ร้อง คกก.วัตถุอันตรายทบทวนการแบนพาราคอวต

กรุงเทพฯ  17 ส.ค. – นักวิชาการเกษตรเรียกร้องคณะกรรมการวัตถุอันตรายทบทวนมติยกเลิกใช้พาราควอต งัดหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ใหม่ลบล้างผลวิจัยเดิมเกี่ยวกับความเป็นพิษ ค่าตกค้างที่เป็นสาเหตุของการแบน  ยืนยันเป็นผลวิจัยเท็จ วอนประธาน คกก.วัตถุอันตรายประชุมพิจารณาหลักฐานใหม่ด่วน ก่อนถึงเส้นตายที่เกษตรกรต้องส่งคืนสารเคมี 29 ส.ค. นี้


นางจรรยา มณีโชติ นายกสมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทยและนางสาวดุจเดือน ศศะนาวิน อดีตรองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าพบนายประกอบ วิวิธจินดา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เลขานุการ​คณะกรรมการวัตถุอันตราย (คกก.วอ.) เพื่อขอให้ส่งหนังสือเรียกร้องถึงนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ประธาน คกก.วอ.ให้ทบทวนมติของการยกเลิกการใช้พาราควอต โดยระบุว่าไม่สมควรใช้ข้อมูลอ้างอิงที่ยังมีข้อสงสัยและไม่ถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์มาประกอบการพิจารณายกเลิกการใช้พาราควอต เพราะเกิดความขัดแย้งในสังคมและส่งผลกระทบต่อเกษตรกร รวมถึงเศรษฐกิจของประเทศ

ทั้งนี้ คกก.วอ.นำผลวิจัยของนางพวงรัตน์ ขจิตวิชยานุกูล ซึ่งอ้างว่าตรวจพบการตกค้างของพาราควอตในอ่างเก็บน้ำห้วยโซ่ ต.บุญทัน อ. สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู ค่าความเข้มข้นถึง 55 มิลลิกรัมต่อลิตร (ppm) และเชื่อมโยงว่าพาราควอตเป็นสาเหตุของโรคเนื้อเน่าของชาวบ้านในละแวกนั้น ทางสมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทยได้เก็บตัวอย่างตะกอนดินและน้ำจากอ่างเก็บน้ำที่อ่างเก็บน้ำห้วยโซ่ บ้านคลองเจริญ และลำน้ำโมงส่งห้องปฏิบัติการของกรมวิชาการเกษตรปรากฏว่า ไม่พบการตกค้างของพาราควอตในตัวอย่างตะกอนดินและน้ำทั้ง 3 แห่ง


ส่วนผลจากภาควิชาจุลชีววิทยาและอิมมิวโนโลยี คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ตรวจพบเชื้อแบคทีเรีย Aeromonas hydrophila สาเหตุโรคเนื้อเน่าทั้งในตะกอนดินและน้ำที่อ่างเก็บน้ำห้วยโซ่ นอกจากนี้ ยังพบเชื้อ Leptospira spp. สาเหตุของโรคฉี่หนูในตะกอนดินจากอ่างเก็บน้ำห้วยโซ่ และลำน้ำโมง นอกจากนี้ สมาคมฯ ได้ศึกษาความเป็นพิษของพาราควอตความเข้มข้นต่าง ๆ ที่มีต่อวัชพืชน้ำ ได้แก่ ผักตบชวา แหน และสาหร่ายพุงชะโด ซึ่งพบว่า วัชพืชน้ำทั้ง 3 ชนิดเริ่มแสดงอาการเป็นพิษที่ระดับความเข้มข้นตั้งแต่ 4 – 100 (ppm) ใน 1 วันและตายหมดใน 3 วัน ดังนั้นหากในอ่างเก็บน้ำมีพาราควอตตกค้างตามความเข้มข้นที่ว่าจริง ทั้งพืชและสัตว์น้ำต้องตายหมด

