พาณิชย์เร่งประสานสิบทิศรักษายอดส่งออก “ทุเรียน” แสนล้าน

กรุงเทพฯ 24 มี.ค. – ก.พาณิชย์ ดูแลตลาดทุเรียนส่งออกรอบด้าน ห่วงเกษตรกรโดยทุเรียนปี 67 ส่งออก 1.5 แสนล้าน พึ่งพาตลาดส่งออกถึง 75% ของปริมาณผลผลิตทั้งหมด


นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงมาตรการดูแลสินค้าผลไม้ โดยเฉพาะทุเรียน ซึ่งเป็นสินค้าเกษตรส่งออกสำคัญของไทย แต่ละปีสามารถสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศได้มากกว่าปีละกว่า 1.5 แสนล้านบาท ว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ดูแลทั้งด้านตลาดในประเทศ และการขยายตลาดส่งออก ผ่านการส่งเสริมการบริโภค ประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ทุเรียนไทยให้กับผู้บริโภค และผู้นำเข้าในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดส่งออกทุเรียนเกือบทั้งหมดของไทย (97% ของการส่งออกทั้งหมด) โดยให้ทูตพาณิชย์ในประเทศจีนทั้ง 8 แห่ง รวมทั้งสำนักงานพาณิชย์ ณ กรุงปักกิ่ง อำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการทั้งผู้ส่งออกและผู้นำเข้าในประเทศจีน รวมทั้งประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และส่งเสริมภาพลักษณ์ของทุเรียนไทยให้เป็นที่จดจำ หาตลาดรองรับทั้งในเมืองหลักและเมืองรองของจีนเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งหาตลาดใหม่ที่มีศักยภาพเพิ่มเติม พร้อมเดินหน้ามาตรการเชิงรุก ตามแผนบริหารจัดการผลไม้ปี 68 รวม 7 มาตรการ ครอบคลุม 25 แผนงาน ให้ผลไม้ไทยปีนี้ได้ราคาดีตลอดทั้งปี

สำหรับกลุ่มสินค้าผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง เป็นสินค้าเกษตรส่งออกอันดับที่ 1 ของไทย โดยมูลค่าการส่งออกได้แซงสินค้าข้าว และยางพารา ตั้งแต่ปี 63 และยังคงเป็นสินค้าเกษตรส่งออกอันดับที่ 1 จนถึงปัจจุบัน สำหรับปี 67 มีมูลค่ารวม 6,510.6 ล้านเหรียญสหรัฐ (231,401 ล้านบาท) โดยคิดเป็นสัดส่วน 22.58% ของมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรของไทย (ปี 67 ส่งออกมูลค่า 28,827.3 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยข้าวมีสัดส่วน 22.32% และยางพารา มีสัดส่วน 17.32% ของมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรของไทย) และปี 68 ช่วง 2 เดือนแรก (ม.ค.-ก.พ.) มูลค่าอยู่ที่ 429.3 ล้านเหรียญสหรัฐ (14,615 ล้านบาท) ในปี 67 การส่งออกทุเรียนมีมูลค่า 4,404.9 ล้านเหรียญสหรัฐ (157,506 ล้านบาท) แบ่งเป็น 1. ทุเรียนสด 3,755.7 ล้านเหรียญสหรัฐ (134,852 ล้านบาท) และ 2. ทุเรียนแช่เย็นจนแข็ง 649.2 ล้านเหรียญสหรัฐ (22,654 ล้านบาท) โดยล่าสุดปี 68 ช่วง 2 เดือนแรก (ม.ค.-ก.พ.) ไทยมีมูลค่าส่งออกรวม 128.5 ล้านเหรียญสหรัฐ (4,374 ล้านบาท) แบ่งเป็น 1. ทุเรียนสด 85.8 ล้านเหรียญสหรัฐ (2,918 ล้านบาท) และ 2. ทุเรียนแช่เย็นจนแข็ง 42.7 ล้านเหรียญสหรัฐ (1,456 ล้านบาท)


“ทุเรียน เป็นสินค้าที่ไทยพึ่งพาตลาดส่งออกถึง 75% ขณะที่บริโภคภายในประเทศเพียง 25% ของปริมาณผลผลิตทั้งหมด ดังนั้น หากมีปัญหาเกี่ยวกับการส่งออก ไม่ว่าจะเป็นความเข้มงวดของจีนในการตรวจสาร Basic Yellow 2 (BY2) และแคดเมียม รวมทั้งคู่แข่งในตลาดจีนที่มีความรุนแรงมากขึ้น เช่นจากเวียดนาม ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย อาจส่งผลกระทบให้ทุเรียนล้นตลาด ซึ่งจะส่งผลกับราคาทุเรียนในประเทศ” นายพูนพงษ์ กล่าว

