นายกฯ เล็งถกป้องกันแอปฯ ปลอม ข้อมูลรั่วไหล-แลกเงินสด

ทำเนียบ 2 ส.ค.- นายกรัฐมนตรี พอใจประชาชนตื่นตัวลงทะเบียนดิจิทัลวอลเล็ต วันแรก 18.3 ล้าน เตรียมหารือป้องกัน แอปฯ ปลอม -ข้อมูลรั่วไหล-แลกเงินสด ย้ำมั่นใจโครงการถูกกฎหมาย พร้อมแจงองค์กรอิสระ


นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการลงทะเบียนโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ในแอปพลิเคชันทางรัฐ ดูเหมือนจะได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี ว่า ณ เวลา 06.00 น. เช้าวันนี้ มีผู้ลงทะเบียนถึง 18.3 ล้านคน สำหรับวันแรกไม่ถึง 24 ชั่วโมงถือว่าเยอะมาก ส่วนตัวเลขดังกล่าวจะสะท้อนความต้องการของประชาชนและตัวเลขทางเศรษฐกิจใดบ้างหรือไม่ ตนเชื่อว่าสามารถบ่งบอกได้หลายอย่าง อย่างการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยวิธีการใหม่ๆ ก็เป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความตื่นตัว และเข้าใจดีขึ้น และแอปพลิเคชันก็มีความเสถียรในจุดๆ หนึ่ง แต่แน่นอนว่าในเรื่องของการทุจริตหรือความไม่ถูกต้องเราก็ให้ความสำคัญ

ส่วนจะมีการป้องกันอย่างไรหลังมีกระแสข่าวที่มีออกมาว่ามีการเตรียมแลกเงินดิจิตอลเป็นเงินสดนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าเราก็มีวิธีการที่จะป้องกัน โดยในเวลา 11.00น. ของวันนี้ก็จะไปตรวจเยี่ยมที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยจะไปพบกับพล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และจะได้หารือในเรื่องดังกล่าว ส่วนแอพพลิเคชั่นปลอมก็เป็นหน้าที่ของกระทรวงดีอีและตำรวจสอบสวนกลางก็จะช่วยกันดูแลเรื่องนี้


ผู้สื่อข่าวขอให้นายกรัฐมนตรีย้ำถึงความปลอดภัยในข้อมูลส่วนบุคคลของแอปพลิเคชั่นทางรัฐ ที่ประชาชนหลายคนหวั่นข้อมูลจะรั่วไหล นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “มั่นใจครับ ตรงนี้มั่นใจครับ”

ส่วนที่งบประมาณผ่านสภาแล้ว แต่จะมีผู้ไปยื่นร้องศาลปกครอง ทำให้โครงการนี้สะดุดหรือไม่ นายกรัฐมนตรีย้ำว่ามั่นใจในความสุจริต และมั่นใจในที่มาที่ไปของโครงการนี้ และเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องตอบทุกข้อสงสัยขององค์กรอิสระทั้งหลาย ส่วนไทม์ไลน์จะสะดุดหรือช้าลงหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าตอนนี้ก็ยังไม่เห็นอะไร และขออย่าไปคาดเดา ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น หากเกิดขึ้นก็ดิวกับมันไป

ส่วนในวันนี้ที่จะมีการประชุมหารือ โครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจของกระทรวงพาณิชย์ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า จะให้นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้แถลง เพราะเป็นเรื่องใหญ่และเป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญ เป็นอย่างสูง และเป็นเรื่องดีๆ ขอให้รอฟังนายภูมิธรรมแถลง .314.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

เครื่องจักรหนักทำงานต่อ เน้นรื้อถอนซากอาคาร โซน D

ช่วงบ่ายวันนี้ เครื่องจักรหนักเริ่มทำงานต่อ เน้นเคลียร์รื้อถอนซากอาคาร โซน D พร้อมเจาะหาโพรงเข้าหาผู้สูญหายเพิ่ม

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ คาดโซน C พบผู้เสียชีวิตมากสุด

เข้าสู่วันที่ 10 ค้นหาผู้ประสบภัยในซากตึก สตง.ถล่ม “ผู้ว่าฯ ชัชชาติ” คาดโซน C น่าจะพบผู้เสียชีวิตมากที่สุด เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตบริเวณนี้ประมาณ 10-20 ร่าง ด้าน “ช่างเบิร์ด” ที่ทำงานวางระบบไฟฟ้า เผยเจรจากับบริษัทผู้จ้างมาแล้ว 3 ครั้ง แต่จนถึงวันนี้ยังไม่ได้รับเงินที่ค้างอยู่

สิ้น “ผ่องศรี วรนุช” ศิลปินแห่งชาติ วัย 85 ปี

วงการบันเทิงเศร้า “ผ่องศรี วรนุช” ศิลปินแห่งชาติ ราชินีลูกทุ่งคนแรกของไทย จากไปอย่างสงบ ในวัย 85 ปี หลังป่วยมะเร็งปอดและเข้ารับการรักษามาระยะหนึ่ง

Trump signs order on new tariffs

สหรัฐเริ่มแล้วเก็บภาษี 10% สินค้านำเข้าจากทั่วโลก

วอชิงตัน 6 เม.ย.- ศุลกากรสหรัฐเริ่มมาตรการเก็บภาษีในอัตราร้อยละ 10 กับสินค้านำเข้าทั้งหมดจากทั่วโลกแล้วตั้งแต่วันเสาร์ตามเวลาสหรัฐ ก่อนที่จะเก็บภาษีเพิ่มกับแต่ละประเทศในสัปดาห์หน้า อัตราภาษีพื้นฐานร้อยละ 10 มีผลกับสินค้าทั้งหมดที่นำเข้าสหรัฐผ่านด่านทางทะเล ทางอากาศ และโกดังของศุลกากรตั้งแต่เวลา 00.01 น.วันที่ 5 เมษายน 2568 ตามเขตเวลาตะวันออก ตรงกับเวลา 11.01 น.วันเดียวกันตามเวลาไทย อย่างไรก็ดี สินค้าที่ถูกลำเลียงแล้วหรืออยู่ระหว่างขนส่งเข้าสหรัฐก่อนเวลาดังกล่าวจะได้รับการผ่อนผันไม่ถูกเก็บภาษีร้อยละ 10 โดยต้องมาถึงสหรัฐภายในวันที่ 27 พฤษภาคมหรือภายใน 51 วัน ส่วนภาษีที่สหรัฐจะเรียกเก็บเพิ่มจากแต่ละประเทศในอัตราที่แตกต่างกัน มีตั้งแต่ร้อยละ 11 ไปจนถึงร้อยละ 50 จะเริ่มมีผลตั้งแต่เวลา 00.01 น.วันที่ 9 เมษายน 2568 ตามเขตเวลาตะวันออก ซึ่งขณะนี้ช้ากว่าไทย 11 ชั่วโมงเนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูร้อน โดยไทยจะถูกเรียกเก็บเพิ่มในอัตราร้อยละ 36 สำหรับสินค้าประมาณ 1,000 ประเภทที่ได้รับการยกเว้นจากมาตรการภาษีใหม่ของสหรัฐ เช่น ยา ยูเรเนียม เซมิคอนดักเตอร์ รัฐบาลสหรัฐกำลังพิจารณาเรื่องอัตราภาษีใหม่ที่จะใช้กับสินค้าเหล่านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ […]