“พิชัย” แจงรัฐบาลคุมเข้มข้าวโพดนำเข้า จ่อขึ้นทะเบียน-ออกใบปลอดเผา

กระทรวงพาณิชย์ 25 มี.ค.- “พิชัย” แจง รัฐบาลเตรียมออก 4 มาตรการคุมเข้มข้าวโพดนำเข้า ขึ้นทะเบียน-ออกใบปลอดเผา แก้ฝุ่น PM 2.5


นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แจงกรณี นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ส.ส.พรรคประชาชน ระบุในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร กระทรวงพาณิชย์ไม่มีมาตรการตรวจสอบกระบวนการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่เกี่ยวข้องกับการเผา และไม่มีหลักเกณฑ์ห้ามนำเข้าสินค้าเกษตรที่อาจเป็นสาเหตุของปัญหาฝุ่น PM 2.5 นั้น

นายพิชัย แจงว่า รัฐบาลห่วงใยและตระหนักถึงผลกระทบของปัญหาฝุ่น PM 2.5 ซึ่งนายกรัฐมนตรีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ได้สั่งการให้หน่วยงานทุกภาคส่วนดำเนินการแก้ปัญหา PM 2.5 อย่างเร่งด่วน โดยขณะนี้รัฐบาลอยู่ระหว่างผลักดัน พ.ร.บ. อากาศสะอาด โดยกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเป็นการแก้ไขปัญหา PM 2.5 ทั้งระบบ ในระหว่างนี้ รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์เร่งดำเนินมาตรการเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของฝุ่นข้ามพรมแดนเป็นการเร่งด่วน
กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าต่างประเทศ ได้เร่งหารือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ เกษตรกร และภาคเอกชน และได้ข้อสรุปถึงมาตรการควบคุมการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ดังนี้


1.ผู้นำเข้าต้องขึ้นทะเบียน เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้
2.ต้องแสดงเอกสารรับรองว่าข้าวโพดปลอดจากกระบวนการเผา พร้อมข้อมูลสำคัญ เช่น แหล่งเพาะปลูก ที่ตั้งแปลงปลูก ปริมาณการนำเข้า และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
3.หากไม่ปฏิบัติตาม จะถูกพักการขึ้นทะเบียน ทำให้ไม่สามารถนำเข้าได้
4.กระทรวงพาณิชย์จะเสนอแนวทางนี้ต่อคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) ในเดือนเมษายน 2568 เพื่อให้พิจารณาบังคับใช้โดยเร็ว

“รัฐบาลห่วงใยปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างมาก ถือเป็นวาระเร่งด่วนที่เราต้องรีบแก้ไข กระทรวงพาณิชย์จะเร่งดำเนินมาตรการที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 และรักษาสมดุลระหว่างสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจของประเทศ รัฐบาลมุ่งมั่นแก้ไขปัญหานี้ให้เร็วที่สุด มีประสิทธิภาพที่สุด รวมทั้งต้องคิดอย่างเป็นระบบและรอบคอบมากที่สุด โดยคำนึงถึงทุกภาคส่วน ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ประกอบการ จนถึงประชาชนทั่วไป เพื่อให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด พร้อมยืนยันว่าจะติดตามและประเมินผลมาตรการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการลดมลพิษและรักษาเสถียรภาพด้านการค้าและเศรษฐกิจของประเทศต่อไป” นายพิชัยกล่าว – 517-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

สามีเข้าเกียร์ค้างไว้ สตาร์ทรถพุ่งชนภรรยาดับ

สลด! สามีขับรถใส่เกียร์ค้างไว้ สตาร์ทรถพุ่งชนภรรยาเสียชีวิตในบ้านพักย่านวิภาวดี ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การเบื้องต้น นำตัวสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง

คุมฝากขัง “เอ็ม เอกชาติ” เจ้าตัวปิดปากเงียบ

ตร.ไซเบอร์คุมตัว “เอ็ม เอกชาติ” ฝากขัง เจ้าตัวปิดปากเงียบ ไม่ตอบคำถามสื่อ ด้านตำรวจพบเส้นทางการเงินจากเว็บพนัน กว่า 30 ล้านบาท

ข่าวแนะนำ

Building after collapses in Myanmar in front of monk's eye

แผ่นดินไหวทำตึกเมียนมาถล่ม-ยอดตายเกินพันแล้ว

มัณฑะเลย์ 29 มี.ค.- แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในเมียนมาเมื่อวานนี้ ทำให้อาคารหลังหนึ่งถล่มต่อหน้าต่อตากลุ่มพระสงฆ์ที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตในเมียนมาจนถึงขณะนี้เกิน 1,000 คนแล้ว คลิปภาพที่ผู้เห็นเหตุการณ์บันทึกไว้ได้ในเมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของเมียนมา และอยู่ใกล้ศูนย์กลางแผ่นดินไหวบนบกที่เกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ เห็นกลุ่มพระสงฆ์รวมตัวกันอยู่บนถนนใกล้อาคารหลังหนึ่งที่ค่อย ๆ เสียการทรงตัว ก่อนพังถล่มลงไปทั้งหลังต่อหน้าต่อตา ทำให้เกิดกลุ่มควันขนาดใหญ่ฟุ้งกระจาย รอยเตอร์รายงานเมื่อเวลา 13:00 น.วันนี้ตามเวลาไทยว่า รัฐบาลเมียนมาแถลงล่าสุดว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวเพิ่มเป็น 1,002 คนแล้ว ขณะที่สำนักสำรวจธรณีวิทยาของสหรัฐหรือยูเอสจีเอส ซึ่งแจ้งขนาดแผ่นดินไหวไว้ที่ 7.7 และมีศูนย์กลางลึกเพียง 10 กิโลเมตรประเมินจากแบบจำลองการคาดการณ์ว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตอาจจะเกิน 10,000 คน.-814.-สำนักข่าวไทย  

สาเหตุตึกถล่ม

นายกฯ เร่งกรมโยธาดูสาเหตุตึกถล่ม-หาทางแก้

นายกฯ รับรายงายสถานการณ์แผ่นดินไหว เร่งกรมโยธาดูสาเหตุ-หาทางแก้ตึกถล่ม ย้ำ ปชช. มั่นใจได้ เหตุแผ่นดินไหวตอนนี้ไม่กระทบไทยแล้ว เตรียมออกมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบต่อไป

กรมอุตุฯ เตือนเฝ้า​ระวัง​พายุฤดูร้อน กระทบ​ 53 จังหวัด​

กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 7 เตือนเฝ้า​ระวัง​พายุฤดูร้อน​ พายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก มีผลกระทบ​ 53 จังหวัด​ ระหว่าง​ 29​ มี.ค.-1 เม.ย.68​