คมนาคม-ขนส่งเล็งใช้มาตรการพักใบอนุญาตขับรถ 1 ปี

กรุงเทพฯ 19 ม.ค. – ฮือฮา!! คมนาคมสั่งขนส่งฯ เตรียมเข็นมาตรการยกระดับคุณภาพผู้ได้รับใบอนุญาตขับขี่และดูแลวินัยจราจร พักใบอนุญาตขับรถ 1 ปี หากถูกตัดแต้มใบขับขี่หมด 100 คะแนน และถ้าโอนรอบ 2 จะถูกตัดสิทธิ์ไม่สามารถมีใบขับขี่ตลอดชีพ


นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้มีนโยบายสั่งการเร่งด่วนไปยังกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ให้ไปหารือร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพื่อหาข้อสรุปเรื่องการตัดคะแนนจากใบขับขี่ หากผู้ขับขี่ประเภทรถจักรยานยนต์และรถยนต์ส่วนบุคคลทำผิดข้อบังคับตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 และ พ.ร.บ.ขนส่งทางบก ว่าด้วยระเบียบและข้อบังคับของความผิด ของการตัดคะแนน เมื่อได้ข้อสรุปจะต้องกลับมาเสนอกระทรวงคมนาคม เพื่อพิจารณาเงื่อนไขรายละเอียดก่อนที่จะเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ที่มีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ภายในเดือนมกราคมนี้ หาก คจร.เห็นชอบเตรียมประกาศออกมาเป็นกฎกระทรวง เพื่อให้มีผลบังคับใช้ได้ภายในปี 2563

ทั้งนี้ รายละเอียดการกำหนดข้อบังคับการตัดคะแนนนั้น หากทำผิดถูกตัดคะแนนครบ 100 คะแนนแรก ผู้ถือใบอนุญาตขับขี่จะถูกพักใบอนุญาตทันที 1 ปี หลังครบ 1 ปี หากยังต้องการมีใบขับขี่อีกครั้งจะสามารถกลับมาทดสอบและสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตได้ แต่เมื่อกลับไปขับขี่อีกและกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก จนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจหักคะแนนจนครบ 100 คะแนนเป็นครั้งที่ 2 ผู้ที่ถือใบอนุญาตจะไม่สามารถกลับมาสอบ เพื่อขอรับใบขับขี่ได้อีกตลอดชีวิต 


นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า ยังได้ให้กรมการขนส่งทางบกไปดูเรื่องของมาตรการการออกหลักสูตรสอบใบขับขี่รถทุกประเภทให้มีการปรับปรุงมาตรฐานของการทดสอบ และข้อสอบใหม่ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยให้นำตัวแบบจากประเทศที่ประสบความสำเร็จเรื่องสถิติอุบัติเหตุน้อยมาเป็นแบบทดสอบ หรือเพิ่มในข้อสอบ เบื้องต้นพบว่าประเทศที่ได้มาตรฐาน เช่น เยอรมนี  สวิตเซอร์แลนด์ เป็นต้น ทั้งนี้ ให้นำมาตรฐานต่าง ๆ มาใช้และบูรณาการร่วมกับ สตช. ซึ่งเป็นคนบังคับใช้ พ.ร.บ.จราจร วางมาตรการตัดคะแนนใบขับขี่ร่วมกัน มั่นใจว่าการใช้วิธีตัดคะแนนจะเป็นการช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นบนท้องถนนได้อย่างแน่นอน เพราะผู้ขับขี่จะมีความระมัดระวังมากขึ้น 

ด้านนายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า ขณะนี้ทาง ขบ.ได้มีการหารือร่วมกับ สตช.แล้ว เพื่อหาข้อสรุปเรื่องการตัดคะแนนใบขับขี่กรณีมีการกระทำความผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก ซึ่งมีการดำเนินการคืบหน้าไปกว่า 80-90% มั่นใจว่าจะได้ข้อสรุปและสามารถนำมาปฎิบัติบังคับใช้ให้เกิดขึ้นได้จริงภายในกลางปี 2563 แน่นอน ซึ่งข้อบังคับของ พ.ร.บ.จราจร จะเน้นการตัดแต้มคะแนนพฤติกรรมของคนขับรถ เช่น ขับรถด้วยความเร็ว แซงในที่ขับขัน เป็นต้น ซึ่งในส่วนนี้ทาง สตช.จะต้องกำหนดคะแนนที่ตัดตามฐานความผิดแต่ละประเภทว่ามีคะแนนเท่าใด เมื่อถูกตัดแล้ว ผู้ถูกตัดแต้มสามารถเช็คคะแนนที่ถูกตัดได้จากแอปพลิเคชั่นที่ตำรวจเปิดให้โหลด หากเห็นว่าถูกตัดคะแนนเท่าใด สามารถมาอบรมกับกรมการขนส่งทางบกแต่ละฐานความผิดที่ถูกตัดคะแนน เพื่อให้คะแนนกลับมาเช่นเดิมได้ โดยการอบรมเพื่อเรียกแต้มคะแนนคืน ทาง ขบ.เตรียมหลักสูตรที่มีการปรับปรุงเพื่ออบรมไว้แล้ว

ส่วน พ.ร.บ.ขนส่งทางบกนั้น กรมการขนส่งทางบกจะเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในกรณีตัดแต้มของรถโดยสารสาธารณะเป็นหลัก หากรถโดยสารสาธารณะโดนตัดคะแนนจากตำรวจมาแล้วอาจจะโดนความผิดตาม พ.ร.บ.ขนส่งทางบกด้วย ซึ่งจะเป็นความผิดกรณีฐานความผิดของพฤติกรรมคน และสภาพรถ เช่น กรณีที่มีการตัดแต่ง ต่อเติมรถโดยสารสาธารณะผิดที่ได้รับอนุญาต หรือรถที่มีควันดำ สภาพรถไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งความผิดของรถโดยสารสาธารณะนอกจากคนขับจะโดนตัดแต้มแล้วเจ้าของรถโดยสารสาธารณะที่ได้รับใบอนุญาตประกอบการก็จะถูกตัดแต้มด้วยเช่นกัน  ซึ่งการตัดแต้มทางกรมการขนส่งทางบกจะสามารถเช็คได้เช่นกันว่าบุคคลใดถูกตัดแต้มเท่าใดกับทาง สตช. เพื่อมาดูว่าจะต้องมีการพักใบอนุญาตหรือไม่ โดยขั้นตอนการที่จะนำระเบียบข้อบังคับนี้มามีผลบังคับขั้นต่อไป ทางกรมการขนส่งทางบกจะต้องเปิดเวที เพื่อให้ประชาชนผู้มีส่วนได้เสียมาร่วมแสดงความคิดเห็น.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

นายกฯ เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัยตึก สตง.ถล่ม

นายกรัฐมนตรี เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัย ค้นหาผู้สูญหายเหตุตึก สตง.ถล่ม พร้อมสอบถามถึงอุปสรรคในการทำงานและความต้องการเพิ่มเติม

ปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

รองผู้ว่าฯ กทม. เผยยอดผู้เสียชีวิตเหตุตึกถล่ม ที่ผ่านการพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว อยู่ที่ 16 ราย และอยู่ระหว่างการค้นหาอีก 78 ราย พร้อมแจงปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

นายกรัฐมนตรี วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2568 ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า