นักวิชาการ ชี้งบดิจิทัลวอลเล็ตไม่คุ้มกระทบเศรษฐกิจไทยระยะยาว

กรุงเทพฯ 10 เม.ย.-นักวิชาการ มองงบดิจิทัลวอลเล็ตไม่คุ้ม เบียดงบ เพิ่มขีดความสามารถของประเทศกระทบเศรษฐกิจไทยระยะยาว จี้รัฐแจงการใช้งบปี 68 และ ธ.ก.ส. เพราะสุดท้ายก็เป็นการกู้และมีภาระดอกเบี้ย

รศ.ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) มองว่า การแถลงนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต วันนี้ (10 เม.ย.)ว่า รัฐบาลทำการบ้านมาดีกว่าครั้งที่ผ่านๆมา อย่างไรก็ตามมองว่า นโยบายนี้ เป็นนโยบายหวังผลทางการเมืองต้องการโกยคะแนนเลือกตั้งครั้งหน้าให้มีชัยเหนือพรรคก้าวไกล เพราะหากดูภาวะเศรษฐกิจในขณะนี้ไม่เป็นวิกฤต การส่งออกและการบริโภคในประเทศก็ขยายตัวดีขึ้น การใช้วงเงิน ถึง 5 แสนล้านบาท แจกเงิน 1 หมื่นบาทแก่ 50 ล้านคนเป็นวงเงินที่สูงมาก มีเพียงผลระยะสั้น หากจะช่วยควรจะเป็นเฉพาะกลุ่มฐานรากที่เดือดร้อน และวงเงินนี้ก็จะกระทบต่องบประมาณด้านอื่นๆในอนาคต และหากเทียบกับวงเงินนี้กับวงเงินที่รัฐบาลจะสนับสนุนขีดความสามารถของประเทศ 1 แสนล้านบาทแล้ว แสดงให้เห็นชัดเจนว่ารัฐบาลให้ความสำคัญน้อยมากในขณะที่ประเทศชาติกำลังเสียเปรียบเรื่องขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศระยะยาว


ที่สำคัญอยากให้รัฐบาลมอบหมายหน่วยงานวิจัย เช่น สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ว่าจ้างทีมวิจัยที่เป็นอิสระ ศึกษษถึงผลกระทบในระยะยาว หรือ 3-5 ปีข้างหน้าว่าหลังจากออกเงินดิจิทัลวอลเล็ตไปแล้วเกิดวิเคราะห์ว่าผลกระทบระยะยาวเกิดผลดีหรือความเสียต่อประเทศอย่างไร เพื่อประเมินผลให้ได้แล้วนำรายงานเสนอต่อรัฐสภาในอนาคตเพื่อให้เป็นบทเรียนของพรรคการเมืองว่า นโยบายที่ไม่รอบคอบจะเกิดปัญหาอะไรต่อประเทศ ซึ่งอาจเกิดความเสียหายเหมือนโครงการจำนำข้าวในอดีต ที่กระทบหลายแสนล้านบาท

“ดิจิทัลวอลเล็ตเป็นการแจกเงินระยะสั้น ขณะนี้ไม่มีความจำเป็นที่ต้องแจกเงินถึง 5 แสนล้านบาท ล่าสุด เศรษฐกิจก็ดีขึ้นส่งออกก็ขยายตัว การท่องเที่ยวก็ดีขึ้น ประเทศไทยไม่ใช่วิกฤตเศรษฐกิจระยะสั้น แต่เป็นวิกฤติด้านโครงสร้าง ถ้าประชาชนฐานรากเดือดร้อน ก็ควรจะจำกัดการช่วยเฉพาะกลุ่มที่ยากจนดีกว่าการหว่านเงินเช่นนี้ แบบนี้ก็เป็นการพิสูจน์ชัดเจนว่าเป็นการทำเพื่อเป้าหมายทางการเมืองเป็นหลักมากกว่าเป้าหมายการแก้ปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจ” รศ.ดร.นิพนธ์


รศ.ดร.นิพนธ์ มองว่า ที่มาของเงิน 3 แหล่งวงเงิน 5 แสนล้านบาทในนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต ซึ่งก้อนแรกมาจากงบฯ67 ก็ไม่น่ามีข้อสงสัยใดใด ว่าสามารถเกลี่ยมาได้เพราะปกติงบฯลงทุนก็ใช้ประมาณร้อยละ 70 ที่เหลือก็เกลี่ยมาได้ แต่ที่ยังมีความไม่ชัดเจนว่ารัฐบาลจะจัดการอย่างไร เพราะในอนาคตต้องมีการกู้เงินมาคืนทั้งเงินธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และ งบฯปี 68 ที่จะนำมาใช้ในต้นปีงบประมาณ 68 จะกู้เงินมาจากกองทุนฯไหน ภายใต้การกำกับดูแลของภาครัฐ ซึ่งภาพรวมแล้วการใช้เงินก็เป็นการกู้อยู่ดีที่พยายามกู้ที่ถูกกฏหมาย

