fbpx

ศาลยกฟ้องสหวิริยาขอเพิกถอนมติครม.พรุแม่รำพึงเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำระดับชาติ

ศาลปกครอง 8 มิ.ย.- ศาลปกครองสูงสุดยกฟ้องสหวิริยา กรณีขอเพิกถอนมติ ครม.เห็นชอบขึ้นทะเบียนพรุแม่รำพึง ประจวบคีรีขันธ์ เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำระดับชาติ  ชี้ชอบด้วยกฎหมายแล้ว  ซ้ำ 17 มาตรการอนุรักษ์ไม่ได้จำกัดสิทธิ์-สร้างภาระในการประกอบกิจการอุตสาหกรรมเหล็ก  แต่ยับยั้งการสูญหายของพื้นที่ชุ่มน้ำ  


ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษายกฟ้องในคดีที่บริษัทเครือสหวิริยา จำกัด และบริษัทโรงถลุงเหล็กสหวิริยา จำกัด ยื่นฟ้องขอให้ศาลสั่งเพิกถอนมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 3 พฤษภาคม 2552  ที่เห็นชอบการขึ้นทะเบียนรายนามพรุแม่รำพึง  ต.แม่รำพึง อ.บางสะพานจ.ประจวบคีรีขันธ์  เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติและเห็นชอบต่อมาตรการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำ รวม 17 มาตรการตามมติคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติในการประชุมครั้งที่ 2 /2552  ลงวันที่ 4 พฤษภาคม 2552  

โดยศาลให้เหตุผลว่า แม้การดำเนินการตามนโยบายการส่งเสริมและการสนับสนุนการผลิตเหล็กขั้นต้น  ตามที่บริษัทเครือสหวิริยาฯอ้าง  จะตอบสนองความต้องการใช้เหล็กเป็นวัตถุดิบในการพัฒนาอุตสาหกรรมภายในประเทศระยะยาว  ลดปริมาณการนำเข้าเหล็กจากต่างประเทศ  ก่อให้เกิดผลดีต่อระบบเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศไทยในภาพรวม แต่เมื่อสถานการณ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงในบริบทโลก และปัจจัยภายในประเทศ ทั้งเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การลงทุน ทำให้มีการใช้ทรัพยากรเพื่อสนองตอบต่อความต้องการในการพัฒนา จึงส่งผลกระทบต่อสมดุลของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง 


เมื่อพิจารณาสภาพพื้นที่พรุแม่รำพึงตามรายงานฉบับสมบูรณ์โครงการสำรวจสภาพพื้นที่ชุ่มน้ำประเภทพรุของประเทศไทย  จัดทำโดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทยเสนอต่อสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแล้ว การที่คณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบให้พรุแม่รำพึงเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติตามที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมเสนอจึงเป็นการใช้ดุลพินิจโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว

และเมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามมติคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติในการทบทวนมติ ของคณะรัฐมนตรีวันที่ 1 สิงหาคม 2553 เรื่องขึ้นทะเบียนรายนามพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสําคัญระดับนานาชาติ และระดับชาติของประเทศไทยและมาตรการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจำนวน 17 มาตรการ ๆ ดังกล่าวได้กำหนดให้หน่วยงานของรัฐเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบหลักและหน่วยงานสนับสนุน ซึ่งเป็นการจัดให้มีแผนการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างเป็นระบบและเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุลตามที่รัฐธรรมนูญ 50 บัญญัติไว้

ส่วนที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อบริษัทเครือสหวิริยา  คือมาตรการที่กำหนดให้มีการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) สำหรับโครงการพัฒนาใด ๆที่มีแนวโน้มจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศของพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสําคัญระดับนานาชาติและระดับชาติ  ซึ่งโครงการโรงถลุงเหล็กสหวิริยา มีกำลังการผลิตตั้งแต่ 100 ตันต่อวัน  ต้องมีการทำรายงานตามประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมเดิม หรือประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องกำหนดประเภทและขนาดของโครงการ หรือ กิจการ  ซึ่งต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและหลักเกณฑ์วิธีการระเบียบปฏิบัติและแนวทางการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ลงวันที่ 16 มิถุนายน 2552 อยู่แล้ว


