fbpx

บ.ข้ามชาติวอนรัฐในอินเดียผ่อนปรนคำสั่งห้ามใช้พลาสติก

มุมไบ 29 มิ.ย.- บริษัทข้ามชาติหลายแห่งขอให้รัฐมหาราษฏระ ทางตะวันตกของประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับสองและมีพื้นที่มากเป็นอันดับสาม ผ่อนปรนคำสั่งห้ามใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง เพราะจะทำให้บริษัทมีต้นทุนเพิ่มขึ้นมาก 


แหล่งข่าวสี่รายเผยว่า ตัวแทนบริษัทข้ามชาติหลายแห่ง เช่น แอมะซอน เอชแอนด์เอ็ม เป๊ปซี่ โคคา-โคล่า ตัวแทนอุตสาหกรรมพลาสติกและกลุ่มวิ่งเต้น ได้เข้าพบเจ้าหน้าที่รัฐมหาราษฏระในช่วงหลายวันก่อนที่คำสั่งห้ามใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ขอให้ทางการทยอยบังคับใช้คำสั่งและผ่อนปรนเกณฑ์บางอย่าง คำสั่งดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่ถุง ช้อนส้อม ถ้วย ภาชนะใส่อาหาร และพลาสติกห่อสินค้า ผู้ฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุด 25,000 รูปี (ราว 12,000 บาท) และจำคุกสูงสุด 3 เดือน อย่างไรก็ดี รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมของรัฐเผยเมื่อวันพุธว่า จะผ่อนปรนให้ร้านขายของชำรายย่อยใช้ถุงพลาสติกใส่ข้าวและธัญพืช แต่ร้านต้องให้ลูกค้านำถุงมาคืนเพื่อรีไซเคิล 

อุตสาหกรรมพลาสติกร้องเรียนว่า คำสั่งนี้จะเพิ่มต้นทุนถึงปีละ 150,000 ล้านรูปี (ราว 72,500 ล้านบาท) และทำให้คนตกงาน 300,000 คน สมาคมผู้ผลิตถุงพลาสติกแห่งอินเดียเรียกร้องให้ทางการให้เวลาผ่อนผัน 7 ปี เพราะเรื่องแบบนี้ไม่สามารถทำได้ภายในช่วงข้ามคืน ผู้ผลิตต้องลงทุน มีหนี้เงินกู้ต้องจ่าย และมีพนักงานต้องดูแล ขณะที่สหพันธ์หอการค้าและอุตสาหกรรมอินเดียส่งหนังสือถึงรัฐบาลรัฐมหาราษฏระเมื่อวันที่ 7 มิถุนายนว่า คำสั่งนี้จะมีผลทางลบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแน่นอนจากการใช้วัสดุอื่นที่ไม่ใช่พลาสติก ด้านบริษัทน้ำอัดลมขอได้รับการให้ยกเว้นเพราะบริษัทมีมาตรการรับซื้อขวดเปล่าในราคารับประกันที่เป็นการเพิ่มต้นทุนอยู่แล้ว 


รัฐมหาราษฏระซึ่งเป็นที่ตั้งของนครมุมไบ เมืองหลวงเศรษฐกิจของอินเดีย เป็นรัฐแรกของประเทศที่มีคำสั่งดังกล่าว ขณะที่นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดีตั้งเป้าจะยุติการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้งทั่วประเทศภายในปี 2565 ข้อมูลของสหประชาชาติเผยว่า ขยะพลาสติกทั่วโลกเกือบครึ่งหนึ่งเป็นบรรจุภัณฑ์พลาสติก ส่วนใหญ่ถูกทิ้งหลังใช้เพียงครั้งเดียว.- สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

พบศพโบลท์หญิงวัย 47 ในป่าหญ้าริมทาง คาดถูกฆ่าชิงรถ

โบลท์หญิงวัย 47 ปี หายตัวจากบ้านพักย่านดินแดง 9 วัน ล่าสุดพบเป็นศพในป่าหญ้าริมถนนสายนครชัยศรี-ห้วยพลู อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ส่วนรถยนต์โผล่ที่ จ.ภูเก็ต คาดถูกคนร้ายฆ่าชิงรถ

