ดีเอสไอ จ่อดำเนินคดีพยานจังหวัดบุรีรัมย์ คดีฮั้ว-ฟอกเงิน สว.

ยธ.28 ส.ค.- จากกรณีเมื่อวันที่ 15 ส.ค. คณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) นำโดย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ได้รับทราบความคืบหน้าจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เกี่ยวกับคดีพิเศษที่ 24/2568 การสมคบกันในความผิดฐานฟอกเงินของบุคคลหรือคณะบุคคลที่กระทำความผิดฐานอั้งยี่ฯ ตามมาตรา 209 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ซึ่งเป็นความคืบหน้าของการดำเนินการตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค.68 จนถึงปัจจุบัน โดยที่ผ่านมาได้มีการสอบพยานที่เกี่ยวข้องไปทั้งสิ้น 90 ปาก มีการจัดทำเหตุการณ์จำลองทั้งสถานที่ใช้ในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) และกระบวนการคัดเลือกพร้อมขอรับภาพเคลื่อนไหวจากกล้องวงจรปิดที่เกี่ยวข้องในวันเกิดเหตุจากหลายหน่วยงาน มีการตรวจสอบร่องรอยทางการเงินพบว่ามีความเชื่อมโยงกัน 1,200 คน และ เพื่อพิสูจน์ทราบความสัมพันธ์ของกลุ่มขบวนการได้มีการตรวจสอบข้อมูลโทรศัพท์ จากข้อมูลการสืบสวนพบว่ามีผู้ช่วยสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกวุฒิสภาเกี่ยวข้องในพื้นที่ 45 จังหวัด กรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงเตรียมออกหมายเรียกผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภาอีก 1,200 ราย มาให้ข้อมูลเพิ่มเติมในฐานะพยาน อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เผยถึงความคืบหน้าว่ากรณีที่พยานคดีฮั้ว สว. ขัดหมายเรียกพยาน ไม่มาให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวนต้องดูเจตนาเป็นราย ๆ ว่ามีความจงใจขัดหมายเรียกหรือไม่ […]

จับหนุ่มเกาหลีมือฟอกเงินแก๊งคอลเซ็นเตอร์

สนามบินสุวรรณภูมิ 23 ส.ค. – ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขยายผลจับกุม ชาวเกาหลีใต้ ฟอกคริปโตเป็นทองคำแท่ง ส่งเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตำรวจสอบสวนกลาง ขยายผลจับกุมชาวเกาหลีใต้ ขณะผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ ทำหน้าที่ฟอกคริปโตเป็นทองคำแท่งส่งเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พร้อมตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง พบข้อมูลบัญชีคริปโต แพลตฟอร์มต่าง ๆ หลายบัญชี และหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน เบื้องต้นให้การปฏิเสธ แต่รับเคยทำงานกับบริษัทที่ทำหน้าที่ฟอกเงินดิจิทัลสกุล เป็นทองคำแท่งให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ จากการตรวจสอบเชื่อว่า การฟอกคริปโตเป็นทองคำแท่งแต่ละครั้ง มีน้ำหนักทองไม่ต่ำกว่า 10 กิโลกรัม และตรวจสอบบัญชีคริปโตของผู้ต้องหา ตั้งแต่เดือนมกราคม ถึงมีนาคม ปีที่ผ่านมา มีการรับเงินดิจิทัลสกุลต่างๆ รวมมูลค่าประมาณ 1,650 ล้านบาท.-สำนักข่าวไทย

“โรม” เชื่อฟ้อง “ฮุน เซน” ก็แค่สัญลักษณ์ แต่ไม่เห็นยึดทรัพย์จริง

รัฐสภา 20 ส.ค.-“โรม” สงสัยทำไมรัฐบาลไม่กล้าฟ้องศาลอาญาระหว่างประเทศ เหตุมีเอี่ยวผลประโยชน์ ทั้งที่ไทยมีแต้มต่อ แม้ไม่เจอคลิป “ทหารเขมรวางทุ่นระเบิด” เชื่อฟ้อง “ฮุน เซน” ในประเทศก็แค่สัญลักษณ์ แต่ไม่เห็นยึดทรัพย์จริง ทั้งที่ใช้ไทยเป็นฐานฟอกเงิน นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทยยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ทหารไทยได้พบโทรศัพท์ของกัมพูชามีการอัดคลิป พบว่ามีการใช้ทุ่นระเบิดและการวางระเบิดในเขตไทย ว่า ตอนนี้เรามีแต้มต่อเยอะมาก แต่อยู่ที่ว่าจะใช้หรือไม่ ในเรื่องการละเมิดอนุสัญญาออตตาวา ต่อให้ไม่มีภาพนั้นเราก็มีหลักฐานเพียงพออยู่แล้ว ในการขยายผลของการละเมิดอนุสัญญาออตตาวา แต่เท่าที่ตนดูนานาชาติยังไม่ได้มีการประนามกัมพูชาอย่างเป็นระบบ ยังอยู่ในขั้นของการนำเสนอข้อมูลให้นานาชาติ ซึ่งจริงๆ แล้วเราก็นำเสนอกันไปพอสมควรแล้ว กระทรวงการต่างประเทศต้องไปดู ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงไม่มีการประณาม หรือตำหนิกัมพูชาที่ละเมิดอนุสัญญาในเรื่องนี้ การมีภาพเพิ่มขึ้นและมีหลักฐานที่ชัดเจน ก็ถือเป็นข้อมูลหนึ่ง ที่เป็นประโยชน์ต่อฝั่งเราอย่างแน่นอน แต่ฝั่งกัมพูชาก็จะสู้กลับว่าเป็นการจัดฉาก ฝั่งเราก็ต้องชี้แจงนานาชาติให้เกิดความเข้าใจ ว่าเรื่องจริงไม่ใช่แบบนั้น ต้องทำงานเชิงรุกต่อไป กระทรวงการต่างประเทศต้องรอให้คนออกมาตำหนิครั้งหนึ่งถึงขยับทีหนึ่ง ซึ่งหากเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ เราจะเสียเชิง นายรังสิมัน กล่าวว่า มากไปกว่านั้น ต้องผ่ากัมพูชาไปศาลอาญาระหว่างประเทศ ด้วยความที่กัมพูชาเป็นหนึ่งในภาคี เราสามารถดำเนินการเอาผิดได้ ซึ่งเรื่องนี้มีหลายมิติ ทั้งคอลเซ็นเตอร์ การโจมตีเป้าหมายพลเรือน ตนคิดว่าจุดนี้จะทำให้ไทยได้เปรียบ […]

“เผ่าภูมิ” ยันร่าง พ.ร.บ.Financial Hub เป็นไปตามมาตรฐาน

ทำเนียบ 22 ก.ค.-“เผ่าภูมิ” ยันร่าง พ.ร.บ.Financial Hub เป็นไปตามมาตรฐาน กำกับความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน และการสนับเงินการก่อการร้าย เตรียมนำเสนอร่าง พ.ร.บ.เข้าสภา กลาง ส.ค.นี้ นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง กล่าวถึง ข้อกังวลของธนาคารแห่งประเทศไทย ต่อ ร่างพระราชบัญญัติศูนย์กลางการประกอบธุรกิจทางการเงิน พ.ศ. …. หรือ ร่าง พ.ร.บ.Financial Hub ว่า จะกลายเป็นแหล่งฟอกเงินและเป็นแหล่งสนับสนุนการเงินแก่ก่อการร้าย ว่า เรื่องนี้ได้สร้างมาด้วยกัน ซึ่งในคณะกรรมการร่าง พ.ร.บ.Financial Hub มีส่วนประกอบทุกภาคส่วน ไม่ว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) และความเห็นธนาคารแห่งประเทศไทยส่งมา ได้มีการนำเข้าสู่ที่ประชุมครม. เป็นการพูดในภาพกว้างๆปกติ เช่น เรื่องของการฟอกเงินต่างๆ และเรื่องนี้ได้มีการหารือในที่ประชุมครม. ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานการกำกับดูแลการป้องกันความเสี่ยงด้านกำกับดูแลความเสี่ยงด้านการฟอกเงินหรือการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย (AML/CFT) นายเผ่าภูมิ กล่าวว่า ในร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ คณะกรรมการกฤษฎีกา ก็ได้มีการการแยกธุรกิจใน Financial […]

ดีเอสไอ เตรียมออกหมายเรียกผู้ต้องหาลอตแรก คดีฮั้ว สว.

ดีเอสไอ 17 ก.ค.- ดีเอสไอ เตรียมออกหมายเรียกผู้ต้องหาคดีอั้งยี่-ฟอกเงินลอตแรก คาดมากถึง 100 ราย พฤติการณ์ชัด รับเงินก้อนใหญ่ในห้วงเลือกตั้ง พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวภายหลังประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 กรณีความผิดฐานฟอกเงินของบุคคลหรือคณะบุคคลที่เกี่ยวกับการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) รวมถึงผู้ที่เป็นสมาชิกอั้งยี่และผู้สนับสนุน หรือคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ว่า วันนี้เป็นการประชุมร่วมของคณะพนักงานสอบสวน และได้เชิญนายวิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการ ปปง. ในฐานะผู้แทนสำนักงาน ปปง. ประชุมร่วมกับพนักงานอัยการสำนักงานการสอบสวน ติดตามความคืบหน้าเรื่องการสอบสวนพยาน รวมทั้งสอบถามในส่วนของข้อกฎหมายการฟอกเงินซึ่งได้รับความมั่นใจจาก ปปง. ว่ากรณีดังกล่าว พฤติกรรมของการเตรียมเงินและจ่ายเงินให้กับหัวคะแนนหรือโหวตเตอร์ที่ไปสนับสนุนการกระทำความผิดในครั้งนี้ จะถือเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดตามนิยามของกฎหมาย ปปง. หรือไม่ ซึ่งเราก็ได้ความชัดเจนตรงนี้ นอกจากนี้ในการสอบถามเรื่องการรวบรวมพยานหลักฐาน พบว่ามีการจ่ายเงินในหลายพื้นที่ และการสอบสวนเท่าที่ได้รับฟังก็พบความชัดเจนมากขึ้น รับฟังได้ว่ามีมูลในการกระทำความผิดตามที่มีการกล่าวหาเกิดขึ้น ทั้งอั้งยี่และการฟอกเงิน รวมถึงที่ประชุมมีการกำหนดสอบพยานอีกส่วนหนึ่ง เพื่อที่จะพิจารณาเรียกผู้ถูกกล่าวหามารับทราบข้อกล่าวหาในโอกาสต่อไป ทั้งนี้ การสอบสวนในตอนนี้มีความคืบหน้าแล้ว 60-70% สำหรับการสอบปากคำพยานในคดีอั้งยี่-ฟอกเงินที่ผ่านมา รวมแล้ว 90 ปาก โดย 90 ปากนี้มีทั้งกลุ่มที่เข้าไปรู้เห็นการวางแผน […]

พบแหล่งฟอกเงิน “ก๊กอาน” ในต่างประเทศ ประสานยึดคืนผู้เสียหาย

16 ก.ค. – จเรตำรวจแห่งชาติ เผยพบแหล่งฟอกเงินของ “ก๊กอาน” ในต่างประเทศ เร่งประสานยึดคืนผู้เสียหายคนไทย พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจค้นบ้านพักของลูกสาวและลูกชายนายก๊กอาน ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เมื่อวานนี้ (15 ก.ค.) พบหลักฐานหลายอย่าง รวมถึงพบตู้เซฟหลายใบ อยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบ ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวเป็นเงินที่ได้จากการแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงคนไทย แล้วนำไปฟอกซื้อเป็นอสังหาริมทรัพย์ บ้านแต่ละหลังราคาไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท รวมถึงอยู่ระหว่างตรวจสอบบริษัทที่ลูกก๊กอานเปิดในไทย ว่าทำธุรกิจอย่างไร เกี่ยวข้องกับปมหลอกลวงหรือไม่ นอกจากนี้ได้ส่งอินเตอร์โพลออกหมายแดงไปแล้ว เพื่อให้ตำรวจสากลประสานทางการกัมพูชาช่วยจับกุมตัว ทั้งนี้ ทรัพย์สินของก๊กอานที่ฟอกไม่ใช่เฉพาะที่ไทย แต่ยังพบนำเงินหลอกลวงจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ไปฟอกที่ประเทศอื่นด้วย เร่งประสานยึดคืนผู้เสียหายคนไทย ส่วนเรื่องถือบัตรบัตรประชานชนไทย ขณะนี้กระทรวงมหาดไทยอยู่ระหว่างตรวจสอบ.-สำนักข่าวไทย

ตม.ดอนเมือง รวบชายมาเลเซีย พัวพันเว็บพนัน

กทม. 9 ก.ค.-ตม.รวบมาเลเซียคาดอนเมือง พัวพันเว็บพนัน “HYDRA888” เงินหมุนเวียนกว่า 11,520 ล้านบาท เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2568 เจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานดอนเมือง (ตม.ทอ.ดอนเมือง) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.), พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รองผบช.สตม., พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 (ผบก.ตม.2), พ.ต.อ.วีรยศ การุณยธร รอง ผบก.ตม.2, พ.ต.อ.อติศักดิ์ ปัญญา ผกก.ด่าน ตม.ทอ.ดอนเมือง บก.ตม.2 สืบทราบว่าจะมีผู้ต้องหาตามหมายจับ เว็บพนันชื่อดัง HYDRA888 บินเข้าไทยทางสนามบินดอนเมือง จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.สนามบินดอนเมือง รอรวบตัวหน้าประตูทางออกเครื่องบิน และได้จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ในข้อหาเกี่ยวข้องกับเครือข่ายการพนันออนไลน์และการฟอกเงิน ผู้ต้องหารายนี้คือ นายสตีเว่น ชุง เช็ง ล็อค (MR. […]

ตร.ไซเบอร์ ปูพรม 19 จุด ทลายเครือข่ายก๊กอาน คนสนิท “ฮุนเซน”

กทม. 8 ก.ค.-ตร.ไซเบอร์ ปูพรม 19 จุด เปิดยุทธการปิดตึกบัญชีม้า ล่านายทุนเขมร ทลายเครือข่ายก๊กอาน เจ้าพ่อ crown casino คนสนิท “ฮุนเซน” ยึดรถหรู-เงิน 27 ล้าน เมื่อวันที่ 8 ก.ค. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. สั่งการให้ พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ พล.ต.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.สอท.2 พล.ต.ต.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผบก.สอท.4 พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.จิรพงศ์ รุจิรดำรงค์ชัย ผกก.สส.บก.ตม.3 สนธิกำลังปิดล้อมตรวจค้น 19 จุด ในพื้นที่ กทม.สมุทรปราการ ชลบุรี […]

