“ณัฐพงษ์” สรุปศึกซักฟอก “นายกฯ แพทองธาร”

รัฐสภา 25 มี.ค.-“ณัฐพงษ์” สรุปศึกซักฟอก ชี้ “แพทองธาร” จงใจทำธุรกรรมอำพรางวางแผนหนีภาษี อิงแอบกับกลุ่มทุน เอาใจอำนาจเก่า ขาดเจตจำนงแก้ปัญหา หนีความจริง-หลอกสังคม จวกนายกฯ ไม่ใช่คนเดียวที่เป็นเหยื่อการเมืองในฐานะ “ลูกสาวทักษิณ”


ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งที่ 26 สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 2 วาระพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล เป็นวันที่ 2 หลังจากผู้อภิปรายคนสุดท้ายของพรรคร่วมฝ่ายค้านได้อภิปรายจบ และนายกรัฐมนตรีได้กล่าวชี้แจง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้กล่าวสรุปญัตติ

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า หลังจากการอภิปราย 2 วัน ได้มีประเด็นชวนสนทนากับนายกรัฐมนตรีหลายเรื่อง และนายกรัฐมนตรีได้เปิดประเด็นใหม่ที่ไม่ได้อยู่ในญัตติ ว่าพรรคของตนและพรรคของนายกรัฐมนตรีนั้นหัวอกเดียวกัน เจอนิติสงคราม ถูกยุบพรรคมาแบบเดียวกัน แต่คำถามคือ นายกรัฐมนตรีจะออกจากปัญหานี้อย่างไร ท่านบอกแล้วว่าพรรคเพื่อไทยมีนโยบายแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วไหนการกระทำ ทำไมไม่เหมือนกับที่ท่านพูดไว้เมื่อสักครู่


“อย่าอ้างเรื่องข้อกฎหมายว่ามีความเห็นแตกต่างเรื่องการทำประชามติ ใครๆ ก็รู้ว่าเป็นเหตุผลบังหน้าอยู่ เบื้องหลังเป็นเหตุผลทางการเมือง เฉพาะเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เจตจำนงของนายกรัฐมนตรีอยู่ตรงไหน” นายณัฐพงษ์ กล่าว

สำหรับคุณสมบัติด้านความรู้ความสามารถของนายกรัฐมนตรี ที่บอกว่า พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ สมัยท่านเป็นผู้บริหารในบริษัทเอกชนอาจสามารถใช้การสั่งได้มากกว่า แต่การฟังเยอะๆในสภาให้มากกว่าการพูด จะช่วยเพิ่มวุฒิภาวะได้ อย่างไรก็ตาม คุณสมบัติเรื่องการขาดเจตจำนงทางการเมือง ต้องถามนายกรัฐมนตรีว่า เหตุผลที่ท่านมาดำรงตำแหน่งทางการเมืองตอนนี้คืออะไร

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อไปว่า นายกรัฐมนตรีเล่าประวัติชีวิตส่วนตัวที่ผ่านมาตั้งแต่การปฏิวัติรัฐประหารปี 2549 ความขัดแย้งทางการเมืองเมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา สมาชิกในห้องนี้ล้วนเข้าใจความรู้สึกดี


“แต่ท่านเหมือนพยายามมาเล่าว่าตนเองเป็นผู้ถูกกระทำ ทั้งที่ทุกคนในประเทศนี้เป็นผู้ถูกกระทำจากความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศที่ผ่านมา ไม่ใช่นายกรัฐมนตรีคนเดียวในฐานะลูกสาวของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หากท่านจะใช้ความเป็นบุตรสาว ตั้งคำถามถึงความเป็นบุตรสาวของคนเสื้อแดงที่ต่อสู้เพื่อทักษิณ ชินวัตร ดูสิครับ จุดยืนของพรรคเพื่อไทยในวันนี้ ครอบครัวของคนเสื้อแดงที่ต้องสูญเสียไป ลูกสาวของเขารู้สึกอย่างไร ผมคิดว่าหลายคนรู้สึกโกรธ เศร้า หมดหวังกับการเมืองที่เป็นอยู่วันนี้ ถ้าเราจะเอาเรื่อง 20 ปีที่แล้วมาเล่า ก็จะวกเวียนซ้ำซากอยู่แบบนี้” นายณัฐพงษ์ กล่าว