pagers on display

ทำไมยังมีการใช้ “เพจเจอร์” ในยุคสมาร์ทโฟน

ลอนดอน 19 ก.ย.- เพจเจอร์ หรือวิทยุติดตามตัวเป็นอุปกรณ์การสื่อสารยอดนิยมในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1990 ที่ต้องหลีกทางให้แก่โทรศัพท์เคลื่อนที่ เนื่องจากเป็นการสื่อสารทางเดียว แต่ยังคงมีการใช้งานในบางกลุ่ม รวมถึงกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่เพจเจอร์ระเบิดพร้อมกันหลายพันเครื่องทั่วเลบานอนเมื่อวันที่ 17 กันยายน แหล่งข่าวเผยว่า ฮิซบอลเลาะห์ใช้เพจเจอร์ เนื่องจากเป็นช่องทางสื่อสารเทคโนโลยีต่ำ ส่งข้อความผ่านสัญญาณวิทยุ จึงตรวจจับสัญญาณและตำแหน่งได้ยากกว่าโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ส่งสัญญาณไปยังเสาส่งที่อยู่ใกล้ที่สุด อีกทั้งไม่มีเทคโนโลยีระบุพิกัดบนพื้นโลกอย่างจีพีเอสด้วย อดีตเจ้าหน้าที่สำนักงานสอบสวนกลางหรือเอฟบีไอ (FBI) ของสหรัฐเผยว่า ในอดีตแก๊งอาชญากรรมโดยเฉพาะแก๊งค้ายาเสพติดในสหรัฐเคยนิยมใช้เพจเจอร์ แต่ขณะนี้หันมาใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่แบบเติมเงินราคาถูกที่สามารถเปลี่ยนเครื่องและหมายเลขได้อย่างง่ายดาย ทำให้เจ้าหน้าที่ติดตามแกะรอยได้ยาก อย่างไรก็ดี  ศัลยแพทย์โรงพยาบาลใหญ่แห่งหนึ่งในสหราชอาณาจักรเผยว่า เพจเจอร์เป็นอุปกรณ์ที่แพทย์และพยาบาลสังกัดสำนักงานบริการสุขภาพแห่งชาติหรือเอ็นเอชเอส (NHS) ต้องพกติดตัวอยู่เสมอ เพื่อรับแจ้งข่าวในการปฏิบัติหน้าที่ เป็นช่องทางที่ถูกที่สุดและมีประสิทธิภาพมากที่สุดในการแจ้งข่าวทางเดียวกับคนจำนวนมาก เพจเจอร์หลายรุ่นสามารถส่งเสียงไซเรนและมีข้อความเสียงแจ้งให้ทีมแพทย์ไปรวมตัวที่ห้องฉุกเฉินได้ทันที ข้อมูลล่าสุดในปี 2562 ระบุว่า เอ็นเอชเอสใช้เพจเจอร์ประมาณ 130,000 เครื่อง คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 10 ของที่ใช้ทั่วโลก คอกนิทีฟมาร์เก็ตรีเสิร์ช  (Cognitive Market Research) ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยคาดการณ์ว่า ตลาดเพจเจอร์จะเติบโตร้อยละ 5.9 ต่อปี จากปี 2566 ถึงปี 2573 […]

ข่าวแนะนำ

นายกฯ ขอบคุณทุกหน่วยงานระดมช่วยผู้ประสบภัย

“นายกฯ แพทองธาร” ขอบคุณทุกหน่วยงานระดมช่วยผู้ประสบอุทกภัย หวัง ศปช.รับมือ-ช่วยเหลือรวดเร็วทันท่วงที รวมถึงการเยียวยาหลังจากนี้

ฟื้นฟูชายแดนแม่สาย-เร่งกู้ตลาดสายลมจอย

เจ้าหน้าที่เร่งฟื้นฟูชุมชนชายแดนแม่สายที่ถูกน้ำท่วมและจมโคลนมานาน 10 วัน รวมทั้งเร่งกู้ตลาดสายลมจอยแหล่งจำหน่ายสินค้าชายแดนที่เสียหายอย่างหนัก

ฆ่ารัดคอขับโบลท์

รวบ “ไอ้แม็ก” ฆ่ารัดคอหญิงขับโบลท์ พบเคยถูกจับคดีโหด

จับแล้ว “ไอ้แม็ก” เดนคุก ฆ่ารัดคอหญิงขับโบลท์ ทิ้งร่างอำพราง ริมถนนห้วยพลู จ.นครปฐม ก่อนเอารถไปขาย สอบประวัติ พบเพิ่งพ้นโทษ คดีล่ามโซ่ล่วงละเมิดเด็กวัย 13 ปี นาน 1 สัปดาห์ เมื่อปี 2553