รัฐสภา 27 ก.พ.-“วิโรจน์” เตรียมทำหนังสือถึง ป.ป.ช.-สขร.สอบระเบียบ และมาตราฐานกระทรวงกลาโหมระเบียบชั้นความลับ หลังกองทัพหนีแจง กมธ.ทหาร
นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการที่กองทัพขอเลื่อนการเข้าชี้แจง กรณีลำดับชั้นความลับของเอกสารราชหารทหาร
นายวิโรจน์ กล่าวว่า คำว่าลับมักถูกใช้เป็นข้ออ้างมาโดยตลอด ซึ่งคณะกรรมาธิการฯ ก็ตั้งข้อสังเกตถึงมาตรฐานคำว่าลับใช้กับบางคนหรือไม่ หรือเป็นเพียงการใช้ดุลพินิจผู้บังคับบัญชาบางคน หากไม่อยากให้รู้ ก็นำเหตุผลคำว่าลับมาอ้าง เพื่อหลบเลี่ยงในการไม่ให้ข้อมูลหรือไม่เปิดเผยข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ
นายวิโรจน์ ยกตัวอย่าง รายงานผลการสอบสวนการอับปางเรือรบหลวงสุโขทัย ซึ่งเคยมีการยืนยันว่า ภายหลังการสอบสวนเสร็จแล้ว จะมีการเปิดเผย แต่จนถึงขณะนี้ ที่เราได้มีการทำหนังสือขอไปรวมแล้วกว่า 7 ฉบับ กลับมีการบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด
“ลับ ลับที่สุด จนสงสัยว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สามารถเข้าถึงชั้นความลับ อะไรได้บ้าง หรือแม้แต่นายภูมิธรรม เวชยชัยเองนั้น ก็อาจจะอยู่ในชั้นความลับที่เข้าไม่ถึงชั้นข้อมูลความลับบางส่วนหรือไม่ จึงอยากทราบว่า ใครสามารถเข้าถึงชั้นความลับได้มากแค่ไหน แต่ปรากฏว่า ไม่ได้รับความร่วมมือ ไม่รับ ก็เลื่อน สภาพเป็นแบบนี้” นายวิโรจน์ กล่าว
ภายหลังการประชุมคณะกรรมาธิการฯ จะมีการขอมติเพื่อส่งหนังสือออกไป 2 ฉบับ คือ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติ ป.ป.ช. มาตรา 32 เพื่อให้ทบทวนตรวจสอบระเบียบเอกสารชั้นความลับของกระทรวงกลาโหม ว่ามีมาตรฐานอย่างไร เพราะหากไร้มาตรฐาน จะทำให้การตรวจสอบ ความโปร่งใส สุจริต ในการใช้งบประมาณ และการดำเนินการใด ไม่สามารถตรวจสอบได้ รวมทั้งจะเอื้อให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน จากการที่ตรวจสอบไม่ได้
และอีกฉบับจะทำหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ ตามมาตรา 28 และ 13 เพื่อให้คณะกรรมการเข้าตรวจสอบ ว่า ตกลงแล้ว การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของกระทรวงกลาโหม จะลับไปหมดหรือ และความลับที่ว่า อยู่ที่การตัดสินใจของใคร เพราะบางครั้งจ่ายแจกไม่ได้ แต่ให้เข้าไปอ่านได้ ไม่ใช่ว่าลับแล้วห้ามเปิดเผย หรืออาจต้องให้คณะกรรมการมอบหมายว่า จะให้ใครเข้าไปอ่านได้บ้าง แต่นี่ไม่มีมาตรฐานเลย ลับหรือไม่ลับอยู่ที่ใจของคน.-314.-สำนักข่าวไทย