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า สำหรับตนเอง ความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมา 20 ปี หากจะให้พูดโดยสรุปแค่ 2 ประโยคว่าเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย คือประโยคที่ว่า 20 ปีที่แล้ว ประเทศไทยสูญเสียไปทุกอย่าง เพื่อเอาคุณทักษิณ ชินวัตร ออกนอกประเทศ จะเกิดขึ้นจากใครนั้น คิดเอง แต่ 20 ปีผ่านมา ประเทศไทยกำลังจะสูญเสียทุกอย่างไปอีกครั้ง เพื่อเอา ทักษิณ ชินวัตร กลับมาในประเทศนี้

“นี่แหละคือสิ่งที่เราพยายามสื่อสารว่าดีลแลกประเทศคืออะไร และเป็นสิ่งที่ผมกล่าวหาท่าน ซึ่งความจริงไม่ใช่การกล่าวหา เพราะผมคิดว่าเป็นข้อเท็จจริง ว่าท่านได้ไปร่วมขบวนการกับพวกเขาแล้ว และไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ นี่แหละคือการอภิปรายบนพื้นฐานข้อเท็จจริง” นายณัฐพงษ์ กล่าว

นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า ท่านพยายามโยนคำกลับมาว่า พวกเราเป็นผู้ประดิษฐ์วาทกรรม ใส่ร้ายป้ายสี ไม่ใช่การเมืองสร้างสรรค์ เพราะครั้งนี้เป็นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ เมื่อกล่าวหาท่านก็ต้องชี้แจง แต่มองในมุมหนึ่ง ท่านบอกว่าท่านกำลังทำหน้าที่ กำลังเรียนรู้ แต่ท่านกลับนำข้อกล่าวหามาโยนใส่พวกตนที่กำลังทำหน้าที่ มันถูกต้องหรือไม่ มองว่าเป็นตรรกะที่ย้อนแย้ง การแสดงออกด้วยการกดคนอื่น ถือเป็นภาวะผู้นำที่ดีหรือไม่

“ท่านบอกว่าเรามีแต่เรื่องเก่า แต่เรื่องเก่าที่ผิดหลายเรื่อง ทำไมท่านถึงไม่แก้ สัมปทานทางด่วน ค่าไฟฟ้าแพง เหมืองทองอัครา แม้ไม่ได้เกิดขึ้นเร็วๆ นี้ หรือในรัฐบาลชุดนี้ แต่ในเมื่อท่านอยู่ในอำนาจแล้ว ทำไมจึงไม่ออกมายืนยันกับพวกเราว่าจะแก้ไข” นายณัฐพงษ์ กล่าว

นายณัฐพงษ์ กล่าวถึงคำว่าดีล ที่อ้างว่าเป็นเรื่องปกติในการเมือง ดีลอย่างไรให้โปร่งใสให้เป็นประโยชน์ เราจึงต้องกล่าวหาว่า เหตุและผลในการตัดสินใจทางนโยบายแต่ละด้าน เหตุผลที่ต้องโกหกประชาชนที่เคยสัญญาไว้คืออะไร ลองอธิบายให้เราเข้าใจโลกการเมืองที่เป็นจริงมากขึ้น แต่ไม่เคยนำเหตุผลจริงๆ มาคุยกัน เพราะพูดไม่ได้ เพราะพูดไปแล้วไม่มีใครที่จะเข้าใจ เพราะเป็นดีลที่ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ในประเทศนี้ แต่ผลประโยชน์ตกอยู่กับคนไม่กี่กลุ่ม

