fbpx

เร่งพัฒนาฯ โครงข่ายคมนาคม จ.สุรินทร์

สุรินทร์ 18 มิ.ย. -รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ เร่งรัดทุกโครงการคมนาคม ย้ำ!! ให้ทุกหน่วยงานพัฒนาโครงการยึดแนวคิด ดูแลประชาชนให้ “สะดวก ปลอดภัย และรวดเร็ว”

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม และผู้บริหารระดับสูง ลงพื้นที่ตรวจติดตามผลการดำเนินงานโครงการเร่งด่วนของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม และแผนการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมและส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดสุรินทร์ ตามที่พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้รับผิดชอบแนวคิดการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งการลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ในครั้งนี้ เพื่อขับเคลื่อนพัฒนางานด้านการคมนาคมขนส่ง ติดตามผลการดำเนินงานโครงการเร่งด่วน และแผนการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมและส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสุรินทร์ เพื่อให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น ตามหลักยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นความสะดวก ปลอดภัย และตรงเวลา โดยกระทรวงคมนาคมได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางบกและทางน้ำ เช่น โครงการในกำกับของกรมทางหลวง (ทล.) โครงการ ก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 226 ตอนลำน้ำชี – ห้วยทับทัน กม. ที่ 171+182 -233+891 ระยะทาง 62.709 กม., 2 โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 2077 ตอนสุรินทร์ – ลำดวน – บัวเชด กม. ที่ 2+305 -70+728 ระยะทาง 66.707 กม. แบ่งออกเป็น 9 ช่วง โดยช่วงที่ 1 ช่วงที่ 4 และช่วงที่ 6 เป็นทางขนาด 4 ช่องจราจร ช่วงที่ 3 ช่วงที่ 5 และช่วงที่ 7 กำลังดำเนินการในปี 2564 ช่วงที่ 2 และช่วงที่ 8 ได้รับงบประมาณปี 2564 ประมาณ 600 ล้านบาท อยู่ระหว่างรอเซ็นสัญญาจากบริษัทผู้รับจ้าง ช่วงที่ 9 เป็นทางขนาด 2 ช่องจราจร อยู่ระหว่างรอรับงบประมาณปี 2566 เป็นต้น
          
โครงการโครงข่ายถนนในกำกับดูแลของกรมทางหลวงชนบท (ทช.) โครงการก่อสร้างถนนลาดยาง สาย สร.6052 อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง – บ้านละเอาะ อำเภอเมืองสุรินทร์ มีความยาวตลอดเส้นทาง 25,600 กิโลเมตร ระยะเวลาดำเนินการเริ่มสัญญาวันที่ 29 มกราคม – 4 กรกฎาคม 2564 รวมระยะเวลาการก่อสร้าง 157 วัน ซึ่งในปีงบประมาณ 2564 ได้ดำเนินการก่อสร้างในช่วง กม. 7+530.000 – 11+230.000 มีการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 ซึ่งประชาชนรับทราบและเห็นชอบโดยไม่มีข้อขัดแย้งใด ๆ เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะช่วยให้การสัญจรไปมาได้สะดวกยิ่งขึ้น แก้ปัญหาน้ำท่วมขังถนน


โครงการในกำกับ กรมเจ้าท่า การพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ “พัฒนาแหล่งน้ำ สร้างอีสานเขียว ท่องเที่ยวปลอดภัย วิถีใหม่ชุมชน” โดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 7 และสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขา ร่วมกับสำนักงานพัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำที่ 8 และการดำเนินโครงการขุดลอกต่างตอบแทน เพื่อประหยัดงบประมาณแผ่นดินและทำให้มีพื้นที่ที่สามารถรองรับน้ำได้ โดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคบูรณาการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้กรมเจ้าท่า ลงไปดูแลแก้ปัญหาน้ำกัดเซาะริมตลิ่ง ที่อำเภอท่าตูม ตามที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (เทศบาล) ในพื้นที่ขอให้กรมเจ้าท่าเข้าไปช่วยเหลือ รวมทั้งตรวจเยี่ยม สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดสุรินทร์ ของบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์รวมการรับ – ส่งผู้โดยสาร และรับ – ส่งพัสดุภัณฑ์ ตั้งอยู่บนถนนจิตรบำรุง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ มีการเตรียมความพร้อมด้านยานพาหนะและพนักงานขับรถยนต์เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน และช่วยลดค่าครองชีพผู้โดยสารที่มีรายได้น้อยด้วยการจำหน่ายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
 
