“อนุสรณ์”แนะ“บิ๊กป้อม-บิ๊กตู่”แก้ปัญหาให้ประชาชนก่อน

พรรคเพื่อไทย 23 ม.ค. – “อนุสรณ์” ถาม “บิ๊กป้อม-บิ๊กตู่” จะปาดหน้าลงพื้นที่กันอีกนานหรือไม่ ชี้ เอาเวลาที่เหลือแก้ปัญหาให้ประชาชน เคลียร์นโยบายพรรคเก่าก่อนพูดนโยบายกับพรรคใหม่


นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ สวมบทจอมปาด ปาดหน้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไล่ลงพื้นที่กันสับสนวุ่นวาย ว่า ประชาชนไม่ได้มีหน้าที่เป็นตำรวจจราจร จะได้สั่งจับปรับทั้ง 2 คน ขยันปาดหน้ากันลงพื้นที่ สร้างความเดือดร้อนสับสนให้ประชาชน การที่มีคนตะโกนด่า พล.อ.ประยุทธ์ ขณะเข้าพื้นที่ คือภาพสะท้อนว่าประชาชนเบื่อหน่ายและไม่ได้ประโยชน์จากการลงพื้นที่หาเสียงชิงเหลี่ยมปาดหน้ากันไปมา ก่อน พล.อ.ประยุทธ์ จะไปพูดนโยบายกับพรรคใหม่ ช่วยเคลียร์นโยบายพรรคเก่าที่ทำไม่ได้ตอนอยู่กับพรรคพลังประชารัฐก่อน พล.อ.ประยุทธ์ ต้องไม่ลืมว่า 8 ปีที่ผ่านมาประเทศชาติและประชาชนเสียโอกาสไปมากจากการขยายการสืบทอดอำนาจออกไปไม่สิ้นสุดโดยไม่มีผลงานอะไร ผลสัมฤทธิ์ของการทำงานในฐานะเป็นรัฐบาลไม่ได้อยู่ที่ว่านายกฯหรือรองนายกฯใครสามารถเข้าพื้นที่หาเสียงได้ก่อนกัน แต่อยู่ที่ช่วงเวลาที่เหลืออยู่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างไร การอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ ม.152 ที่กำลังจะเกิดขึ้น อาจได้เห็นพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคพลังประชารัฐ เปิดศึกอภิปรายพล.อ.ประยุทธ์ด้วย ซึ่งถ้าสถานการณ์เดินไปถึงจุดที่พล.อ.ประยุทธ์ ถูกอภิปรายจากพรรคที่เสนอพล.อ.ประยุทธ์ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จะทำใจได้หรือ
“เรือแป๊ะใกล้จม สภาพน่าอนาถ ปาดไป ปาดมา ด่ามา ด่ากลับ เอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น ต่างฝ่ายต่างโทษกัน พล.อ.ประยุทธ์ มากับรถถังแต่กำลังจะพังเพราะพวกเดียวกันเอง” นายอนุสรณ์ กล่าว.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

พ่อเลี้ยงล่วงละเมิด

“ต้นอ้อ” แฉพิรุธพ่อเลี้ยงปมคลิปเสียง-DNA ส่วนเด็กอาการดีขึ้น

“ต้นอ้อ” แฉพิรุธพ่อเลี้ยงปมคลิปเสียง-DNA เชื่อ แม่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แค่เชื่อผัวเพราะลูกเคยโกหก เผย ตอนแม่รู้ความจริงว่าใครทำลูกถึงกับร้องไห้โฮโผกอดลูก ส่วนเด็ก 10 ขวบอาการดีขึ้น แต่ต้องรักษาตัวอีกหลายสัปดาห์

งานแต่งธนกร

วิวาห์ชื่นมื่น “ธนกร-แคทลีน” คนดังการเมือง-นักธุรกิจ ร่วมยินดีครึกครื้น

งานวิวาห์ “ธนกร-แคทลีน” ชื่นมื่น คนดังการเมือง-นักธุรกิจ ร่วมยินดีครึกครื้น ด้าน “ทักษิณ” ไม่ได้มาร่วม แต่ส่งของขวัญแสดงความยินดี