นายณัฐพงษ์ ไล่เรียงประเด็นต่างๆ เช่น คำถามเรื่องภาษีการรับให้ ซึ่งมีคำถามว่า หากเมื่อวาน ( 24 มี.ค.) นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ไม่ลุกขึ้นมาถามคำถามนี้ ท่านวางแผนจะจ่ายภาษีเมื่อไหร่ หรือจะรอไปเรื่อยๆ เพราะไม่มีกำหนดชำระและดอกเบี้ย
ทั้งนี้ โดยสามัญสำนึกของวิญญูชน ถ้าทุกคนในประเทศนี้มีหุ้นแบบเดียวกับนายกรัฐมนตรี และใช้วิธีเดียวกันกับนายกรัฐมนตรีทั้งประเทศ วิญญูชนมองว่าเป็นวิธีการที่ถูกต้องหรือไม่ ประเทศไทยจะจัดเก็บภาษีมรดกจากกรณีนี้ได้กี่บาท แล้วจะมีไว้ทำไม ประเด็นนี้ไม่ต้องเลี่ยงโวหาร แต่ขอเรียกว่าเป็นธุรกรรมอำพรางเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี

สำหรับกรณีปลาหมอคางดำ ที่นายกรัฐมนตรีอ้างว่ารัฐบาลที่ผ่านมามีมาตรการแก้ไข และเคยเกิดขึ้นมาก่อนในอดีต อีกทั้งมีการตั้งงบประมาณไว้ 98 ล้านบาทในการแก้ปัญหา แต่ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.กทม. พรรคประชาชน ไม่ได้ถามว่า ต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่ แต่ถามว่าเมื่อไรที่รัฐบาลชุดนี้จะบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา นำบริษัทที่เป็นต้นเหตุของปัญหานี้มารับผิดชอบ เหตุใดเราถึงต้องนำงบประมาณที่มาจากภาษีของประชาชนมาแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากบริษัทนั้น

ส่วนเรื่องฝุ่น PM 2.5 นั้น นายกรัฐมนตรีเลือกตอบโดยการใช้จำนวนจุดความร้อนที่หายไป ทั้งที่มีการเปิดเผยข้อมูลว่า พื้นที่เผาไหม้เพิ่มขึ้น ดังนั้น ตัวชี้วัดจึงต้องเริ่มให้ถูกจุด ไม่เช่นนั้นนายกรัฐมนตรีก็จะเอาตัวเลขที่ดูดีขึ้นมาหลอกประชาชน

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ปัญหาค่าไฟแพง นายกรัฐมนตรีก็ใช้เทคนิคเดิมตอบว่า รัฐบาลชุดนี้ไม่เคยซื้อไฟฟ้าเพิ่ม แต่ก็จะยังสืบสานแผนที่ผิดๆ ต่อไปหรือไม่ ขณะที่บิดาของนายกรัฐมนตรีมีภาพไปตีกอล์ฟกับกลุ่มทุนพลังงาน เหตุใดจึงตั้งคำถามไม่ได้ หรือเพราะมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือเปล่า ขอให้นายกรัฐมนตรีลุกขึ้นตอบว่าจะปรับปรุงเรื่องนี้หรือไม่

อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่นายณัฐพงษ์กล่าวสรุป ได้มี สส. พรรคร่วมรัฐบาลหลายคน โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย เช่น นางสาวจิราพร สินธุไพร สส.ร้อยเอ็ด, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่, นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สส.สุรินทร์ ประท้วงและคัดค้านว่า ผู้นำฝ่ายค้านได้ตั้งคำถามใหม่ ทั้งที่การอภิปรายจบไปแล้ว และรัฐบาลไม่สามารถตอบได้อีก โดยมี สส.พรรคร่วมฝ่ายค้านเห็นแย้ง ขณะที่ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นแสดงความเห็นด้วยกับ สส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน

ท้ายที่สุด วันมูหะมัด นอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม วินิจฉัยว่า เป็นการสรุปข้อกล่าวหาที่ผ่านมาในการอภิปราย แต่ขอให้นายณัฐพงษ์ไม่เปิดประเด็นใหม่ และไม่ต้องตั้งคำถาม เพราะฝ่ายรัฐบาลจะไม่ได้ตอบแล้ว ขอให้สรุปเนื้อหา ก่อนที่จะถึงเวลา 23.00 น.