“เงิน ธ.ก.ส. และเงินงบฯ 68 ต้องมีการกู้มาและใช้คืน ก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะกู้จากกองทุนฯภายใต้การกำกับของรัฐ กองทุนฯใด เช่น หากกู้จากกองทุนประกันสังคม ก็ต้องจ่ายดอกเบี้ย ก็ถือว่าเป็นการกู้แบบแอบแฝง ก็ขอเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงให้ชัดเจนว่า เงินจะมาจากกองทุนฯไหน และชำระหนี้อย่างไร จ่ายดอกเบี้ยเท่าใด แล้วแถลงให้รัฐสภาทราบอย่างชัดเจน เป็นกระบวนการทางประชาธิปไตย ซึ่งรัฐบาลควรทำการบ้านเรื่องนี้มาก่อน เพราะมีเวลาตั้งนานก่อนที่จะแถลงในวันนี้” รศ.ดร.นิพนธ์ ระบุ

นอกจากนี้จากการใช้งบฯ68และการใช้เงินจาก ธ.ก.ส. เป็นการเบ่งเงินกู้ถึงระดับเพดานกู้สูงสุด คำถามคือจะเป็นการเบียดงบประมาณอื่นๆ แล้วภาครัฐจะมีวงเงินมาแก้ปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาวอย่างไรเพราะจะต้องใช้เงินหลายปีนับหลานแสนล้านบาท เช่น การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ให้มีความสามารถ ด้านดิจิทัล การพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน จึงเกรงว่า ใน 2-5 ปีข้างหน้าจะไม่มีเงินลงทุนด้านนี้หรือมีก็จะเป็นแบบจำกัดมาก และจะส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจของไทยอ่อนแอลง


ทั้งนี้ รัฐบาลแถลงแหล่งเงินโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาทที่จะเริ่มแจกเงินในไตรมาส 4 /67 วงเงินราว 5 แสนล้านบาท รวม 50ล้านคนที่มีรายได้ต่อปีไม่เกิน8.4 แสนบาท โดยใช้ เงินจาก 3 ส่วนได้แก่ งบฯปี 68 วงเงิน 1.52 แสนล้านบาท, ใช้เงินจาก ธ.ก.ส. 1.72 แสนหมื่นล้าน เพื่อดูแล เกษตรกร 17 ล้านคนเศษ และบริหารจัดการงบปี 67และงบกลางฯ วงเงิน 1.75 แสนล้านบาท.-511.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ทีมกู้ภัยเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายแผ่นดินไหวเมียนมา

ทีมกู้ภัยยังเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายจากเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมา แม้จะผ่านมา 4 วันแล้ว จนกลิ่นศพเริ่มคละคลุ้งไปทั่ว ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตใกล้แตะหลัก 3,000 ราย

ตึกถล่มพบเสียชีวิตเพิ่ม

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่าง

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ในพื้นที่โซน B และโซน C มีซากอาคารถล่มทับร่างอยู่ ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่างและค้นหาผู้สูญหายใต้ซากอาคารต่อเนื่อง

ข่าวแนะนำ

ท่าทีไทยการค้าสหรัฐ

นายกฯ ออกแถลงการณ์ท่าทีประเทศไทยต่อนโยบายการค้าสหรัฐ

นายกฯ ออกแถลงการณ์ท่าทีประเทศไทยต่อนโยบายการค้าสหรัฐ หลัง “ทรัมป์” ประกาศปรับภาษีนำเข้า 36% เตรียมปรับดุลการค้าให้เป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ชี้ระยะยาวผู้ประกอบการส่งออกไทยควรมองหาตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ ลดความเสี่ยงพึ่งพาตลาดเดียว ย้ำรัฐบาลวางมาตรการรองรับบรรเทาผลกระทบ ​

พบสัญญาณชีพ

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ยันพบสัญญาณชีพหญิงสาว 1 คน

ว่าฯ ชัชชาติ ยันพบสัญญาณชีพหญิงสาวบริเวณโพรงบันไดหนีไฟ 1 คน ใช้โซนาร์วัดระยะความลึกเสียงได้ 3 เมตร ย้ำไม่หมดหวัง แต่ไม่อยากให้ทุกคนคาดหวัง จะเร่งทำงานเพื่อนำหญิงคนดังกล่าวออกมาให้ได้โดยเร็วที่สุด

ทรัมป์ขึ้นภาษี

“ทรัมป์” ประกาศมาตรการภาษี ‘วันปลดปล่อยอเมริกา’

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐประกาศจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าเพิ่มขึ้น โดยจะเก็บภาษียานยนต์ต่างประเทศทั้งหมดร้อยละ 25 ที่เหลือโดนหมดถ้วนหน้า ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย

พ่อขอของขวัญวันเกิดให้ลูกชายรอดชีวิตจากตึก สตง.ถล่ม

พ่อของหนุ่มขอนแก่น วัย 35 ปี หนึ่งในผู้สูญหายจากอาคาร สตง.ถล่ม ขอของขวัญวันเกิดให้ลูกชายรอดชีวิต ส่วนหนุ่มช่างประปา วัย 32 ปี เหยื่อตึก สตง.ถล่ม เผาแล้ว แม่ยังทำใจไม่ได้ สะอื้นไห้หน้าเมรุ