สำหรับงานวิจัยอีกฉบับของนางพวงรัตน์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นทำให้มีการพิจารณายกเลิกพาราควอต คือ เรื่อง “การวิจัยเชิงบูรณาการเพื่อเสริมสร้างศักยภาพหน่วยงานท้องถิ่นในการจัดการและป้องกัน การปนเปื้อนของสารพิษบนพื้นที่ต้นน้ำน่าน” ที่ระบุว่า พบสารเคมีปนเปื้อนในประปาหมู่บ้านและโรงงานผลิตน้ำดื่มทั่วจังหวัดน่านเกินค่ามาตรฐานน้ำดื่มสากลทำให้สังคมตื่นตระหนก ต่อมาผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศว่า ผลการตรวจซ้ำ 12 ตัวอย่างจากห้องปฏิบัติการ 2 แห่ง ไม่พบการตกค้างของสารเคมีเกินค่ามาตรฐานน้ำดื่มสากล

นอกจากนี้ ยังงานวิจัยของนางพรพิมล กองทิพย์ เรื่อง “ความเป็นพิษของ พาราควอตต่อการเจริญเติบโตของทารก” ว่า ตรวจพบสารพาราควอตในซีรั่มทารกแรกเกิดและมารดา โดยอ้างถึงเอกสารงานวิจัยร่วมกับโรงพยาบาล 3 แห่ง คือ โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จ.กาญจนบุรี โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ จ. นครสวรรค์ และโรงพยาบาลอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ ซึ่งทางเครือข่ายอาสาคนรักแม่กลองสอบถามแล้ว ได้รับคำตอบด้วยหนังสืออย่างเป็นทางการจากโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนาว่า ไม่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับการศึกษาในครั้งนี้ และโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ตอบว่า ไม่พบข้อมูลการดำเนินการในเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด ส่วนโรงพยาบาลอำนาจเจริญตอบว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมาแล้วกว่า 7 ปี ซึ่งผู้บริหารและบุคลากรมีการ เปลี่ยนแปลง ข้อมูลของโรงพยาบาลจึงไม่อยู่ในสภาพที่เป็นปัจจุบันและไม่สามารถจัดทำขึ้นมาใหม่ให้ทราบได้ จากข้อมูลข้างต้นจึงสรุปได้ว่า งานวิจัยของที่นำมาอ้างอิงไม่น่าเชื่อถือและไม่สมควรถูกนำมาใช้พิจารณาในการแบนพาราควอต


นางจรรยา กล่าวว่า ที่ประชุม คกก.วอ. ใช้รายงานการประชุมคณะทำงานเพื่อพิจารณาความคิดเห็นของส่วนรัฐ ผู้นำเข้า เกษตรกร และผู้บริโภค ต่อการยกเลิกคลอร์ไพรีฟอส พาราควอต และไกลโฟเซต ประกอบวาระพิจารณา แต่แท้จริงเอกสารที่ใช้เป็นรายงานคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาแนวทางการควบคุม การใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม สภาผู้แทนราษฎร : ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์และหลักฐานเชิงประจักษ์ของ สารเคมีกำจัดศัตรูพืช 3 ชนิดมีผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม: พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพรีฟอส ไม่ใช่รายงานการประชุมฯ ตามหนังสือนำส่ง อีกครั้งเนื้อหาในเอกสารดังกล่าว อ้างอิงถึงงานวิจัยทั้งในและต่างประเทศ ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากพาราควอต แต่สมาคมฯ สำนักวิจัยและพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร และคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหิดลได้ตรวจสอบข้อมูลจากเอกสารวิจัยต้นฉบับเหล่านั้นพบว่า มีการสรุปเนื้อหาไม่ตรงกับผลงานวิจัยต้นฉบับ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ขั้นตอนการยกเลิกพาราควอตน่าเคลือบแคลง