นายณัฐพงษ์ จึงยืนยันว่า นายกรัฐมนตรีสามารถใช้สิทธิ์พาดพิงตอบคำถามตนได้เสมอ เพราะจะมีการพาดพิงนายกรัฐมนตรีตลอดเวลาอยู่แล้ว แต่ตอนนี้นายกรัฐมนตรีไม่ได้อยู่ในห้องประชุมสภาแล้ว จึงทำให้มีเสียงโห่จากสมาชิกในห้องประชุม วันมูหะมัดนอร์ จึงห้ามไม่ให้โห่ และระบุว่า นายณัฐพงษ์สามารถใช้สิทธิ์ตามข้อบังคับได้

จากนั้น นายณัฐพงษ์กล่าวถึงเรื่องที่ดินโรงแรมเทมส์ วัลเล่ย์ เขาใหญ่ คือเรื่องโฉนดที่ดิน ซึ่งยังยืนยันว่าไม่ถูกต้อง ขณะที่การประกอบธุรกิจโรงแรมถูกต้องหรือไม่นั้น โรงแรมแห่งนี้เริ่มธุรกิจตั้ง 2557-2562 จึงไม่แน่ใจว่าถูกกฎหมายหรือไม่

ส่วนประเด็นเรื่องชั้น 14 ที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลชุดก่อนๆ แต่นายกรัฐมนตรีอยู่ในพยานรู้เห็นสถานะของคุณพ่อตนเองมาตลอด เราอยากได้คำตอบว่าทักษิณป่วยเป็นอะไรแน่ จึงทำให้ได้รักษาตัวที่ชั้น 14 สำหรับเรื่องคอลเซนเตอร์ มีการอภิปรายมานาน แต่ยังสงสัยว่าเรื่อง พ.ร.ก. ที่กำหนดการร่วมรับผิดชอบของสถาบันการเงิน เมื่อใดจะออกมาสักที ก็ยังไม่ได้คำตอบ

นายณัฐพงษ์ ระบุว่า อย่างน้อยถ้านายกรัฐมนตรีจะแสดงออกว่ามีเจตจำนงทางการเมืองจริง เราอยากได้ยิน 3 ข้อจากรัฐบาล คือเมื่อไรที่รัฐบาลชุดนี้ ที่เราตั้งชิ่อว่า ดีลแลกประเทศ จะหยุดเอาใจกลุ่มทุน กลุ่มอำนาจเดิม เลิกบิดเบือนกฎหมาย เปลี่ยนดำเป็นขาว และยังคงรอนายกรัฐมนตรีใข้สิทธิพาดพิงอยู่ แต่ท่านก็ไม่มา จึงน่าเสียดายที่ประชาชนไม่ได้รับฟังคำตอบจากนายกรัฐมนตรี

“ผมขอกล่าวหานายกรัฐมนตรีให้เกิดความเสียหาย ว่านายกรัฐมนตรีจงใจทำธุรกรรมอำพรางวางแผนเพื่อหนีภาษี อิงแอบกับกลุ่มทุน เอาใจอำนาจเก่า ละเว้นการใช้อำนาจหน้าที่ของตนเองในฐาะนายกรัฐมนตรี ท่านไม่มีความรู้ความสามารถ ท่านไม่มีความตั้งใจในการแก้ไขปัญหา เลือกหยิบตัวเลขดีๆ มาบอกสังคม ท่านหนีความจริง ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ทำให้ตนไม่สามารถไว้วางใจนายกรัฐมนตรีให้ดำรงตำแหน่งได้อีกต่อไป” นายณัฐพงษ์กล่าว

