กรุงเทพฯ 8 ต.ค.-ทหารพา 2 สามีภรรยาชาวเวียดนาม ร้องสื่อฯ หลังถูกผู้มีอิทธิพบใน จ.ฉะเชิงเทรา กลั่นแกล้งให้ถูกจับกุม และขู่เอาชีวิต
พันเอก ภวนวีย์ อำมาตย์นิรัน รองผู้อำนวยการกองนโยบายและแผน กรมการสื่อสารทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย พา นายเหงียน ดิง ฮาน และนาง แดง ทิ บิน 2 สามีภรรยาชาวเวียดนาม เข้าร้องเรียน กับนายไพโรจน์ เทศนิยม นายกสมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย หลังถูกผู้มีอิทธิพลในจังหวัดฉะเชิงเทรา ข่มขู่เอาชีวิต และกลั่นแกล้ง ร้องเรียนจนถูกดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรม
พันเอกภวนวีย์ เปิดเผยว่า ได้รับการร้องขอให้เข้าไปช่วย 2 สามีภรรยาชาวเวียดนาม จากคนรู้จักในจังหวัดดังกล่าว เมื่อเดือน สิงหาคม ที่ผ่านมา เนื่องจากพบเห็นความอยุติธรม จากทนายความคนหนึ่ง ที่ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล กลั่นแกล้งให้สามีของหญิงชาวเวียดนาม ให้ได้รับโทษ เพราะต้องการภรรยาของผู้อื่น เช่น แจ้งร้องเรียนในเรื่องเท็จ กล่าวหาว่า เป็นหัวหน้าคนต่างด้าวลอบทำงานโดยผิดกฎหมายและค้ามนุษย์ทั้งที่ไม่เป็นความจริง จนถูกจับกุมดำเนินคดีถึง 2 ครั้ง และยังข่มขู่เอาชีวิต จนต้องหลบหนีออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย พร้อมระบุมีหลักฐานเป็นคลิปวีดีโอ ที่หญิงสาวเวียดนาม แอบบันทึกเสียงไว้ ขณะถูกข่มขู่จากทนายคนดังกล่าว ล่าสุดนำไปโพสต์ไว้ในยูทูป
ล่าสุด วันนี้ ได้พา 2 สามีภรรยา ไปร้องเรียนกรรมการสิทธิมนุษยน และ ปคม. เพื่อหาทางช่วยเหลือ เพราะทั้ง 2 คน ต้องการเดินทางกลับประเทศ แต่ไม่สามารถเดินทางกลับไปได้ เพราะติดขัดเรื่องคดีความที่ถูกกลั่นแกล้งไว้ ยืนยันต้องการช่วยเหลือ เพราะคิดถึงหัวอก คนที่มาอยู่ต่างบ้านเมืองแล้วถูกกลั่นแกล้งจากผู้มีอิธิล พร้อมยืนยันไม่มีส่วนได้เสียหรือรู้จักกับ 2 สามีภรรยาชาวเวียดนามมาก่อน
ด้านนาง แดง ทิ บิน สาวชาวเวียดนาม ระบุว่า รู้จักกับทนายดังกล่าว ขณะนำเกาลัดไปขายให้ในร้านอาหาร เมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา และถูกขอเบอร์โทรศัพท์ไว้ จากนั้น จะถูกโทรศัพท์ตามให้มาขายเกาลัด และต้องคอยดูแลด้วยการชงเหล้าให้หลายครั้ง มีการพูดคุยในทำนองชู้สาว ว่าจะเลี้ยงดู เช่าห้องพักและจ่ายเงินให้เดือนละ 15,000 บาท เมื่อตนปฏิเสธและบอกว่ามีสามีแล้ว กลับถูกข่มขู่ว่าและกลั่นแกล้ง แจ้งจับกุมสามี และขู่ว่าจะส่งคนไปเอาชีวิตหากถูกจับกุมอีกครั้ง
ขณะที่ นายไพโรจน์ ระบุว่า จะส่งเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบ พร้อมมอบหมายให้ ทนายความประจำสมาคมผู้สื่อข่าวฯ ทำหนังสื่อร้องเรียนไปยังสภาทนายความ เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง และ ตรวรจสอบจริยธรรมของทนายความดังกล่าวต่อไป. -สำนักข่าวไทย