากที่สุด ขอผ่าทางตันทางการเมือง คือการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ เพื่อป้องกันนายกฯ ที่มาจากคณะรัฐประหาร หรือนายกฯ คนนอก ภายใต้เงื่อนไขดังนี้ 1. นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ต้องยุบสภาภายใน 4 เดือน นับตั้งแต่วันแถลงนโยบายรัฐสภา เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้ง2. ครม.ชุดใหม่ จะต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่าวันเลือกตั้ง3. พรรคประชาชนยืนยันไม่ร่วมรัฐบาล และจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านต่อไป จะไม่มีบุคคลจากพรรคประชาชนไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีใน ครม.ชุดนี้ หากต้องการเสียงสนับสนุน พรรคประชาชนพร้อมที่จะยกมือโหวตให้ภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว.-สำนักข่าวไทย

ศาล รธน. มติ 6-3 “แพทองธาร” พ้นเก้าอี้นายกฯ ครม.หลุดทั้งคณะ

ศาล รธน. 29 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ มติ 6-3 “แพทองธาร” พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เเละ ครม.พ้นจากตำเเหน่งทั้งคณะ ชี้ผิดจริยธรรมร้ายแรง คดีคลิปเสียงคุย “ฮุนเซน” ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาคดีที่ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ จากกรณีคลิปเสียงการสนทนาระหว่างนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี (ผู้ถูกร้อง) กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภาแห่งกัมพูชา เผยแพร่ทางสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2568 ซึ่งผู้ถูกร้องแถลงข่าวว่าเป็นเสียงการสนทนาของตนกับสมเด็จฮุน เซน จริง แม้ผู้ถูกร้องจะแถลงข่าวในเวลาต่อมาว่าเป็นการพูดคุยทางโทรศัพท์แบบส่วนตัว โดยมีเจตนาที่จะเจรจาต่อรองอย่างนุ่มนวล เพื่อรักษาไว้ซึ่งความสงบสุขและอธิปไตยของไทยก็ตาม แต่ผู้เข้าชื่อเสนอคำร้องเห็นว่า ผู้ถูกร้องแสดงออกถึงความนิ่งเฉยและไม่ปฏิบัติหน้าที่โต้ตอบ หรือกำหนดมาตรการรวมถึงการเจรจาระหว่างประเทศด้วยตนเองให้เป็นที่ประจักษ์ตามหน้าที่ความรับผิดชอบที่บุคคลผู้อยู่ในสภาวะวิสัย และพฤติการณ์แห่งความเป็นนายกรัฐมนตรีพึงกระทำ […]

จับโจรลักทอง-เงินสด วัดนามะตูม เชื่อมีคนชี้เป้า

ชลบุรี 29 ส.ค. – รวบแล้วคนร้ายงัดกุฏิเจ้าอาวาสวัดนามะตูม จ.ชลบุรี ขโมยทองคำ-เงินสด ที่ชาวบ้านร่วมกันบริจาคสร้างพระสมเด็จองค์ปฐม 28 พระองค์ เชื่อเกลือเป็นหนอน มีคนชี้เป้า ภาพจากกล้องวงจรปิดจะเห็นคนร้ายเข้ามางัดประตูกุฏิเจ้าอาวาสวัดนามะตูม จ.ชลบุรี โดยใช้เวลาไม่กี่นาที เข้าไปขโมยทองคำและเงินสดกว่าล้านบาท แล้วหลบหนี เมื่อช่วงวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ล่าสุดวันนี้ (29 ส.ค.) ตำรวจ สภ.พนัสนิคม แกะรอยจนติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ที่ จ.สุรินทร์ พร้อมของกลางทองคำและเงินสดจำนวนหนึ่ง ผู้ต้องหาอ้างว่านำไปขายแล้วบางส่วน ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างนำตัวผู้ต้องหากลับมาสอบสวนต่อที่ สภ.พนัสนิคม เจ้าของพื้นที่ นางชนิษฐา อายุ 65 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้าน ปัจจุบันเป็นสมาชิก อบต.นามะตูม เปิดเผยว่า ช่วยงานที่วัดมานานหลายปี ตั้งแต่สมัยเป็นผู้ใหญ่บ้าน จนเป็นสมาชิก อบต. พระอาจารย์เป็นพระนักปฏิบัติและพัฒนาอยู่ต่อเนื่อง อีกทั้งยังช่วยเหลือเด็กยากไร้ประจำ จากข่าวที่ออกไปเป็นทองที่ชาวบ้านร่วมกันบริจาคไว้ในงานเททองหล่อสมเด็จองค์ประฐม 28 พระองค์ และเพิ่งหล่อไปเพียง 1 พระองค์ เหลืออีก 27 พระองค์ […]

“แพทองธาร” เข้าทำเนียบฯ ลุ้นศาล รธน.วินิจฉัยปมคลิปเสียง

ทำเนียบ 29 ส.ค.- “นายกฯ แพทองธาร” เข้าทำเนียบฯ แล้ว ลุ้นศาล รธน.วินิจฉัย ปมคลิปเสียง ก่อนยิ้มโบกมือทักทายสื่อ เมื่อเวลา 12.35 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เดินทางถึงทำเนียบรัฐบาล โดยก่อนขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า นายกรัฐมนตรี ได้หันมาโบกมือและไหว้ทักทายกองทัพสื่อมวลชน ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส จากนั้นได้เดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อรอฟังการอ่านคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในเวลา 15.00 น. .-316 -สำนักข่าวไทย