จากนั้น ประธานในที่ประชุม กล่าวว่า ตามข้อบังคับการอภิปรายไม่ไว้วางไม่สามารถกระทำในวันเดียวกับการลงมติได้ จึงนัดประชุมอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ (26 มี.ค.) เพื่อลงมติไม่วางใจ ก่อนจะปิดการประชุมในเวลา 22.25 น. .-(315) -สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

อดีต ผกก.ขับรถปาดหน้า-ชัก M16 ขู่อดีตนายกเทศมนตรีที่วัง

สงขลา 11 พ.ค. – การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล และนายกเทศมนตรี เดือด ลูกชาย สส.สงขลา ทำร้ายตำรวจคุมหน่วย ส่วน จ.นครศรีธรรมราช อดีตผู้กำกับขับรถปาดหน้าและชักปืน M16 ขู่อดีตนายกเทศมนตรีที่วัง การเลือกตั้งนายกเทศมนตรีที่วัง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เดือด นายชวลิต เจริญพงษ์ อดีตนายกเทศมนตรีที่วัง และปัจจุบันเป็นผู้สมัครรองนายกเทศมนตรีที่วัง เบอร์ 2 เข้าแจ้งความที่ สภ.กะปาง ว่าถูก พ.ต.อ.พิรุณ อดีต ผกก.ที่ปรึกษาผู้สมัครนายกเทศมนตรีอีกทีม ขับรถไล่ตามและใช้ปืน M16 ข่มขู่ โดยก่อนเกิดเหตุได้ไปกินข้าวที่ร้านอาหารกับผู้ใหญ่บ้าน ม.1 ต.ที่วัง ได้เจ้อกับลูกน้องคนสนิทของ พ.ต.อ.พิรุณ พร้อมพวก เข้ามาพูดจาข่มขู่ พวกตนจึงหนีขึ้นรถเพื่อตัดปัญหา แต่ปรากฏว่าเมื่ออกจากร้านได้เพียง 10 เมตร พ.ต.อ.พิรุณ ได้ขับรถแวนเชฟโรเลตสีขาวปาดหน้า และลงจากรถพร้อมปืน M16 วิ่งมาที่รถของตน เห็นท่าไม่ดี จึงหักพวงมาลัยขับรถหนีและเข้ามาแจ้งความ ระหว่างนั้น พ.ต.อ.พิรุณ พร้อมพวก […]

เร่งล่ามือฆ่าเผานั่งยาง 4 ศพ กลางสวนปาล์ม

ตรัง 11 พ.ค. – เร่งล่าคนร้ายโหดฆ่าเผานั่งยาง 4 ศพ กลางสวนปาล์มใน อ.สิเกา จ.ตรัง ล่าสุดตำรวจรู้ตัวผู้ก่อเหตุแล้ว วันนี้ (11 พ.ค. 68) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สิเกา จ.ตรัง เข้าตรวจสอบภายในสวนปาล์มน้ำมันแห่งหนึ่ง พื้นที่หมู่ 1 หลังได้รับแจ้งมีเหตุฆ่าเผานั่งยาง ที่เกิดเหตุเป็นสวนปาล์มน้ำมัน สภาพรกทึบ ห่างจากถนนสายตรัง-สิเกา ไปตามถนนลูกรังกว่า 5 กม. พบเศษยางรถยนต์นับสิบเส้น และพบชิ้นส่วนคล้ายเศษเนื้อและอวัยวะของมนุษย์ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และหน่วยกู้ภัย เข้าเก็บชิ้นส่วน พบร่างมนุษย์ในกองเถ้าถ่าน 3 ร่าง จึงส่งชันสูตรหาร่องรอยหลักฐานที่เกี่ยวข้อง หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.ภัทรวิชญ์ คีตโมทนียกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง พร้อมเจ้าหน้าที่กองปราบฯ เจ้าหน้าที่ สภ.สิเกา ฝ่ายสืบสวน และฝ่ายปกครอง ร่วมตรวจพื้นที่คลี่คลายคดีและเก็บพยานหลักฐาน โดยในที่เกิดเหตุเป็นร่องสวนปาล์มติดกับขนำร้างคอนกรีตมุงกระเบื้อง ซึ่งเจ้าของสวนสร้างเอาไว้ให้คนงานหลบแดด แต่ไม่มีผู้พักอาศัย พบร่องรอยกองเลือด ปลอกกระสุน แกลลอนน้ำมัน จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เดินตรวจสอบบริเวณโดยรอบ […]

