fbpx

จับตา 30 เม.ย.63 เลื่อนแบนพาราควอตอีกหรือไม่

กรุงเทพฯ 28 เม.ย.- เหลืออีกเพียง 1 เดือน จะถึงเวลาแบนสารเคมีกำจัดศัตรูพืช พาราควอต และคลอร์ไพริฟอส ในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ ล่าสุด มีข้อเสนอฝั่งผู้ประกอบการขอให้เลื่อนการแบนออกไปอีก โดยอ้างสถานการณ์โควิด-19 ทำให้เครือข่ายที่สนับสนุนการแบนออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง ติดตามจากรายงาน


นี่เป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหาในหนังสือที่ตัวแทนเครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษที่มีอันตรายร้ายแรง หรือไทยแพน ยื่นถึงรัฐมนตรีอุตสาหกรรม เนื่องจากไม่เห็นด้วยหากจะมีการพิจารณาเลื่อนการแบนสารเคมีกำจัดศัตรูพืช พาราควอต และคลอร์ไพริฟอส ออกไปอีก แต่ต้องการให้คงมติคณะกรรมการวัตถุอันตรายเมื่อ 27 พฤศจิกายน 62 ที่ให้แบน 2 สาร ตั้งแต่ 1 มิถุนายนนี้

ส่วนที่ประธานสภาหอการค้าฯ เสนอขยายเวลาการแบนพาราควอตและคลอร์ไพริฟอสออกไปเป็นปลายปี 63 หรือจนกว่าสถานการณ์โควิด-19 จะคลี่คลาย โดยกังวลการตกค้างสารทั้ง 2 ชนิด ในผลผลิตที่นำเข้าจะส่งผลกระทบอุตสาหกรรมในประเทศนั้น ฟังไม่ขึ้น เนื่องจากหลายประเทศทั่วโลกแบนพาราควอตมากว่าทศวรรษ ซึ่งไม่มีประเทศใดใช้เหตุผลนี้ และมองว่าข้อเสนอที่มีขึ้นไม่กี่วันก่อนการประชุมกรรมการวัตถุอันตราย 30 เมษายนนี้ เหมือนจะมีนัยบางอย่าง


ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการวัตถุอันตราย ตัวแทนรับมอบหนังสือ บอกว่า จะเสนอเข้าในการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย 30 เมษายนนี้ ส่วนข้อเรียกร้องให้เร่งดำเนินการออกประกาศกระทรวงว่าด้วยบัญชีรายชื่อวัตถุอันตรายตามมติกรรมการวัตถุอันตราย จนถึงขณะนี้กรมวิชาการเกษตรยังไม่ได้ส่งมา

ขณะที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย บอกว่า จะนำเรื่องที่หอการค้าไทยขอขยายระยะเวลาการแบน 2 สารเคมี เข้าหารือในการประชุมวันที่ 30 เมษายนนี้ด้วย รวมถึงประเด็นที่กรมวิชาการเกษตรยังไม่ได้ส่งมาตรการรองรับการหาสารทดแทน หรือวิธีการอื่นที่เหมาะสม หลังครบกำหนดกรอบเวลาที่ต้องส่งแล้ว

นอกจากนี้ ไทยแพนยังออกมาระบุอีกว่า มีความพยายามของผู้ประกอบการเพื่อขอต่อใบอนุญาตขึ้นทะเบียน และใบอนุญาตผลิตวัตถุอันตราย ทำให้ต้องจับตาการประชุม 30 เมษายนนี้ ว่าคณะกรรมการวัตถุอันตรายจะยึดกรอบเวลาเดิมยกเลิกการใช้พาราควอต และคลอร์ไพริฟอส ตั้งแต่ 1 มิถุนายนนี้ หรือจะเลื่อนออกไปอีก.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

สลด! เรือรั่วจมแม่น้ำเจ้าพระยา แม่-ลูกสาวดับ

เหตุเรือล่มในแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมพ่อแม่ลูก 4 ชีวิต ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา พ่อช่วยลูกคนโตรอด ส่วนภรรยาและลูกคนเล็กเสียชีวิต ตรวจสอบสาเหตุน่าจะเกิดจากเรือรั่ว

“บังแจ็ค” อ้างกู้ข้อมูลมือถือ “แตงโม” ได้แล้ว 100%

“บังแจ็ค” โพสต์เฟซบุ๊กอ้างกู้ข้อมูลในโทรศัพท์ของ “แตงโม” ได้แล้ว 100 เปอร์เซ็นต์ และกำลังส่งมือถือคืน “แม่แตงโม” เพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีอาญา

แม่ยัน “บังแจ็ค” เป็นคนดี บอกทำให้รู้ว่า “แตงโม” ตายบนบก

แม่ยัน “บังแจ็ค” เป็นคนดี ช่วยตรวจสอบหลักฐาน​ในโทร จนพบแตงโมตายบนบกไม่ใช่ในน้ำ ด้าน ส.ส.เต้ พร้อมพาบังแจ็คกลับไทย และให้การคุ้มครองในฐานะพยานผู้ตรวจสอบหลักฐานทางคดี​ ก่อนฝากถึงคนบนเรือ ไม่ต้องมาเคลียร์​คดีกับตนเอง หากมีถึง 5,000 ล้านค่อยคุยกัน

ทนายเดชา ห่วงแม่แตงโม ถูกฟ้องกลับ

ทนายเดชา เป็นห่วงแม่แตงโม จะถูกฟ้องกลับ หากมีการฟ้องคดีฆาตกรรมกับเพื่อนแตงโม 5 คนบนเรือ ทั้งนี้ยอมรับว่าการที่แม่อ้างโทรศัพท์อยู่กับตนเอง ทำให้ได้รับความเสียหาย

ข่าวแนะนำ

สลด! เรือรั่วจมแม่น้ำเจ้าพระยา แม่-ลูกสาวดับ

เหตุเรือล่มในแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมพ่อแม่ลูก 4 ชีวิต ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา พ่อช่วยลูกคนโตรอด ส่วนภรรยาและลูกคนเล็กเสียชีวิต ตรวจสอบสาเหตุน่าจะเกิดจากเรือรั่ว

“ชัชชาติ” เดินตลาดจตุจักร ย้ำไม่ทิ้งพ่อค้าแม่ค้า

“ชัชชาติ” เดินตลาดจตุจักร ฟังเสียงผู้ค้าเดือดร้อน ย้ำไม่ทิ้งพ่อค้าแม่ค้า เตรียมผลักดันจตุจักรสู่ตลาดนัดระดับโลก ชี้ กทม. ต้องคิดนอกกรอบระบบราชการ พัฒนาสมบัติล้ำค่า กทม. ให้กลับมาเปล่งประกาย

แม่ยัน “บังแจ็ค” เป็นคนดี บอกทำให้รู้ว่า “แตงโม” ตายบนบก

แม่ยัน “บังแจ็ค” เป็นคนดี ช่วยตรวจสอบหลักฐาน​ในโทร จนพบแตงโมตายบนบกไม่ใช่ในน้ำ ด้าน ส.ส.เต้ พร้อมพาบังแจ็คกลับไทย และให้การคุ้มครองในฐานะพยานผู้ตรวจสอบหลักฐานทางคดี​ ก่อนฝากถึงคนบนเรือ ไม่ต้องมาเคลียร์​คดีกับตนเอง หากมีถึง 5,000 ล้านค่อยคุยกัน