ทั้งนี้ ปัจจุบันยังไม่มีสารทดแทนที่มีคุณสมบัติ ประสิทธิภาพ และราคาเทียบเท่าพาราควอตให้เกษตรกรใช้เป็นทางเลือก แต่มีผลวิจัยของกรมวิชาการเกษตรเรื่อง “โครงการศึกษาวิธีการจัดการวัชพืชแบบบูรณาการเพื่อลดปริมาณการใช้สารไกลโฟเซต และพาราควอตในพืชเศรษฐกิจ” ตามมาตรการและแผนบริหารจัดการจำกัดการใช้วัตถุอันตราย พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพรีฟอส ที่เสนอต่อ คกก.วอ. เมื่อ 30 สิงหาคม 2561 ซึ่งกำหนดเวลาดำเนินการ 2 ปี ขณะนี้เริ่มต้นดำเนินการปีที่ 2 คาดว่าจะสิ้นสุดภายในปี 2564  ด้วยเหตุนี้ ทางสมาคมฯ เรียกร้องให้ทบทวนมติยกเลิกการใช้ โดยกลับไปอนุญาตให้ใช้พาราควอตภายใต้เงื่อนไขการจำกัดการใช้ (restricted use) ตามมติเดิมของคณะกรรมการวัตถุอันตรายเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2561 โดยขอให้นำเอกสารทั้งหมดของสมาคมฯ เข้าสู่วาระการประชุม คกก.วอ.ครั้งต่อไป

“หนังสือที่ยื่นวันนี้เป็นข้อมูลใหม่ทางวิทยาศาสตร์ที่เชื่อถือได้ ซึ่งเลขานุการ คกก.วอ.รับเรื่องเพื่อเสนอต่อประธาน คกก.วอ.แล้ว โดยทางสมาคมฯ จะไปยื่นหนังสือร้องเรียนให้ทบทวนการยกเลิกใช้พาราควอตต่อกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงสาธารณสุข ก่อนวันที่ 29 สิงหาคม ซึ่งเกษตรกรต้องนำพาราควอตมาคืน เพื่อทำลายตามคำสั่งกรมวิชาการเกษตร” นางจรรยา กล่าว.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

งัดอัยการศึกคุมพื้นที่ “ บ้านหนองจาน” หลังกัมพูชาก่อจลาจล

29 ส.ค.- งัดอัยการศึกคุมพื้นที่ “ บ้านหนองจาน” ขีดเส้นถนนศรีเพ็ญ เป็นแนวรักษาความสงบ ห้ามพกพาอาวุธ ห้ามใช้เครื่องขยายเสียงโดยพลการ ประกาศกองกำลังบูรพา เรื่อง การกำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย โดยจังหวัดสระแก้ว มีพื้นที่ประกาศกฎอัยการศึก จำนวน 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอตาพระยา อำเภอโคกสูง อำเภออรัญประเทศ อำเภอคลองหาด อำเภอวัฒนานคร อำเภอวังสมบูรณ์ และอำเภอวังน้ำเย็น นั้น โดยที่ปรากฏว่าประเทศกัมพูชา ได้นำประชาชนเข้ามาก่อเหตุจลาจลในราชอาณาจักรไทยพื้นที่บ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว จึงมีความจำเป็นโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ที่ต้องใช้กำลังทหาร ตำรวจ พลเรือน ตลอดจนประชาชนชาวไทยทุกคนเพื่อป้องกันประเทศ ให้พ้นจากภัยคุกคามดังกล่าว เพื่อรักษาไว้ซึ่งอธิบไตยของชาติและบูรณภาพแห่งดินแดน ตลอดจนชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทย และจำเป็นต้องกำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย รวมถึงมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 จึงให้กำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย แนวรักษาความสงบเรียบร้อย และมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ให้พื้นที่บ้านหนองจาน ตำบลโนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง […]

“ปลอดประสพ” โชว์ผลงานร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมการประมง

รัฐสภา 28 ส.ค.-“ปลอดประสพ” โชว์ผลงานร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 พ.ศ.. ผ่าน กมธ.ร่วม สส.-สว.แล้ว เห็นชอบกฎหมายฉบับใหม่ราบรื่น ย้ำเป็นกฎหมายเพื่อทุกคน เกื้อหนุนประมงไทยโตขึ้น นายปลอดประสพ สุรัสวดี ประธานคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 พ.ศ. ออกมาเปิดเผยว่า วันนี้มีการประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 พ.ศ. ….ในนาม สส.และรัฐบาล ที่ผลักดันกฎหมายฉบับนี้ จึงขอมอบกฎหมายประมงฉบับใหม่นี้ให้กับประชาชนชาวไทยแม้ว่ายังจะไม่เข้าสภา แต่เชื่อจะไม่มีปัญหาใดใดๆ อย่างแน่นอน พร้อมย้ำว่าตลอด 10 ปีที่ผ่านมาชาวประมงไทยจำนวนนับ 100,000 คน ย่ำแย่กับเศรษฐกิจด้านการประมง ประเทศเสียหายอย่างมาก จากที่เคยเป็นประเทศประมง ติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก และไทยส่งออกมูลค่านับ 100,000 ล้านบาท กลับกลายเป็นประเทศผู้นำเข้าสัตว์น้ำ แม้ปลาทูยังต้องนำเข้า ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่วนตัวเข้าใจและเห็นใจโดยเฉพาะในช่วงรัฐบาล คสช. ถูกกดดันจากสมาชิกสหภาพยุโรป ทำให้มีการแก้กฎหมายประมงในช่วงนั้น […]

กองทัพไทย เคาะสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา เขต อ.อรัญประเทศ

สระแก้ว 23 ส.ค.-กองทัพไทย เคาะสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา จุดแรกบริเวณหลักเขตที่ 50-51 เขต อ.อรัญประเทศ ระยะทาง 10 กม. เชื่อเริ่มดำเนินการได้เป็นรูปธรรมภายในปีนี้ พลเอกมนัส จันดี เสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทยพร้อมคณะลงพื้นที่เพื่อสำรวจแนวชายแดนตั้งแต่หลักเขตที่สี่ 48 ต่อเนื่องถึง 51 บริเวณพื้นที่บ้านป่าไร่ ถึงบ้านท่าข้าม ในเขต อ.อรัญประเทศ โดยการสำรวจดังกล่าวเพื่อเตรียมสร้างแนวกำแพงแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยได้ข้อสรุปเบื้องต้นบริเวณหลักเกณฑ์ที่ห้า 50 และ 51 ซึ่งไทยและกัมพูชาเห็นตรงกันแล้วในเรื่องเขตแดน จะสร้างเป็นรั้วถาวรเป็นจุดแรกระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร ขณะบริเวณอื่นๆ ซึ่งยังมีการอ้างสิทธิ และยังไม่มีข้อสรุปเรื่องเขตแดนที่ชัดเจน เบื้องต้นก็จะสร้างเป็นแนวรั้วชั่วคราวด้วยวิธีการตัดถนนเลียบตลอดแนวชายแดนและวางรั้วลวดหนามหีบเพลงสามชั้น พร้อมติดกล้องวงจรปิดในจุดที่สามารถดำเนินการได้ ทั้งนี้เชื่อว่าการดำเนินการดังกล่าวจะเกิดประโยชน์ในการเคลื่อนย้ายกำลัง รวมไปถึงการลาดตระเวนตรวจตรา นอกจากนี้การปรับพื้นที่ให้โล่งก็จะทำให้การลักลอบผ่านแดนตามช่องทางธรรมชาติยากขึ้น ซึ่งถือเป็นการสกัดกั้นทั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์และปัญหาสแกมเมอร์ ได้ โดยการดำเนินการจะเริ่มต้นทันทีที่นำเรื่องเข้าขออนุมัติจากสภาความมั่นคงแห่งชาติและไม่ได้ติดขัดในเรื่องงบประมาณแต่อย่างใด เชื่อว่าภายในปีนี้น่าจะเห็นแนวรั้วกำแพงชายแดนไทย-กัมพูชา เริ่มต้นเกิดขึ้นได้ ซึ่งขั้นตอนต่อจากนี้จะมีการลงในรายละเอียดพื้นที่ต่างๆ เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนตามแนวชายแดนที่บางส่วนอาจได้รับผลกระทบบ้าง แต่ก็เชื่อว่าประชาชนพร้อมที่จะเสียสละเพื่อความมั่นคงปลอดภัยของส่วนรวม พลตรี วันชนะ สวัสดี ผู้อำนวยการสำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กรมยุทธการทหาร กล่าวเพิ่มเติมว่า การทำรั้วตลอดแนวชายแดนไทยกัมพูชาเกิดขึ้นจากข้อเรียกร้องของประชาชน […]

