ส่งสำนวนคดีตำรวจ คฝ.ขี่บิ๊กไบค์ชน “หมอกระต่าย”

กทม. 10 ก.พ.- ตำรวจนครบาลพญาไท ส่งสำนวนคดีให้อัยการ พร้อมความเห็นสั่งฟ้องคดีตำรวจขับบิ๊กไบค์ชน “หมอกระต่าย” เสียชีวิต โดยอัยการนัดผู้ต้องหามาฟังคำสั่งคดี 22 ก.พ. เวลา 09.00 น.

พันตำรวจเอกบวรภพ สุนทรเรขา ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลพญาไท นำสำนวนการสอบสวน พร้อมตัวสิบตำรวจตรี นรวิชญ์ บัวดก ตำรวจกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน หรือ อคฝ. มาส่งฟ้องต่ออัยการ ในคดีขับขี่รถจักรยายนต์บิ๊กไบค์ ชนแพทย์หญิงวราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล หรือ หมอกระต่าย แพทย์ผู้ชำนาญการด้านจักษุวิทยา ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เสียชีวิต โดยสิบตำรวจตรี นรวิชญ์ มีสีหน้าโศรกเศร้าไม่ได้ตอบคำถามใดๆ กับสื่อมวลชน


นายอิทธิพร แก้วทิพย์ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่าวันนี้อัยการได้รับสำนวนคดีจากพนักงานสอบสวน และในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ เวลา 09.00 น. จะนัดตัวผู้ต้องหามารับฟังคำสั่งคดี โดยคดีนี้ พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ต้องหาไว้ จำนวน 9 ข้อหา พร้อมยืนยันทางอัยการจะทำคดีอย่างรอบคอบรัดกุมและเป็นธรรม ซึ่งคดีนี้จะพิจารณาสั่งคดีทันตามกรอบระยะเวลาอย่างแน่นอน คดีไม่มีความล่าช้าเป็นไปตามขั้นตอน ส่วนการจะลงโทษสถานหนักหรือไม่ ขอพิจารณาสำนวน ต้องดูพฤติการณ์ สำนวนคดีก่อน

ด้าน นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ยืนยันว่าหากอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องคดีกับผู้ต้องหาแล้ว ครอบครัวของผู้เสียชีวิต ไม่จำเป็นต้องจ้างทนายเพื่อฟ้องร้องค่าเสียหายชดเชย โดยทางอัยการจะใช้อำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 44/1 เพื่อดำเนินคดีเกี่ยวกับเรียกร้องค่าชดเชยรวมทั้งค่าเสียหาย โดยครอบครัวผู้เสียหาย ไม่ต้องฟ้องร้องคดีเพิ่มเติมแล้ว


สำหรับทั้ง 9 ข้อหานี้โทษที่หนักสุด คือข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนผู้อื่นถึงแก่ความตาย อัตราโทษสูงสุดจำคุก 10 ปี ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท และจะมีการพิจารณาเรื่องการเพิกถอน หรือพักใบอนุญาติขี่รถอีกด้วย

ขณะที่ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลพญาไท ย้ำอีกว่า ตำรวจสอบสวนเกี่ยวกับบุคคล ที่ซื้อขายและครอบครอง รวมทั้ง การทำสัญญาซื้อขายรถจักรยานยนต์คันนี้ ก่อนจะมาเกิดเหตุขึ้น โดยครบถ้วนแล้ว และย้ำอีกว่าจากการตรวจสอบรถพบว่า สิบตำรวจตรี นรวิชญ์ มีเอกสารการซื้อขายจากร้านถูกต้อง ไม่ใช่รถที่ถูกโจรกรรมและรถจักรยานยนต์ของกลางในคดีอาญา สำหรับ 9 ข้อหา ได้แก่

  1. ฐานขับขี่รถจักรยานยนต์โดยประมาท เป็นเหตุให้เฉี่ยวชนผู้อื่นถึงแก่ความตาย
  2. ขับขี่รถไม่ใกล้ขอบทางด้านซ้าย
  3. ขับขี่รถไม่ปฏิบัติตามเครื่องหมายบนพื้นทาง (ไม่หยุดรถให้คนข้ามทางม้าลาย)
  4. นำรถจยย.ที่ไม่ได้ปิดแผ่นป้ายทะเบียนมาใช้ในทาง
  5. นำรถไม่สมบูรณ์มาใช้ในทาง (ไม่ติดกระจกมองข้าง)
  6. นำรถซึ่งยังไม่เสียภาษีประจำปีมาใช้ในทาง
  7. ใช้รถที่ไม่ได้จัดให้มีประกันความเสียหาย
  8. ขี่รถเร็วเกินกำหนดความเร็ว 80 ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก
  9. ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น .-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ทีมกู้ภัยเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายแผ่นดินไหวเมียนมา

ทีมกู้ภัยยังเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายจากเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมา แม้จะผ่านมา 4 วันแล้ว จนกลิ่นศพเริ่มคละคลุ้งไปทั่ว ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตใกล้แตะหลัก 3,000 ราย

ตึกถล่มพบเสียชีวิตเพิ่ม

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่าง

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ในพื้นที่โซน B และโซน C มีซากอาคารถล่มทับร่างอยู่ ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่างและค้นหาผู้สูญหายใต้ซากอาคารต่อเนื่อง

ข่าวแนะนำ

“อนุทิน” เผยยังไม่สรุปสาเหตุตึก สตง.ถล่ม ต้องรอตรวจสอบเชิงลึก

“อนุทิน” ระบุยังไม่สรุปสาเหตุตึก สตง. ถล่ม บอกต้องรอตรวจสอบเชิงลึก ชี้สภาพหน้างานตอนนี้ยังเก็บหลักฐานไม่ได้ อยู่ระหว่างกู้ภัย คาดใช้เวลาอีกเป็นเดือน

คุมตัวผัวเมียชิงทอง 8 บาท ย่านบางพลี ทำแผนฯ

ตำรวจคุมตัวสามีภรรยา ชี้จุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังร่วมกันก่อเหตุชิงทอง 8 บาท ร้านทองย่านบางพลี จ.สมุทรปราการ อ้างต้องการเงินไปเป็นเจ้าภาพงานบุญผ้าป่า หลังสัญญากับทางวัดไว้

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

“ก้อง ห้วยไร่” ร้องเพลงให้กำลังใจญาติผู้ประสบภัยตึก สตง.ถล่ม

ใช้ดนตรีฮีลใจ “ก้อง ห้วยไร่” ร้องเพลงคลายเครียดให้กับญาติผู้ประสบภัยตึก สตง.ถล่ม ที่ศูนย์พักคอยฯ ทำเอาหลายคนกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว เผยเข้าใจความรู้สึกแรงงานดี เพราะตนเคยทำมาก่อน