จับชาวจีนสวมบัตรประชาชนไทยตั้งทัวร์ศูนย์เหรียญ

กรุงเทพฯ 26 พ.ย.- ตำรวจจับผู้ต้องหาชาวจีนสวมบัตรประชาชนไทย ตั้งบริษัททำทัวร์ศูนย์เหรียญหลอกนักท่องเที่ยวจีนมาไทย ขณะที่ตำรวจเตรียมขยายผลกวาดล้างผู้ร่วมขบวนการ 


พลตำรวจตรีชัยวัฒน์ ฉันทวรลักษณ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ในฐานะรองหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีการสวมบัตรประชาชนและทัวร์ศูนย์เหรียญ แถลงจับนายเหลียน แซ่เก่า ซึ่งมีพฤติการณ์เป็นบุคคลต่างด้าวสวมบัตรประชาชนเป็นคนไทยประกอบธุรกิจนำเที่ยวในลักษณะทัวร์ศูนย์เหรียญ โดยเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทวั้นกั๋ว กั๋วจี้ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รับนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยจับกุมได้ภายในซอยอยู่เจริญ เขตดินแดง 

จากการสืบสวนพบว่านายเหลียน ได้ยื่นคำร้องขอมีบัตรประจำตัวประชาชนครั้งแรกที่อำเภอเมืองนครสวรรค์ เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2544 โดยสวมบัตรเป็นนายวิษณุ รัตนะแสงงาม และช่วงต้นปี 2547 ได้แจ้งบัตรหายเพื่อขอทำบัตรประชาชนอีกครั้ง โดยผู้ต้องหาสวมบัตรเป็นนายวิษณุเป็นเวลากว่า 7 ปี จนเมื่อปี 2550 นายเหลียนได้ขอทำบัตรประชาชนอีกครั้งโดยใช้ชื่อตนเองทำบัตร เนื่องจากเกรงว่าจะโดนเกณฑ์ทหาร ทำให้นายวิษณุ รัตนะแสงงาม ตัวจริงไม่สามารถทำบัตรประชาชนได้ ทั้งนี้พบว่าผู้ต้องหาทำบริษัททัวร์เมื่อช่วงปี 2559  ซึ่งผู้ต้องหาอ้างว่า เปิดบริษัททัวร์ได้ประมาณ 2 เดือนก็หยุดกิจการ เนื่องจากถูกเจ้าหน้าที่กวาดล้าง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ยื่นคำขอมีบัตรโดยมิได้มีสัญชาติไทยด้วยการแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ ปลอมบัตรปกปิดความจริงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ 


พลตำรวจตรีชัยวัฒน์ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่จะเร่งปราบปรามกวาดล้างขบวนการทัวร์ศูนย์เหรียญ เพราะมีการนำนักท่องเที่ยวมาต้มตุ๋น ขายสินค้าราคาแพงหรือไม่ได้มาตรฐาน ไม่เสียภาษีและไม่มีการขอใบอนุญาต ถือว่าผิดกฎหมาย กระทบต่อชื่อเสียง การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของไทย ซึ่งยังมีอีกเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้เมื่อมีการสวมบัตรประชาชน เมื่อได้บัตรมาจะสามารถประกอบธุรกรรมทุกอย่างในไทยได้ อาจนำไปสู่การก่อคดีอาชญากรรมได้ด้วย

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังมีข้อมูลบุคคลชาวต่างชาติต้องสงสัยอีก 2 ราย ซึ่งแอบอ้างตัวเป็นนายอายี้น้อย แสนหมี่ และนายจง แซ่ม้า หรือทรงกิจไพศาล มีพฤติกรรมการสวมบัตรประชาชนเป็นคนไทย มาเปิดบริษัททัวร์รับนักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งขณะนี้ได้หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะดำเนินการติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

นายกฯ เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัยตึก สตง.ถล่ม

นายกรัฐมนตรี เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัย ค้นหาผู้สูญหายเหตุตึก สตง.ถล่ม พร้อมสอบถามถึงอุปสรรคในการทำงานและความต้องการเพิ่มเติม

ปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

รองผู้ว่าฯ กทม. เผยยอดผู้เสียชีวิตเหตุตึกถล่ม ที่ผ่านการพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว อยู่ที่ 16 ราย และอยู่ระหว่างการค้นหาอีก 78 ราย พร้อมแจงปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

นายกรัฐมนตรี วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2568 ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า