กมธ.ทหาร จัดเสวนาข้อพิพาท ไทย-กัมพูชา

รัฐสภา 5 ก.ค.-กมธ.ทหาร จัดเสวนาข้อพิพาท ไทย-กัมพูชา บอกปัญหาสองประเทศยังไม่ทราบสาเหตุคืออะไร จนมีคลิปเสียงความอับอายระดับชาติออกมา สะท้อนไทยไร้เดียงสาทางการเทือง มองมาตรการชายแดนไม่สอดคล้อง ทำประชาชนเดือดร้อน ระบุการปักปันเขตแดนต้องใช้วิธีเจรจา พร้อมดึงนานาชาติร่วมมือกดดันแบล็กลิสต์ แฉเจ้าของบริษัทฟอกเงินรายใหญ่เอี่ยว “ฮุนเซน” ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรรมาธิการการทหาร จัดสัมมนาภายใต้หัวข้อ “การใช้กลไกการปราบปรามการฟอกเงิน ในการแก้ไขปัญหาความมั่นคง : กรณีศึกษา ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา“ โดยมี นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมาธิการฯ นายชยพล สท้อนดี โฆษกกรรมาธิการฯ พันตำรวจเอก สีหนาท ประยูรรัตน์ อดีตเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. และ นายสุภลักษณ์ กาญจนขุนดี นักวิชาการอิสระ เป็นวิทยากร นายวิโรจน์ กล่าวเปิดการสัมมนาเกี่ยวกับการปราบปรามการฟอกเงิน ว่าปัจจุบันการโอนเงินสามารถทำได้ผ่านโมบายแบงกิ้งค์หมดแล้ว แต่สาเหตุที่สมัยก่อนเราต้องการกดดันให้มีการเปิด-ปิดด่าน เนื่องจากเราทราบว่าผู้มีอิทธิพลอีกฝั่งได้รับผลประโยชน์จากการขนถ่ายสินค้าหนีภาษี ฉะนั้นวันนี้เราไม่จำเป็นต้องทำมาตรการเผาบ้าน เพื่อจับหนูตัวเดียวอีกแล้ว เพราะเรามีเลเซอร์ที่ยิงปุ๊บหนูตายปั๊บ จึงไม่ต้องทำแบบนั้น จากนั้น พันตำรวจเอก สีหนาท ได้บรรยายถึงอาชญากรรมรูปแบบใหม่ […]

ค้น 4 จุด เปิดโปงขบวนการรีดหัวคิวแรงงานนำไปฟอกเงินผ่าน จนท.กัมพูชา

กทม. 3 ก.ค. – พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วย พ.ต.ท.อนุรักษ์ โรจนนิรันดร์กิจ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ตรวจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอลงพื้นที่ตรวจค้นพยานหลักฐาน ขบวนการรีดหัวคิวแรงงานนำไปฟอกเงินผ่านเจ้าหน้าที่กัมพูชา สืบเนื่องจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้รับหนังสือร้องเรียนจากผู้ใช้ชื่อว่า “กลุ่มนายจ้าง ที่ได้รับความเดือดร้อน” ร้องเรียนว่า ตามที่กระทรวงแรงงานของไทยได้มีประกาศกระทรวงแรงงาน ลงวันที่ 26 พฤศจิกายน 2567 ผ่อนผันให้มีการต่อใบอนุญาตทำงานให้กับแรงงานต่างด้าว สัญชาติเมียนมา กัมพูชา ลาว และเวียดนาม ที่ครบกำหนดวันสิ้นสุดการอนุญาตในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งประกอบด้วย เมียนมา 2,012,856 คน กัมพูชา 287,557 คน ลาว 94,132 คน และเวียดนาม 3,673 คน โดยกำหนดเงื่อนไขใหม่ขึ้นมาว่าผู้ที่จะต่อใบอนุญาตทำงานได้ ต้องได้รับการรับรองจากสถานทูตและนายหน้าจัดหางาน (AGENCY) จากประเทศต้นทางเสียก่อน จึงทำให้เกิดมีขบวนการเรียกรับเงินจากแรงงานต่างด้าวที่ต้องการจะต่อใบอนุญาตทำงานดังกล่าว โดยแรงงานต่างด้าวแต่ละคน จะจ่ายเงินเพิ่มเติมจากค่าใช้จ่ายปกติตามที่ทางราชการกำหนด อีกรายละ 2,500 บาท […]