ผบ.ตร. สั่งกองวินัยเตรียมสอบ ปมมติแพทยสภาลงโทษหมอ

ผบ.ตร. รับทราบกรณีแพทยสภาลงโทษหมอ ปม “ทักษิณ” รักษาตัวชั้น 14 สั่งกองวินัยเตรียมสอบ หากเป็นแพทย์โรงพยาบาลตำรวจ

คณะกรรมการแพทยสภา มีมติลงโทษ 3 แพทย์ เซ่นปม “ทักษิณ” รักษาตัวชั้น 14

คณะกรรมการแพทยสภา มีมติลงโทษแพทย์ 3 ท่าน เซ่นปม “ทักษิณ” รักษาตัวชั้น 14 รพ.ตำรวจ โดยว่ากล่าวตักเตือน 1 ท่าน พักใช้ใบประกอบวิชาชีพ 2 ท่าน เผยมติที่ประชุมมีความเห็น “เป็นเสียงส่วนใหญ่มาก มาก มาก”

ข่าวแนะนำ

พบสารก่อมะเร็ง จากเหตุไฟไหม้โกดังเฟอร์นิเจอร์ฉลองกรุง

กรุงเทพฯ 13 พ.ค. – พบสารพิษบางตัวเป็นสารก่อมะเร็ง จากเหตุเพลิงไหม้โกดังเฟอร์นิเจอร์ ย่านฉลองกรุง 55 แนะผู้สูดดมไปตรวจเลือดและตรวจปัสสาวะ.-สำนักข่าวไทย

“บิ๊กแจ๊ส” เผยไม่สนใจ-ไม่ให้ค่า ชี้มีหลาย “J”

13 พ.ค. – หลัง “สส.ฟลุ๊ค มนัสนันท์” จากพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความเดือดทางเฟซบุ๊ก “กูไม่กลัวมึง ไอ้ J” ล่าสุด “บิ๊กแจ๊ส” ออกมายืนยันไม่สนใจ พร้อมระบุลูกชายตนสอนมาดี รู้จักเด็ก รู้จักผู้ใหญ่ ไม่ก้าวร้าว ความคืบหน้าประเด็นร้อนการเมืองท้องถิ่น จ.ปทุมธานี หลังเพิ่งผ่านการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล และนายกเทศมนตรี 2568 เมื่อวันที่อาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา แต่คล้อยหลังเพียง 1 วัน สส.พรรคใหญ่ในพื้นที่ปทุมธานี คือ นายมนัสนันท์ หลีนวรัตน์ หรือ ฟลุ๊ค สส.ปทุมธานี เขต 5 พรรคเพื่อไทย ลูกชายนายกฤษดา หลีนวรัตน์ เคลื่อนไหวทางเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยบางโพสต์มีความเกี่ยวข้องกับการจะฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ และบางโพสต์ได้ท้าทายว่าไม่กลัวบุคคลอักษรเจ (J) วันนี้ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี เปิดใจกับทีมข่าวสำนักข่าวไทย ระบุว่า อย่าไปให้ค่า ตัวเจ (J ) […]