ทรัมป์สั่งปลด

“ทรัมป์” สั่งปลดประธานคณะเสนาธิการร่วมตามแผนปรับปรุงกลาโหม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ออกคำสั่งในวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่นปลด พลอากาศเอก ซี. คิว. บราวน์ จูเนียร์ (Charles Quinton Brown Jr.) เป็นประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมของสหรัฐออกจากตำแหน่ง

ข่าวแนะนำ

“ทักษิณ” ถึงนราธิวาส กลับมาในรอบ 19 ปี

“ทักษิณ” ถึงนราธิวาส บอกคนนราธิวาสน่ารักเสมอ ต้อนรับอบอุ่นกับการกลับมาในรอบ 19 ปี ก่อนเดินทางต่อตามกำหนดเดิม แม้มีระเบิดที่สนามบิน

บึ้มรถกระบะ สนามบินนราธิวาส ก่อน “ทักษิณ” ลงพื้นที่

บึ้มรถกระบะจอดใกล้กับหอบังคับการบิน ท่าอากาศยานนราธิวาส ก่อน “ทักษิณ” ลงพื้นที่สนามบินบ้านทอน ในอีก 50 นาที ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ

น้ำป่าหลากท่วม อ.ไทรโยค กลางดึก

ระทึกกลางดึก น้ำป่าหลากท่วมบ้านเรือนประชาชน อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ถนนหลายเส้นถูกน้ำป่าพัดขาด จนท.เร่งอพยพประชาชนด้วยความยากลำบาก

Pope at Vatican on Feb 5, 2025 says have a strong cold

โป๊ปฟรันซิสพระอาการวิกฤต

วาติกัน 23 ก.พ.- พระอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรันซิส พระประมุขแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ทรุดลงอยู่ในขั้นวิกฤตในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา สำนักวาติกันออกแถลงการณ์ฉบับล่าสุดเมื่อวันเสาร์ว่า พระอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาทรุดลงในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และระบุเป็นครั้งแรกว่า พระอาการของพระองค์อยู่ในขั้นวิกฤตจากโรคระบบทางเดินหายใจคล้ายกับโรคหอบหืดในช่วงเช้าวันเสาร์ ทำให้ขณะนี้พระองค์จำเป็นต้องได้รับออกซิเจนเสริมและการถ่ายเลือด โดยรวมแล้วถือว่า พระอาการอยู่ในขั้นวิกฤตและยังไม่พ้นขีดอันตราย อย่างไรก็ดี พระองค์ยังทรงตื่นตัว และประทับนั่งบนเก้าอี้ตลอดวัน แม้ว่าทรงประชวรมากกว่าวันก่อนหน้านี้ก็ตาม พระสันตะปาปาฟรันซิส พระชนมายุ 88 พรรษา ทรงเข้ารับการถวายการรักษาที่โรงพยาบาลเจเมลลี ในกรุงโรม ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ หลังทรงมีพระอาการหายใจติดขัดต่อเนื่องหลายวัน และตรวจพบว่าปอดอักเสบทั้งสองข้าง ทรงร้องขอให้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับพระอาการของพระองค์อย่างตรงไปตรงมา สำนักวาติกันจึงออกแถลงการณ์ชี้แจงความคืบหน้าอาการประชวรของพระองค์ต่อเนื่องทุกวัน แต่แถลงการณ์ฉบับล่าสุดถือเป็นครั้งแรกที่มีเนื้อหาระบุชัดเจนว่า อาการประชวรของพระองค์อยู่ในขั้นวิกฤต ขณะที่แพทย์คาดการณ์ว่า พระองค์จะต้องประทับอยู่ในโรงพยาบาลอย่างน้อยตลอดสัปดาห์หน้า ภารกิจต่อสาธารณชนทั้งหมดของพระสันตะปาปาจึงถูกยกเลิกตลอดสัปดาห์ ทั้งพิธีมิสซาประจำวันอาทิตย์ รวมถึงการสวดภาวนาแองเจลัส (Angelus) ตามปกติทุกสัปดาห์ด้วย.-815(814).-สำนักข่าวไทย