องค์การทหารผ่านศึก 12 มี.ค.- “ภูมิธรรม” ปัดรัฐบาล-ฝ่ายค้าน ซูเอี๋ยศึกซักฟอก ปมตัดชื่อ “ทักษิณ” ชี้เปลี่ยนญัตติเป็นอำนาจประธานสภาฯ ยกสมัย “อุทัย พิมพ์ใจชน” เทียบ หากโฟกัสนายกฯ วันเดียวเกินพอ
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึง การเตรียมความพร้อมรับมือศึกซักฟอกในส่วนเกี่ยวข้องกับกระทรวงกลาโหม เพื่อสนับสนุน ข้อมูลนายกฯว่า ในส่วนของตนที่รับผิดชอบงานในตำแหน่งรองนายกฯและกระทรวงกลาโหม ไม่มีปัญหา เรื่องการชี้แจง ซึ่งทุกหน่วยงานที่ตนกำกับดูแลพร้อมที่จะให้ข้อมูลอยู่แล้ว ซึ่งได้สั่งการไปว่า ประเด็นไหน ที่คิดว่าเป็นปัญหา ให้ไปหาข้อมูล จัดการเคลียร์ปัญหาให้เรียบร้อย พร้อมทั้งให้เตรียมเหตุผล ที่จะอธิบายประชาชนเพื่อให้เข้าใจมากขึ้น ตนพร้อมตอบทุกคำถามอยู่แล้ว เพียงแต่ว่า ศึกซักฟอกครั้งนี้ ฝ่ายค้านไม่ได้ระบุชัดเจน ว่าเป็นกระทรวงใด ทำให้เป็นเรื่องยาก ในการเตรียมข้อมูล แต่หากจะซักฟอกในประเด็นที่ว่า นายกฯกระจายงาน ให้ใครเป็นผู้รับผิดชอบ เราก็พร้อมที่จะให้ข้อมูล
ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้าน จะเล่นในประเด็นที่ว่า กระทรวงกลาโหมปล่อยปละละเลย ให้กองทัพมีอำนาจเหนืออำนาจพลเรือนนั้น ก็อยากให้ฝ่ายค้านเอาไว้ชัด หากฝ่ายค้านถามมาตนก็พร้อมที่จะชี้แจงในประเด็นนี้ ไม่มีอะไรน่ากังวลใจ ทั้งหมดจะอยู่ที่ข้อเท็จจริง แต่อย่าไปจินตนาการ
เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกต ว่าฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน ซูเอี๋ยกัน โดยเฉพาะการนำประเด็น เรื่องของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ มาเป็นเงื่อนไข เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายภูมิธรรม ระบุว่า คิดว่าฝ่ายค้านกับรัฐบาลจะซูเอี๋ยกันเหรอ ประเด็นนี้ตนเป็นพูดไปแล้วว่าเรื่องของสภา ซึ่งวิปรัฐบาลกับวิปฝ่ายค้านต้องไปหารือกัน และเป็นอำนาจของประธานรัฐสภา ในการกำหนดเปลี่ยนแปลง ซึ่งในอดีตที่ผ่านมา การเขียนญัตติมีการเปลี่ยนแปลง แก้ไขอยู่หลายครั้ง เช่น การใช้คำพูดรุนแรง ประธานสภาก็จะขอให้ถอน ออกจากญัตติ ซึ่งเกิดในสมัยนายอุทัย พิมพ์ใจชน หรือบางเรื่องที่เกี่ยวพัน กับคนนอกมาเกี่ยวข้อง เนื่องจาก เขาให้อภิปรายรัฐบาล ก็ไม่ควรจะพลาดพิงคนนอก แต่หากมีข้อเท็จจริง สามารถอภิปรายรวมไปได้อยู่แล้ว เพียงแต่ คนอภิปรายต้องรับผิดชอบ ดังนั้นถือเป็นเรื่องปกติ ว่าการยื่นญัตติ จะต้องมีการคำนึงถึงความเหมาะสม ซึ่งประธานรัฐสภา จะเป็นผู้พิจารณา ขณะที่วันเวลา ในการอภิปราย ก็ต้องไปพิจารณากัน เท่าที่ทราบ จากฝ่ายวิปรัฐบาล หากเริ่มต้นที่จะอภิปรายรัฐมนตรีหลายคน ก็จะกำหนดเอาไว้ว่า 5 วัน และเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงไป ก็เหลือเพียงวันเดียวก็คือ โฟกัสอยู่ที่นายกฯ ส่วนรัฐมนตรีคนอื่น ก็ไม่ค่อยชัดเจน ว่าจะไปถึงหรือไม่ ซึ่งส่วนใหญ่ น่าจะพูดถึงในเรื่องของการกำกับดูแล ทางรัฐบาลก็มองว่าก็เอาตามที่เหมาะสม ก็ให้ทางสภาไปตกลงกัน ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้มีปัญหาอะไร ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่เหตุผลและหลักการ สภาชี้ชัดมา เราก็พร้อมตามนั้น
ส่วนการเปิดอภิปรายวันเดียวน้อยเกินไปหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่า ฝ่ายค้านมีข้อมูลอยู่เท่าไหร่ หากมีข้อมูลไม่มาก อภิปรายครึ่งวันก็พอ
สำหรับที่ผ่านมา ไม่เคยมีการซักฟอกเพียงวันเดียว นั้น นายภูมิธรรม ย้ำว่า ไม่ได้พิจารณาที่จำนวนวัน แต่อยู่ที่ว่าฝ่ายค้านจะซักฟอกคนเดียวหรือสองคน เขาทำผิดพลาดมากหรือไม่ และมีเนื้อหาที่จะอภิปรายมากน้อยเพียงใด หากอภิปรายไม่มาก ผู้นำฝ่ายค้าน เปิดอภิปราย และอภิปรายอีก 2 คน ก็สามารถปิดอภิปรายได้แล้ว
เมื่อถามว่า หากตัดชื่อนายทักษิณออกจากญัตติของฝ่ายค้าน ก็สามารถเปิดอภิปรายได้เลยหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า คงต้องไปถามประธานสภา แต่เท่าที่รู้ที่มีปัญหาก็คือประเด็นนี้ ก็ต้องให้ฝ่ายค้านไปเคลียร์กับ ประธานสภา อย่ามาคิดว่ารัฐบาลจะอย่างโน้นอย่างนี้ ยืนยันว่าเราไม่มีปัญหา และยืนยันมาตั้งแต่ต้นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของสภา หากตกลงกันอย่างไร รัฐบาลมีหน้าที่ ทำตามนั้น เพียงแต่รัฐบาลสามารถต่อรองวันเวลาที่เหมาะสมได้ ส่วนจะวันเวลาเท่าไหร่ ญัตติอะไร อยู่ที่ฝ่ายค้านกับประธานสภา ที่จะต้องคุมการอภิปราย และประธานสภาก็มีฝ่ายกฎหมาย ไม่ได้ใช้ดุลพินิจคนเดียว ท่านมีแบ็กอัพอยู่ข้างหลัง ถือเป็นการพูดคุยเรื่องกฎระเบียบ ข้อบังคับ อยากให้เข้าใจหลักการทำงาน อย่าใช้อารมณ์-313 .-สำนักข่าวไทย