แจ้งข้อหาซ่องโจร “สจ.กอล์ฟ” และพวก เพิ่มอีก 1 ข้อหา

สงขลา 13 พ.ค. – ตำรวจแจ้งข้อหา “ซ่องโจร” เพิ่มอีก 1 ข้อหา แก๊ง “สจ.กอล์ฟ” คดีรุมทำร้ายตำรวจหน้าหน่วยเลือกตั้งตำบลพะวง จ.สงขลา เตรียมนำตัวส่งศาลวันพรุ่งนี้ (14 พ.ค.) ญาติขอค้านประกันตัว หวั่นอิทธิพล คดีนายสิรดนัย หรือ สจ.กอล์ฟ สจ.เขต 7 จ.สงขลา สั่งการให้ลูกน้องไปรุมทำร้ายร่างกาย ด.ต.นิสาธิต คงเทพ ตำรวจ ตชด. ประจำหน่วยเลือกตั้งเทศบาลตำบลพะวง อ.เมือง จ.สงขลา เหตุเกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา หลังไม่พอใจถูกห้ามถ่ายรูปในหน่วยเลือกตั้งขณะไปลงคะแนน ก่อนตำรวจรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับ และวานนี้ (12 พ.ค.) นายสมยศ หรือ โกถึก สส.เขต 3 จ.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพ่อ นำ สจ.กอล์ฟ เข้ามอบตัว ส่วนลูกน้องอีก 6 คน ถูกจับกุมตัวได้หมดแล้วเช่นกัน […]

“ปชน.” ไม่ขับ “สส.กฤษฎิ์” พ้นพรรค-ตัดสิทธิทุกอย่าง

รัฐสภา 13 พ.ค.- “เท้ง” ประกาศดอง “งูเห่า” ไม่ขับ “สส.กฤษฎิ์” พ้น ปชน.ตามต้องการ ส่งตีความหนังสือเข้าข่ายลาออก พ้น สส.หรือไม่ พร้อมตัดสิทธิทุกอย่างในโควตาพรรค นายณัฐพงศ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน และนายสหัสวัต คุ้มคง ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาชน ร่วมกันแถลงตอบโต้นางสาวกฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ พรรคประชาชน เขต 6 จังหวัดชลบุรี ทำหนังสือ ขอยุติบทบาทภายในพรรคและขอให้พรรคประชาชนขับออก นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่าได้รับฟังเหตุผล ที่น.ส.กฤษฎิ์แถลงต่อข้อกล่าวหาว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม และไม่ได้รับการผลักดันนโยบายจึงต้องการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ และอ้างว่าไม่เคยได้รับงบประมาณจากพรรคในการทำกิจกรรมนั้น ยืนยันว่าพรรคได้สนับสนุนการทำงานในพื้นที่มาโดยตลอด ฝ่ายนโยบายพรรคเคยอนุมัติงบในส่วนกลางเพื่อให้ไปทำกิจกรรมรับฟังความเห็นต่อการพัฒนานโยบายของพื้นที่ศรีราชาตามที่ได้ร้องขอเข้ามา ซึ่งสส. คนอื่นก็ทำงานได้อย่างราบรื่นและได้รับการสนับสนุน และที่บอกว่าการทำงานในคณะกรรมการธิการคมนาคม ไม่ได้รับการสนับสนุนนั้นนับตั้งแต่เริ่มเปิดสภา เราจะให้สส.ทุกคนได้เสนอมาว่าอยากได้ทำงานในกรรมาธิการฯในคณะใด แต่เป็นไปไม่ได้ที่ทุกคนจะได้รับการเป็นกรรมาธิการในอันดับหนึ่งที่เลือก แต่น.ส.กฤษฎิ์ก็ได้ตามที่ต้องการและยังได้เป็นรองประธาน อนุกรรมาธิการ ฯ เรื่องงานก่อสร้างท่าเรือ และยังมีมติให้ศึกษาดูงานเพื่อรับฟังปัญหาทางต่าง ๆ จากประชาชนที่อยู่ในเขตท่าเรือแหลมฉบัง ส่วนเรื่องการไม่ได้รับความเคารพเรื่องสภานะทางเพศนั้น นายปกรณ์วุฒิ ยืนยันว่า […]