“วิโรจน์” เชื่อ “ฮุนเซน” ปั่นนำไปสู่การปฏิวัติ มอง รมว.กต.ไม่เก่ง

รัฐสภา 27 มิ.ย.-“วิโรจน์” แนะ นายกฯ อย่าสนใจ “ฮุนเซน” แฉ “ทักษิณ” เชื่อปั่นให้แตกแยกในชาตินำไปสู่การปฏิวัติ สงสัยคนใกล้ตัวมีเอี่ยวฟอกเงินหรือไม่ จึงไม่จัดการแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติจากเขมร มอง รมว.กต.ไม่เก่ง ควรเปลี่ยนและเร่งหาโฆษกส่วนตัวแจงสถานการณ์ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่ สมเด็จฮุนเซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ปล่อยคลิปแผนเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีโยงนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และบิดานายกรัฐมนตรี ว่า ปกติแล้วความขัดแย้งระหว่างประเทศ เราก็กังวลจะมีการปล่อยอาวุธ หรือปล่อยโดรนสังหาร แต่กัมพูชากลับปล่อยคลิป ปั่นกระแสทุกวัน ซึ่งไม่แน่ใจว่าจริงหรือไม่ และเป็นที่สังเกตว่ามีความพยายามจะเชียร์ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี จึงเห็นว่ารัฐบาลไม่ควรหวั่นไหว หรือตื่นเต้น หรือหลงเป็นเหยื่อสมเด็จฮุนเซน ซึ่งเป็นผู้นำสายคอนเทนต์ และบิดาแห่งสแกมเมอร์แห่งภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังนั้น ต่อให้มีคลิปเสียงก็จะต้องพิสูจน์ให้ชัดเจนก่อน อีกทั้งการที่สมเด็จฮุนเซนทำทีเป็นสนับสนุน พลเอกประยุทธ์ ก็ไม่ได้เป็นการสนับสนุนจริง แต่เป็นการยุแยง เพื่อให้เกิดการปะทะกันระหว่างคนไทย และเป็นการสนับสนุนการทำรัฐประหารกลายๆ ซึ่งจะนำไทยไปสู่ความไม่ชอบธรรมในเวทีโลก เกิดความสูญเสียความชอบธรรม ในข้อพิพาทระหว่างกัมพูชากับไทย และจะโยงถึงการเจรจาภาษีการค้ากับสหรัฐ จะทำให้เกิดความหายนะทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นทันที “ถ้าเราถกเถียงกันด้วยเหตุด้วยผล […]

“ศุภชัย” จี้​ดีเอสไอ​ ออกหมายจับ​ “ณฐพร” คดีฟอกเงิน

กทม. 28 พ.ค.-“ศุภชัย” ทีมกฎหมายพรรคภูมิใจ​ไทย จี้ ดีเอสไอ ต้องออกหมายจับ “ณฐพร” คดีฟอกเงิน สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ลั่นอย่าปล่อยให้หมดอายุความ 15 มิ.ย.นี้ หลังพบพิรุธ ซุกหมายไม่ปรากฏชื่อต่อกองทะเบียนประวัติอาชญากร พร้อมเสนอรัฐมนตรีดำเนินการอธิบดีดีเอสไอกับลูกน้อง นายศุภชัย ใจสมุทร ทีมกฎหมายพรรคภูมิใจ​ไทย​ เปิดเผยว่า กรณีที่นายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้ต้องหาคดีฟอกเงิน ออกมาโต้ว่าตนไม่เคยถูกออกหมายจับ คดีต้องรอผลคดีหลักนั้น ความจริงคดีดังกล่าวที่อ้างถึงศาลได้พิพากษาลงโทษ ภายหลังจากดำเนินการติดตามการสอบสวนในคดีฟอกเงิน พบว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้เสนอสำนวนการสอบสวนไปยังสำนักงานอัยการมาตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 และพนักงานอัยการได้มีความเห็นสั่งฟ้องนายณฐพร เป็น 1 ใน 14 ผู้ถูกกล่าวหาคดีฟอกเงินการขายที่ดิน ของนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น วงเงิน 477 ล้านบาท แต่นายณฐพร ผู้ต้องหาดังกล่าว มีพฤติการณ์หลีกเลี่ยงการไปพบพนักงานอัยการเป็นเวลาหลายปี จนสำนักงานอัยการสูงสุดต้องมีหนังสือถึงดีเอสไอถึงสองครั้ง ให้ส่งตัวผู้ต้องหา หรือออกหมายจับ นำตัวมาฟ้องศาล ซึ่งดีเอสไอก็มิได้ดำเนินการใด เพื่อส่งตัวมาให้อัยการเพื่อฟ้องคดีต่อศาลอาญา […]

1 2 3 22
...