โดยนายศักดิ์สยาม ได้สั่งการ ให้การดำเนินโครงการต่างๆยึดแนวคิดในเรื่องของความสะดวก ปลอดภัย และรวดเร็ว การติดตามโครงการนำยางพารามาใช้เพื่อปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยทางถนน โดยใช้แผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต (Rubber Fender Barrier: RFB) และหลักนำทางยางธรรมชาติ (Rubber Guide Post RGP) เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางและเป็นการสร้างความปลอดภัยทางท้องถนน ซึ่งแม้ว่าในขณะนี้ราคายางพาราที่ปรับสูงขึ้น ทำให้สามารถชะลอการนำยางพารามาใช้ในโครงการ RFB ได้ แต่ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานยังคงต้องดูแลติดตั้งเครื่องกั้นในทุกถนนที่มีความจำเป็น เพื่อลดอุบัติเหตุรุนแรง รวมทั้งขอให้กรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบทมีโครงการถนนสวยงามอย่างน้อยจังหวัดละหนึ่งโครงการ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี
               
ทั้งนี้ เมื่อโครงการก่อสร้างต่าง ๆ ในพื้นที่แล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายการคมนาคมขนส่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดได้อย่างเป็นรูปธรรม สามารถรองรับปริมาณการเดินทางและขนส่งที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งในช่วงเวลาปกติและโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาล ทำให้การเดินทางเชื่อมโยงระหว่างจังหวัดและระหว่างภูมิภาคเป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว คล่องตัว และมีความปลอดภัย.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

เงินเยียวยาถึงมือผู้ประกันตน 4 ส.ค.นี้ ย้ำโอนเข้าบัญชีผ่านพร้อมเพย์

สมาคมธนาคารไทยประสานธนาคารสมาชิก พร้อมรับโอนเงินเยียวยาประกันสังคมผ่านระบบพร้อมเพย์ ให้ผู้ประกันตน ม.33 ที่ได้รับสิทธิรับเงินช่วยเหลือจากคำสั่งล็อคดาวน์พื้นที่สีแดงเข้ม รวม 13 จังหวัด 9 ประเภทกิจการกว่า 2.87 ล้านราย แนะผู้ได้สิทธิ รีบสมัครพร้อมเพย์ด้วยบัตรประชาชนก่อนวันที่ 4 สิงหาคม นี้

เริ่มฉีดวัคซีนไฟเซอร์ 9 ส.ค.นี้

อธิบดีกรมควบคุมโรคแจงเริ่มฉีดวัคซีนไฟเซอร์ 9 ส.ค.นี้ มีทั้งหมอพยาบาลด่านหน้า ,ผู้สูงอายุ ,ป่วย 7โรคเรื้อรัง และเด็กอายุ 12 ปี ใน 13 จังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุด แจงเหตุต้องผสมน้ำเกลือเป็นสูตรของทางไฟเซอร์เอง 1 ขวด ฉีดได้ 6 โดส และ 1โดส ใช้แค่ 0.3 ซีซี ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ย้ำการเก็บในอุณหภูมิ 2-8 องศาฯ จะเก็บได้แค่ 1 เดือนเท่านั้น ดังนั้นต้องนัดหมายแม่นยำเพื่อการฉีดให้ได้ตามเป้า คาดฉีดครบภายในเดือนสิงหาคม

สั่งคืนเบี้ยยังชีพซ้ำซ้อนและจ่ายเงินช่วยตามบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ผู้สูงอายุเฮสั่งคืนเบี้ยยังชีพซ้ำซ้อนและจ่ายเงินช่วยตามบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ผู้สูงอายุ 4.7 ล้านคน พร้อมขยายโครงการพักหนี้คนแก่ให้อีก 6 เดือนถึง มี.ค.65

ข่าวแนะนำ

หนุ่มช็อก! ถูกเรียกเก็บค่าไฟกว่า 3 แสนบาท

หนุ่มสัตหีบแทบช็อก ทั้งบ้านอยู่กันแค่ 3 คน มีแอร์ตัวเดียวไม่ค่อยได้เปิด ถูกเรียกเก็บค่าไฟเดือนเดียวกว่า 300,000 บาท อยากฝากให้บุคคลที่เกี่ยวช่วยตรวจสอบ

ศบค.ขยายล็อกดาวน์อีก 14 วัน เพิ่มพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดเป็น 29 จว.

ศบค. เคาะขยายล็อกดาวน์อีก 14 วัน ถึง 18 ส.ค.64 ปรับพื้นที่แพร่ระบาดเชื้อโควิด พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด จาก 13 จังหวัดเป็น 29 จังหวัด

วอด 10 คูหา ไฟไหม้ตลาดร้อยปีบ้านแพ้ว

เสียหาย 10 คูหา ไฟไหม้ตลาดร้อยปีบ้านแพ้ว ชาวบ้านบางส่วนกลับเข้าไปรื้อหาทรัพย์สินที่อาจหลงเหลืออยู่ ส่วนสาเหตุเบื้องต้นคาดเกิดจากสายไฟริมคลองลัดวงจร