“ภูมิธรรม” คุย ผบ.ตร. ก่อนประชุม ก.ตร. คาดปมหนังสือร้องเรียน

กทม. 28 ส.ค.-“ภูมิธรรม” คุย ผบ.ตร. ถกลับเข้ม ก่อนประชุม ก.ตร. คาดปมหนังสือร้องเรียน “บิ๊กเต่า” เป็นเหตุทำโผนายพล 136 ตำแหน่งสะดุดไม่ลงตัว ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรีไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เป็นประธานการประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 7/2568 ณ ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 มีระเบียบวาระการประชุม 5 วาระ ประกอบด้วย วาระที่ 1 เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ /วาระที่ 2 รับรองรายงานการประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 6/2568 /วาระที่ 3 เรื่องที่เสนอเพื่อทราบ เรื่องที่ 1 รายงานการดำเนินการของ อ.ก.ตร.สืบสวนสอบสวน ที่ ก.ตร. มอบหมายให้ทำการแทน เรื่องที่ 2 รายงานผลตามมติ […]

ข่าวแนะนำ

จับโจรลักทอง-เงินสด วัดนามะตูม เชื่อมีคนชี้เป้า

ชลบุรี 29 ส.ค. – รวบแล้วคนร้ายงัดกุฏิเจ้าอาวาสวัดนามะตูม จ.ชลบุรี ขโมยทองคำ-เงินสด ที่ชาวบ้านร่วมกันบริจาคสร้างพระสมเด็จองค์ปฐม 28 พระองค์ เชื่อเกลือเป็นหนอน มีคนชี้เป้า ภาพจากกล้องวงจรปิดจะเห็นคนร้ายเข้ามางัดประตูกุฏิเจ้าอาวาสวัดนามะตูม จ.ชลบุรี โดยใช้เวลาไม่กี่นาที เข้าไปขโมยทองคำและเงินสดกว่าล้านบาท แล้วหลบหนี เมื่อช่วงวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ล่าสุดวันนี้ (29 ส.ค.) ตำรวจ สภ.พนัสนิคม แกะรอยจนติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ที่ จ.สุรินทร์ พร้อมของกลางทองคำและเงินสดจำนวนหนึ่ง ผู้ต้องหาอ้างว่านำไปขายแล้วบางส่วน ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างนำตัวผู้ต้องหากลับมาสอบสวนต่อที่ สภ.พนัสนิคม เจ้าของพื้นที่ นางชนิษฐา อายุ 65 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้าน ปัจจุบันเป็นสมาชิก อบต.นามะตูม เปิดเผยว่า ช่วยงานที่วัดมานานหลายปี ตั้งแต่สมัยเป็นผู้ใหญ่บ้าน จนเป็นสมาชิก อบต. พระอาจารย์เป็นพระนักปฏิบัติและพัฒนาอยู่ต่อเนื่อง อีกทั้งยังช่วยเหลือเด็กยากไร้ประจำ จากข่าวที่ออกไปเป็นทองที่ชาวบ้านร่วมกันบริจาคไว้ในงานเททองหล่อสมเด็จองค์ประฐม 28 พระองค์ และเพิ่งหล่อไปเพียง 1 พระองค์ เหลืออีก 27 พระองค์ […]

