fbpx

สวทช.เตือนอันตรายสารระเหยจากวัสดุในรถไม่ได้มาตรฐาน

กรุงเทพฯ 6 .สวทช.เตือน สารระเหยจากวัสดุภายในรถที่ไม่ได้มาตรฐาน สร้างความเสี่ยงเป็นโรคร้ายได้


ศูนย์บริการวิเคราะห์ทดสอบ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สวทช.) หรือ NCTC เป็นศูนย์ทดสอบที่อยู่ภายใต้ระบบคุณภาพห้องปฏิบัติการ ISO/IEC17025 ตามมาตรฐานสากล  รายงานว่า ส่วนประกอบของวัสดุภายในรถยนต์ทุกอย่างตั้งแต่พวงมาลัย แผงคอนโซลหน้ารถ เบาะที่นั่ง ไปจนถึงที่วางแขน และอื่นๆ ส่วนใหญ่ทำด้วยพลาสติก กาว ผ้าและวัสดุอื่น ๆ ที่สามารถ ปล่อยก๊าซทางเคมีสู่บรรยากาศ ซึ่งสารเหล่านั้นเป็นสารประกอบอินทรีย์ระเหย หรือ VOCs (Volatile Organic Chemicals) ที่สามารถระเหยเป็นไอและกระจายอยู่ในอากาศได้โดยที่เรามองไม่เห็น และแน่นอนว่าสารเคมีที่ระเหยออกมาล้วนแล้วแต่ส่งผลต่อสุขภาพของเรา อาทิ สารเบนซีน (Benzene) ที่เป็นสารประกอบของพลาสติก จัดเป็นสารก่อมะเร็งต่อมนุษย์ หรือสารฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde) สารประกอบของกาว ฉนวนโฟม และใช้ในการเคลือบสิ่งทอ หากร่างกายได้รับสารเข้าไปในปริมาณมากก็จะเป็นสาเหตุให้เกิดโรคมะเร็งปอดและมะเร็งหลังโพรงจมูกได้ เป็นต้น ซึ่งหากวัสดุภายในรถไม่ได้มาตรฐานเพียงพอ สารเคมีต่างๆก็จะสามารถปล่อยก๊าซทางเคมีออกมาได้ โดยเฉพาะในเวลาที่เราจอดรถไว้ในที่อุณหภูมิสูง การทดสอบคุณภาพและมาตรฐานของวัสดุภายในรถจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

ศูนย์บริการวิเคราะห์ทดสอบ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สวทช.) หรือ NCTC เป็นศูนย์ทดสอบที่อยู่ภายใต้ระบบคุณภาพห้องปฏิบัติการ ISO/IEC17025 ตามมาตรฐานสากล เป็นศูนย์บริการวิเคราะห์ทดสอบตามวิธีมาตรฐานต่างๆด้วยเครื่องมือวิทยาศาสตร์ที่ทันสมัย และได้มาตรฐาน พร้อมนักวิจัยและวิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญ ทำให้สามารถวิเคราะห์ทดสอบงานที่ซับซ้อนได้ เปิดดำเนินการ 7 วัน 24 ชั่วโมง พร้อมให้บริการด้วยความสะดวกและรวดเร็ว NCTC สนับสนุนกลุ่มงานอุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพในการต่อยอด (First S-Curve) และ 5 อุตสาหกรรมอนาคต (New S-Curve) อีกทั้งสนับสนุนการทำวิจัยและพัฒนาสินค้ามูลค่าสูงให้กับภาครัฐและเอกชน พร้อมเสริมสร้างความเข้มแข็งทางด้านการวิเคราะห์ทดสอบโดยให้บริการในรูปแบบเครือข่ายศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ทำงานร่วมกับศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์ทั่วประเทศ เพื่อเตรียมพร้อมสู่การเป็นศูนย์กลางการวิเคราะห์ทดสอบระดับอาเซียน (Asean Testing Hub) และเป็น Testing solution provider ที่ได้มาตรฐานสากล เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการไทยในตลาดโลก


ศูนย์ฯ เกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์การวิเคราะห์และทดสอบมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ เพื่อยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยสินค้าตามมาตรฐานสากล  โดย NCTC เปิดให้บริการครอบคลุมในอุตสาหกรรมการเกษตรและอาหาร สุขภาพและการแพทย์ หุ่นยนต์และแมคาทรอนิกส์ ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งหมายรวมถึงวัสดุภายในรถ ด้วยห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ทางเคมีที่มีเทคโนโลยีและผู้เชียวชาญที่ได้รับการยอมรับตามมาตรฐานสากล จึงทำให้ผู้ประกอบการมั่นใจได้ถึงผลทดสอบคุณภาพและมาตรฐานของวัสดุภายในรถ นอกจากนี้ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการส่งผลิตภัณฑ์ไปทดสอบยังต่างประเทศ และที่สำคัญที่สุดก็คือความปลอดภัยของผู้บริโภคนั่นเอง

NCTC เปิดดำเนินการแบบ One-Stop Service: 7 วัน 24 ชั่วโมง พร้อมให้บริการด้วยความสะดวกรวดเร็ว นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์กลางการวิเคราะห์ทดสอบระดับอาเซียน (Asean Testing Hub) และเป็น Testing Solution Provider อีกด้วย ผู้ที่สนใจสามารถสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-117-6850-57 อีเมล์ : nctc@nstda.or.th-สำนักข่าวไทย.


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ไฟช็อตสาว 17 ปี นอนเปลือยตายคาห้องพัก

พบศพ สาววัย 17 ปี นอนเปลือยท่อนล่าง เสียชีวิตในหอพัก อำเภอเมืองมหาสารคาม ตำรวจเผยตรวจสอบมือเท้ามีร่อยรอยไหม้เกรียม ใกล้ศพพบปลั๊กสามตา 1 เส้น คาดถูกไฟช็อตจนเสียชีวิต

ตกใจ จยย.ตัดหน้า เหยียบคันเร่งชนแหลก เจ็บ 2

สาวขับรถยนต์ตกใจเจอ จยย.ตัดหน้า จะเหยียบเบรกแต่ดันเหยียบคันเร่ง พุ่งชนร้านค้าหน้าตลาดอุดมกิจพลาซ่า ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ผู้คนหนีตายกระเจิง บาดเจ็บ 2 จยย.เสียหาย 2 คัน

ข่าวแนะนำ

อีการ้อง 95 ครูถูกรางวัลที่ 1

อีการ้อง 95 ครูถูกรางวัลที่ 1

คนจะรวยช่วยไม่ได้ ได้ยินอีการ้อง 95 ครูเพชรบูรณ์ถูกรางวัลที่ 1 จำนวน 1 ใบ ตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูก ให้เพื่อนพาไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.นาเฉลียง

ฝรั่งเศสบังคับใช้เคอร์ฟิวรอบใหม่

ผู้ประกอบการร้านค้าและธุรกิจในกรุงปารีส และทั่วฝรั่งเศส ต่างปิดร้านและกลับบ้านเร็วขึ้น หลังคำสั่งเคอร์ฟิวของรัฐบาลรอบใหม่ ห้ามออกนอกบ้าน ช่วงเวลา 18.00-06.00 น.

แพทย์ มธ. ชี้ “ซิโนแวค” ป้องกันป่วยโควิดกลุ่มที่แสดงอาการได้มากถึง 78%

อาจารย์แพทย์ธรรมศาสตร์เปิดสถิติประสิทธิภาพการใช้วัคซีนซิโนแวคในบราซิล พบป้องกันการเกิดโรคในกลุ่มผู้ที่แสดงอาการได้มากถึง 78% ส่วนการป้องกันในกลุ่มผู้ที่แสดง-ไม่แสดงอาการอยู่ที่ 50% ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่