โรงถลุงเหล็กสหวิริยาเคยมีหนังสือถึงสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ขอทราบมาตรการอนุรักษ์เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาประกอบการจัดทำรายงานให้ถูกต้อง แต่จากข้อเท็จจริงโรงงานถลุงเหล็กยังไม่มีความคืบหน้าในการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากข้อหารือดังกล่าว ซึ่งมาตรการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบวันที่ 3 พฤศจิกายน 2552 ไม่ได้เป็นมาตรการในการจำกัดสิทธิ์หรือสร้างภาระให้แก่บริษัทเครือสหวิริยา ในการประกอบกิจการอุตสาหกรรมเหล็กอย่างใด แต่เป็นการยับยั้งไม่ให้เกิดการสูญหายของพื้นที่ชุ่มน้ำที่พอสมควรแก่เหตุแล้วยังเป็นการกำหนดและวางแผนการดำเนินการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำอย่างชาญฉลาด ตามวัตถุประสงค์ในการบริหารจัดการการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอีกด้วย มติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว.-สำนักข่าวไทย       

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

นั่งรถไฟ-เที่ยวเทศกาลลูกชิ้นยืนกิน บุรีรัมย์

การรถไฟฯ เปิดให้บริการขบวนรถโดยสาร 7 ขบวน อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ต้องการเดินทางเที่ยวเทศกาลลูกชิ้นยืนกิน สถานีรถไฟบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 18-24 กันยายน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ และกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น

จับแชร์ “ออมเงิน” ต้นเหตุเยาวชน 17 ปี ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง

ตำรวจไซเบอร์บุกจับเจ้าของวงแชร์พร้อมสามี หลอกลงทุนออนไลน์ ต้นเหตุเยาวชน 17 ปี ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองในห้างสรรพสินค้า จ.นนทบุรี

ข่าวแนะนำ

สปสช.ขอกลุ่มเสี่ยงรับ ATK แล้วตรวจโควิดทันที

สปสช.เปิดข้อมูลกระจาย ATK มีประชาชนกลุ่มเสี่ยงรับชุดตรวจแล้วกว่า 6 หมื่นราย รวมจำนวนกว่า 1.2 แสนชุด แต่ตรวจโควิดทันทีเพียง 6% เท่านั้น ขอความร่วมมือประชาชนกลุ่มเสี่ยงตรวจหาเชื้อโควิด-19 โดยเร็วหลังรับชุดตรวจ เพื่อเข้าสู่ระบบการรักษา และลดการแพร่ระบาด

ฉีดวัคซีน 3 เข็มยังติดโควิด-เชื้อลงปอด แห่ให้กำลังใจนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองราชบุ

นายกฯ ไก่ ฉีดวัคซีนเข็ม 3 ยังติดโควิด-19 พร้อมลูกและภรรยา ซึ่งตอนนี้รับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง พร้อมเปิดใจติดจากการปฏิบัติหน้าที่ แต่ไม่ทราบสถานที่ติดเชื้อ เนื่องจากลงพื้นที่ปฏิบัติงานทุกวัน

โฆษกรัฐบาลยันนายกฯ ลงพื้นที่ไม่ใช่ส่งสัญญาณยุบสภาฯ ย้ำอยู่ครบวาระ

โฆษกรัฐบาลยันนายกฯ ลงพื้นที่เพื่อช่วยแก้ปัญหาให้ประชาชน ไม่ใช่ส่งสัญญาณยุบสภาฯ ย้ำรัฐบาลอยู่ครบวาระ เร่งพลิกโฉมประเทศหลังผ่านพ้นโควิด-19

ดีเดย์ 1 ต.ค. คนละครึ่งเฟส3 โอนเงินรอบสองอีก 1,500 บาท

โฆษกรัฐบาลเผย เตรียมเป๋าตังให้พร้อมรับโอนเงินรอบ 2 คนละครึ่งเฟส 3 ดีเดย์ 1 ต.ค.นี้ กิน ช้อป ใช้ ขยายจ่ายผ่าน Platform Delivery เริ่มต้นตุลาคม เตรียมกระตุ้นเศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายของปี 64 ขณะยอดมาตรการใช้จ่ายลดค่าครองชีพของรัฐ พุ่งกว่า 7.6 หมื่นล้านแล้ว นายกฯ กำชับเยียวยาทั่วถึง