นักวิชาการแนะรัฐคลอดมาตรการระยะกลางลดต้นทุนสินค้าไทย

กรุงเทพฯ 19 ส.ค.- นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินจีดีพีไทยโตร้อยละ 3 หลังรัฐบาลออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ติงควรเพิ่มแผนลดต้นทุนผลิตและดูแลค่าเงินให้แข่งขันได้ 


นายอัทธ์ กล่าวว่า เห็นด้วยกับรัฐบาลที่เตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น วงเงิน 316,000 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวร้อยละ 3 ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกอาจจะขยายตัวไม่ถึงร้อยละ 3 เพราะปัญหาสงครามการค้า ขณะที่จีนลดค่าเงินหยวนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการส่งออก ดังนั้น รัฐบาลควรเพิ่มเติมมาตรการระยะกลางเพื่อให้สินค้าไทยแข่งขันด้วยการหาทางเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทั้งสินค้าเกษตร และอุตสาหกรรม โดยเฉพาะเอสเอ็มอี ต้องเร่งหาตลาดส่งออก ในส่วนของตลาดที่มียอดส่งออกน้อยกว่าร้อยละ 5 และดูแลอัตราแลกเปลี่ยน ทำอย่างไรให้ค่าเงินบาทของไทยมีอัตราเปลี่ยนแปลงที่สามารถแข่งได้กับคู่แข่ง ซึ่งการที่จีนตั้งเป้าหมายให้ค่าเงินหยวนอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐจากร้อยละ 16 เป็นร้อยละ 25 ประเทศไทย โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็ต้องใช้กลไกดูแลค่าเงินบาทให้อยู่ในทิศทางใกล้เคียงกัน

“มาตรการของภาครัฐที่จะเข้า ครม.พรุ่งนี้เป็นมาตรการระยะสั้น แต่ก็ควรเสริมมาตรการระยะกลางที่ทำให้สินค้าไทยมีราคาแข่งขันได้ ทั้งต้นทุนผลิต มีตลาดใหม่และส่วนสำคัญคือค่าเงินจะต้องไม่แข็งค่ามากกว่าคู่แข่ง ซึ่งด้านตลาดส่งออก แม้มีหลายประเทศประสบปัญหาส่งออกลดลงมากกว่าไทย เช่น อินโดนีเซียส่งออกลดลงร้อยละ 10 แต่ก็ต้องวางแผนให้ต้นทุนต่ำเพื่อแข่งขันให้ได้มากที่สุด” นายอัทธ์ กล่าว


นายอัทธ์ กล่าวว่า ในส่วนของการลดต้นทุนภาคเกษตรเป็นเรื่องสำคัญทำอย่างไรให้ต้นทุนต่ำสุด ,เพิ่มผลิตผลผลิตต่อไร่ให้สูงขึ้น เช่น ปาล์มให้ได้ผลผลิตไม่ต่ำกว่า 4-5 ตันต่อไร่ ,ข้าว ให้ผลผลิตมากกว่า 450 กก./ไร่ ซึ่งจะเป็นการช่วยให้เกษตรกรอยู่ได้อย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ในช่วงนี้เห็นได้ว่าจะมีการย้ายฐานการลงทุนจากจีนออกมาก ประเทศไทยก็ต้องเตรียมพร้อมรับประโยชน์จากส่วนนี้ แต่ที่สำคัญก็ต้องคัดเลือกเช่นกัน เพราะสหรัฐจะตามไปดูว่าอุตสาหกรรมที่ย้ายฐานไปนั้นเป็นการหลบเลี่ยงการจัดเก็บภาษีจากจีนหรือไม่ หากพบว่าจีนยังคงได้ประโยชน์จากการย้ายฐาน  ทางสหรัฐก็จะตามไปจัดเก็บภาษีเช่นเดิม ซึ่งรัฐบาลไทยจะต้องระมัดระวังในเรื่องนี้มากที่สุด. -สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

พ่อเลี้ยงล่วงละเมิด

“ต้นอ้อ” แฉพิรุธพ่อเลี้ยงปมคลิปเสียง-DNA ส่วนเด็กอาการดีขึ้น

“ต้นอ้อ” แฉพิรุธพ่อเลี้ยงปมคลิปเสียง-DNA เชื่อ แม่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แค่เชื่อผัวเพราะลูกเคยโกหก เผย ตอนแม่รู้ความจริงว่าใครทำลูกถึงกับร้องไห้โฮโผกอดลูก ส่วนเด็ก 10 ขวบอาการดีขึ้น แต่ต้องรักษาตัวอีกหลายสัปดาห์