“แพทองธาร” เข้าทำเนียบฯ ลุ้นศาล รธน.วินิจฉัยปมคลิปเสียง

ทำเนียบ 29 ส.ค.- “นายกฯ แพทองธาร” เข้าทำเนียบฯ แล้ว ลุ้นศาล รธน.วินิจฉัย ปมคลิปเสียง ก่อนยิ้มโบกมือทักทายสื่อ เมื่อเวลา 12.35 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เดินทางถึงทำเนียบรัฐบาล โดยก่อนขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า นายกรัฐมนตรี ได้หันมาโบกมือและไหว้ทักทายกองทัพสื่อมวลชน ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส จากนั้นได้เดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อรอฟังการอ่านคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในเวลา 15.00 น. .-316 -สำนักข่าวไทย

เกาะติดชี้ชะตาเก้าอี้นายกฯ ยังไม่พบมวลชนเคลื่อนไหว

29 ส.ค. – จับตา 15.00 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยคุณสมบัติ “นายกฯ แพทองธาร” ว่าต้องพ้นจากตำแหน่งหรือไม่ ปมคลิปเสียงคุย “ฮุน เซน” หลังนัดแถลงด้วยวาจาและลงมติในช่วงเช้า ด้านตำรวจตรึงเข้มดูแลความปลอดภัย ยังไม่พบมวลชนมาเคลื่อนไหว.-สำนักข่าวไทย

“ภูมิธรรม” ยันไม่มีดีลพลิกขั้วรัฐบาล มั่นใจพรรคร่วม

ทำเนียบ 29 ส.ค.- “ภูมิธรรม” ยันไม่มีดีลพลิกขั้วรัฐบาล จะพูดคุยจนถึงตี 2 ก็เชิญ ไม่มีปัญหา มั่นใจพรรคร่วมฯ โยนถามคนปล่อยสูตร 270 เสียง มอง “บิ๊กป้อม-อนุทิน” กินข้าวกัน เป็นเรื่องธรรมดาของการเมือง ใครกินข้าวกับใครก็ได้ ระบุให้กำลังใจนายกฯ ทุกวัน ทุกอย่างเป็นดุลยพินิจของศาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าว เมื่อคืนที่ผ่านมามีการพูดคุยถึงสูตรพลิกขั้วรัฐบาล มีการส่งสัญญาณถึงพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ว่า ไม่จำเป็นต้องส่งสัญญาณและเรื่องดีลข้ามขั้วนั้น มีการพูดกันมานาน จะเป็นเดือนแล้ว ไม่เป็นไรทุกอย่างชัดเจน เรามั่นใจว่านายกรัฐมนตรีแสดงความจริงใจ ในการทำทุกอย่างและมีความตั้งใจจริงในการที่จะทำ ไม่ได้มีปัญหาอย่างที่ถูกกล่าวหา ตนพูดหลายครั้งแล้วว่าเป็นดุลยพินิจของศาลที่จะพิจารณาอย่างถี่ถ้วนและเราก็รับดุลยพินิจถ้าศาลตัดสินใจอย่างไร ก็ว่าไปตามนั้น เราได้แสดงหลักฐานทุกอย่างแล้ว ส่วนกระแสข่าวว่าพรรคฝ่ายค้านจะประชุมกันจนถึงตีสอง ก็เชิญประชุม ไม่มีปัญหาอะไร เป็นหน้าที่ที่เขาจะต้องทำ “ทุกครั้งที่มีเรื่องสำคัญเขาก็ประชุม จะไปถามว่ามีเงินเท่านั้นมาซื้อ ผมว่า อย่าไปไร้สาระ เรื่องต่างๆ เอาเรื่องที่เป็นความจริง พรรคร่วมฝ่ายค้านมีสิทธิ์ที่จะประชุม ส่วนผลจะเป็นอย่างไรนั้น ตนก็ตอบไม่ได้ เพราะไม่รู้ ว่าเขาไปตกลงอะไรกัน ไม่ได้อยู่ด้วย” นายภูมิธรรม […]