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์มีบทบาทในการดูแลสินค้าเกษตรด้านการตลาด โดยการส่งเสริมและเชื่อมโยงหาตลาดให้กับสินค้าเกษตรไทย รวมทั้งสินค้าผลไม้ โดยเฉพาะทุเรียน มีการออกมาตรการรองรับปัญหาผลผลิตล้นตลาด ทั้งส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ และขยายตลาดส่งออก

ขณะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีบทบาทในการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร ตลอดกระบวนการผลิต รวมทั้งดูแลมาตรฐานสินค้าเกษตร ตั้งแต่สวน โรงคัดบรรจุ จนถึงด่านตรวจพืช เพื่อสร้างความมั่นใจว่าสินค้าเกษตรไทยมีคุณภาพและมาตรฐาน ซึ่งการบูรณาการการทำงานจะช่วยยกระดับราคาสินค้า และเพิ่มรายได้เกษตรกรตลอดห่วงโซ่อุปทาน. -511-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

สามีเข้าเกียร์ค้างไว้ สตาร์ทรถพุ่งชนภรรยาดับ

สลด! สามีขับรถใส่เกียร์ค้างไว้ สตาร์ทรถพุ่งชนภรรยาเสียชีวิตในบ้านพักย่านวิภาวดี ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การเบื้องต้น นำตัวสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง

คุมฝากขัง “เอ็ม เอกชาติ” เจ้าตัวปิดปากเงียบ

ตร.ไซเบอร์คุมตัว “เอ็ม เอกชาติ” ฝากขัง เจ้าตัวปิดปากเงียบ ไม่ตอบคำถามสื่อ ด้านตำรวจพบเส้นทางการเงินจากเว็บพนัน กว่า 30 ล้านบาท

ข่าวแนะนำ

ในหลวงทรงรับคนไข้

ในหลวงทรงรับคนไข้เหตุแผ่นดินไหวไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์

ในหลวงทรงรับคนไข้เหตุแผ่นดินไหวเป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ขณะนายกรัฐมนตรีเยี่ยมผู้บาดเจ็บ แพทย์แจงอาการดีขึ้นแล้ว

Building after collapses in Myanmar in front of monk's eye

แผ่นดินไหวทำตึกเมียนมาถล่ม-ยอดตายเกินพันแล้ว

มัณฑะเลย์ 29 มี.ค.- แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในเมียนมาเมื่อวานนี้ ทำให้อาคารหลังหนึ่งถล่มต่อหน้าต่อตากลุ่มพระสงฆ์ที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตในเมียนมาจนถึงขณะนี้เกิน 1,000 คนแล้ว คลิปภาพที่ผู้เห็นเหตุการณ์บันทึกไว้ได้ในเมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของเมียนมา และอยู่ใกล้ศูนย์กลางแผ่นดินไหวบนบกที่เกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ เห็นกลุ่มพระสงฆ์รวมตัวกันอยู่บนถนนใกล้อาคารหลังหนึ่งที่ค่อย ๆ เสียการทรงตัว ก่อนพังถล่มลงไปทั้งหลังต่อหน้าต่อตา ทำให้เกิดกลุ่มควันขนาดใหญ่ฟุ้งกระจาย รอยเตอร์รายงานเมื่อเวลา 13:00 น.วันนี้ตามเวลาไทยว่า รัฐบาลเมียนมาแถลงล่าสุดว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวเพิ่มเป็น 1,002 คนแล้ว ขณะที่สำนักสำรวจธรณีวิทยาของสหรัฐหรือยูเอสจีเอส ซึ่งแจ้งขนาดแผ่นดินไหวไว้ที่ 7.7 และมีศูนย์กลางลึกเพียง 10 กิโลเมตรประเมินจากแบบจำลองการคาดการณ์ว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตอาจจะเกิน 10,000 คน.-814.-สำนักข่าวไทย  

สาเหตุตึกถล่ม

นายกฯ เร่งกรมโยธาดูสาเหตุตึกถล่ม-หาทางแก้

นายกฯ รับรายงายสถานการณ์แผ่นดินไหว เร่งกรมโยธาดูสาเหตุ-หาทางแก้ตึกถล่ม ย้ำ ปชช. มั่นใจได้ เหตุแผ่นดินไหวตอนนี้ไม่กระทบไทยแล้ว เตรียมออกมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบต่อไป

วัดเสียหายแผ่นดินไหว

วัด 4 แห่งในตัวเมืองเชียงใหม่ ได้รับผลกระทบแผ่นดินไหว

สำนักงานพระพุทธศาสนา และคณะสงฆ์เชียงใหม่ สำรวจโบราณสถาน พบวัด 4 แห่งในตัวเมืองเชียงใหม่ ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว มีทั้งรอยร้าว ฐานพระพุทธรูปอายุกว่า 700 ปีทรุด ยอดฉัตรทองคำหักเอียง