งานแต่งธนกร

วิวาห์ชื่นมื่น “ธนกร-แคทลีน” คนดังการเมือง-นักธุรกิจ ร่วมยินดีครึกครื้น

งานวิวาห์ “ธนกร-แคทลีน” ชื่นมื่น คนดังการเมือง-นักธุรกิจ ร่วมยินดีครึกครื้น ด้าน “ทักษิณ” ไม่ได้มาร่วม แต่ส่งของขวัญแสดงความยินดี

ทรัมป์สั่งปลด

“ทรัมป์” สั่งปลดประธานคณะเสนาธิการร่วมตามแผนปรับปรุงกลาโหม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ออกคำสั่งในวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่นปลด พลอากาศเอก ซี. คิว. บราวน์ จูเนียร์ (Charles Quinton Brown Jr.) เป็นประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมของสหรัฐออกจากตำแหน่ง

ข่าวแนะนำ

“ทักษิณ” ถึงนราธิวาส กลับมาในรอบ 19 ปี

“ทักษิณ” ถึงนราธิวาส บอกคนนราธิวาสน่ารักเสมอ ต้อนรับอบอุ่นกับการกลับมาในรอบ 19 ปี ก่อนเดินทางต่อตามกำหนดเดิม แม้มีระเบิดที่สนามบิน

บึ้มรถกระบะ สนามบินนราธิวาส ก่อน “ทักษิณ” ลงพื้นที่

บึ้มรถกระบะจอดใกล้กับหอบังคับการบิน ท่าอากาศยานนราธิวาส ก่อน “ทักษิณ” ลงพื้นที่สนามบินบ้านทอน ในอีก 50 นาที ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ

น้ำป่าหลากท่วม อ.ไทรโยค กลางดึก

ระทึกกลางดึก น้ำป่าหลากท่วมบ้านเรือนประชาชน อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ถนนหลายเส้นถูกน้ำป่าพัดขาด จนท.เร่งอพยพประชาชนด้วยความยากลำบาก

Pope at Vatican on Feb 5, 2025 says have a strong cold

โป๊ปฟรันซิสพระอาการวิกฤต

วาติกัน 23 ก.พ.- พระอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรันซิส พระประมุขแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิก ทรุดลงอยู่ในขั้นวิกฤตในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา สำนักวาติกันออกแถลงการณ์ฉบับล่าสุดเมื่อวันเสาร์ว่า พระอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาทรุดลงในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และระบุเป็นครั้งแรกว่า พระอาการของพระองค์อยู่ในขั้นวิกฤตจากโรคระบบทางเดินหายใจคล้ายกับโรคหอบหืดในช่วงเช้าวันเสาร์ ทำให้ขณะนี้พระองค์จำเป็นต้องได้รับออกซิเจนเสริมและการถ่ายเลือด โดยรวมแล้วถือว่า พระอาการอยู่ในขั้นวิกฤตและยังไม่พ้นขีดอันตราย อย่างไรก็ดี พระองค์ยังทรงตื่นตัว และประทับนั่งบนเก้าอี้ตลอดวัน แม้ว่าทรงประชวรมากกว่าวันก่อนหน้านี้ก็ตาม พระสันตะปาปาฟรันซิส พระชนมายุ 88 พรรษา ทรงเข้ารับการถวายการรักษาที่โรงพยาบาลเจเมลลี ในกรุงโรม ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ หลังทรงมีพระอาการหายใจติดขัดต่อเนื่องหลายวัน และตรวจพบว่าปอดอักเสบทั้งสองข้าง ทรงร้องขอให้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับพระอาการของพระองค์อย่างตรงไปตรงมา สำนักวาติกันจึงออกแถลงการณ์ชี้แจงความคืบหน้าอาการประชวรของพระองค์ต่อเนื่องทุกวัน แต่แถลงการณ์ฉบับล่าสุดถือเป็นครั้งแรกที่มีเนื้อหาระบุชัดเจนว่า อาการประชวรของพระองค์อยู่ในขั้นวิกฤต ขณะที่แพทย์คาดการณ์ว่า พระองค์จะต้องประทับอยู่ในโรงพยาบาลอย่างน้อยตลอดสัปดาห์หน้า ภารกิจต่อสาธารณชนทั้งหมดของพระสันตะปาปาจึงถูกยกเลิกตลอดสัปดาห์ ทั้งพิธีมิสซาประจำวันอาทิตย์ รวมถึงการสวดภาวนาแองเจลัส (Angelus) ตามปกติทุกสัปดาห์ด้วย.-815(814).-สำนักข่าวไทย