นักวิจัยใช้วิธีการพิมพ์คอมฯ เพื่อตรวจสอบความเครียด

เจนีวา 12 เม.ย. – คณะนักวิจัยของสวิตเซอร์แลนด์กล่าววานนี้ว่า วิธีการที่คนกดแป้นพิมพ์เพื่อใช้งานคอมพิวเตอร์และวิธีการคลิกเมาส์ สามารถใช้ในการตรวจจับความเครียดได้ดีกว่าการวัดอัตราการเต้นของหัวใจ พร้อมระบุว่า วิธีการนี้สามารถช่วยป้องกันมิให้เกิดความเครียดเรื้อรังได้


นักวิจัยแห่งสถาบันเทคโนโลยีแห่งสหพันธ์สวิสในซูริค เป็นมหาวิทยาลัยทางด้านวิทยาศาสตร์ในสวิตเซอร์แลนด์ กล่าวว่า พวกเขาใช้ข้อมูลใหม่และเครื่องจักรกลในการพัฒนารูปแบบใหม่สำหรับการตรวจจับระดับความเครียดในสถานที่ทำงาน โดยอ้างอิงจากวิธีการที่คนใช้ในการพิมพ์และคลิกเมาส์ในการทำงานกับคอมพิวเตอร์ มารา นาเกลิน นักคณิตศาสตร์ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะนักวิจัยกล่าวว่า การพิมพ์บนแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดอย่างไรและการเคลี่อนไหวในการใช้เมาส์ ดูเหทิอนว่าจะเป็นตัวทำนายความเครียดในสภาพแวดล้อมในที่ทำงานได้ดีกว่าการดูจากอัตราการเต้นของหัวใจ การศึกษาครั้งนี้ นักวิจัยใช้วิธีการสังเกตุผู้เข้าร่วมทดสอบจำนวน 90 คน ในสภาพแวดล้อมที่ใกล้เคียงกับสถานที่ทำงานจริง พร้อมกับบันทึกพฤติกรรมของเมาส์และคีย์บอร์ดของผู้ร่วมทดสอบพร้อมกับการบันทึกอัตราการเต้นของหัวใจ ในขณะเดียวกันก็จะซักถามเป็นระยะ ๆ ว่า พวกเขารู้สึกเครียดแค่ไหนอย่างไร ในขณะที่ผู้เข้าร่วมทดสอบบางคนได้รับอนุญาตให้ทำงานโดยไม่มีการรบกวน แต่ครึ่งหนึ่งจะถูกขัดจังหวะด้วยข้อความแชตและเข้ารับการสัมภาษณ์งาน ผลการวิเคราะห์พบว่า คนที่มีความเครียดจะพิมพ์และเคลื่อนไหวเมาส์แตกต่างจากผู้ที่ผ่อนคลาย โดยผู้ที่มีความเครียดเคลื่อนไหวเมาส์บ่อยกว่าและคลิกปลายลูกศรแม่นยำน้อยกว่า นอกจากนั้น ผู้ที่มีความเครียดยังพิมพ์ผิดพลาดและมีแนวโน้มที่จะเขียนแบบไม่สม่ำเสมอ เว้นระยะและมีช่องว่างเยอะ

นักวิจัยกล่าวว่า ความเชื่อมโยงระหว่างความเครียดกับพฤติกรรมของคีย์บอร์ดและเมาส์สามารถอธิบายได้ผ่านสิ่งที่เรียกว่า ทฤษฎีเสียงระบบประสาท กล่าวคือระดับความเครียดที่เพิ่มขึ้นจะมีผลกระทบในทางลบกับวามสามารถของสมองในการจัดการข้อมูล นักวิจัยกล่าวว่า มีความจำเป็นที่จะต้องตรวจจับความเครียดที่เพิ่มขึ้นในระหว่างทำงาน ผู้ที่ได้รับผลกระทบมักจะไม่ทราบว่า ทรัพยากรทางร่างกายและจิตใจลดน้อยถอยลงเรื่อย ๆ โดยมาทราบก็เมื่อสายเกินไป.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

นายกรัฐมนตรี วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2568 ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า

เครื่องจักรหนักทำงานต่อ เน้นรื้อถอนซากอาคาร โซน D

ช่วงบ่ายวันนี้ เครื่องจักรหนักเริ่มทำงานต่อ เน้นเคลียร์รื้อถอนซากอาคาร โซน D พร้อมเจาะหาโพรงเข้าหาผู้สูญหายเพิ่ม

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ คาดโซน C พบผู้เสียชีวิตมากสุด

เข้าสู่วันที่ 10 ค้นหาผู้ประสบภัยในซากตึก สตง.ถล่ม “ผู้ว่าฯ ชัชชาติ” คาดโซน C น่าจะพบผู้เสียชีวิตมากที่สุด เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตบริเวณนี้ประมาณ 10-20 ร่าง ด้าน “ช่างเบิร์ด” ที่ทำงานวางระบบไฟฟ้า เผยเจรจากับบริษัทผู้จ้างมาแล้ว 3 ครั้ง แต่จนถึงวันนี้ยังไม่ได้รับเงินที่ค้างอยู่