รัฐบาลส่งเสริมโซลาร์ภาคประชาชน เตรียมรับซื้อ 1.68 บาทต่อหน่วย

กทม. 13 มี.ค. – รัฐบาลย้ำส่งเสริมโซลาร์ภาคประชาชน เตรียมรับซื้อ 1.68 บาทต่อหน่วย ด้านนโยบายพรรคการเมืองเน้นปากท้อง หนุนพืชพลังงาน





ใกล้เลือกตั้ง 24 มีนาคม ช่วงนี้จะมีดีเบตหลากหลายนโยบายให้เห็นวันนี้มีเรื่องพลังงานและเรื่องเศรษฐกิจ ในขณะที่รัฐบาลเองก็เร่งรัดการลงทุน ซึ่งกรณีผู้ที่หวังจะเห็นการซื้อขายไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์บนหลังคาราคาเบื้องต้นออกมาอยู่ที่ 1.68 บาทต่อหน่วย


วันนี้ กระทรวงพลังงาน ประชุมชี้แจงกับผู้ประกอบการติดแผงโซลาร์พลังงานแสงอาทิตย์ที่ผู้ประกอบการไทยมีประมาณ 30 ราย โดยบอกว่า ตามแผนส่งเสริมในแผนผลิตไฟฟ้าระยะยาว 20 ปี แผนใหม่ หรือ พีดีพี 2018 มีการรับส่งเสริมมากกว่าแผนเก่าถึง 5 เท่าตัว หรือ รวมประมาณ 12,725 เมกะวัตต์ โดยแยกเป็นโรงการโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชน 10,000 เมกะวัตต์ และโครงการโซลาร์ลอยน้ำของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยอีก 2,725 เมกะวัตต์ ดังนั้น หากหารเฉลี่ย ผู้ประกอบการติดตั้งก็มีโอกาสติดตั้งราว 400 เมกะวัตต์/ราย ดังนั้น จึงต้องเตรียมตัวให้พร้อมทั้งการเตรียมคนและการติดตั้งแผง ซึ่งจากราคาแผงที่ถูกลงร้อยละ 40 ทำให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าไม่แพงขึ้น

สำหรับโซลาร์ภาคประชาชนส่งเสริมการใช้เองเป็นหลัก แต่หากเหลือใช้ก็จะขายเข้าระบบ โดยราคารับซื้อจะต้องไม่แพงกว่าค้าส่งที่ 2.40 บาท/หน่วย ดังนั้น ตลาดใหม่ของการซื้อขายไฟฟ้าก็จะเกิดขึ้นผู้ประกอบการอาจจะรวบรวมไฟฟ้าจากโซลาร์รูฟท็อปของครัวเรือน หรือ ของชุมชนเข้ามาขายในระบบซึ่งหากราคาต่ำกว่าขายส่งก็เป็นโอกาสที่จะขายได้แข่งขันกับเชื้อเพลิงฟอสซิล

สำหรับการนำร่องรับซื้อไฟฟ้าเหลือใช้จากโซลาร์ภาคประชาชน จะมีการนำร่องรับซื้อ 100 เมกะวัตต์/ปีเป็นเวลา 10 ปี เบื้องต้นสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ สกพ.ศึกษาเตรียมประกาศให้สมัครจำหน่ายเดือน พ.ค.-ก.ค.62 โดยต้องผลิตขายภายในปีนี้ ค่าไฟฟ้าจะอยู่ที่ประมาณ 1.68 บาทต่อหน่วยรับซื้อเป็นเวลา 10 ปี ซึ่งผู้ขายตั้งติดตั้งมิเตอร์ระบบดิจิทัล 7,500 บาท คาดลงทุนสำหรับการผลิต 5 กิโลวัตต์ที่ประมาณ 100,005 บาท โดยคำนวณระยะเวลาคุ้มทุน หากผลิตใช้เองครึ่งหนึ่งและขายครึ่งหนึ่งก็จะคุ้มทุน ในประมาณเกือบ 8 ปี แต่หากผลิตเองและใช้เองทั้งหมดจะคุ้มทุน ในช่วง 5 ปี 6 เดือน เพราะคำนวณจากผลิตแล้วค่าไฟฟ้าถูกกว่าการซื้อจากระบบในอัตราค่าไฟฟ้า 3.80 บาท/หน่วย

ด้านรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประชุมร่วมกับผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ โดยเน้นย้ำว่าช่วงนี้แม้จะเลือกตั้ง แต่ก็ไม่ต้องการเห็นรัฐวิสาหกิจหยุดชะงักด้านการลงทุน โดยกิจกรรมรัฐวิสาหกิจไทยมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงถึง 15 ล้านล้านบาทมากกว่าจีดีพีของประเทศ ที่ผ่านมาในปี 61 มีกำไรสูงถึง 4 ล้านล้านบาท โดยขอให้ดูแบบรัฐวิสาหกิจของจีน ที่ปรับเปลี่ยนองค์กรขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับต้นๆ ของเวทีโลกหลายราย นอกจากนี้ รัฐวิสาหกิจถูกมองว่าเป็นกลุ่มมีการทุจริตคอร์รัปชั่น จึงต้องแก้ไขให้สังคมรับรู้มองเห็นชัดเจน ด้วยการสร้างระบบบริหารความเสี่ยงจากสิ่งไม่ถูกต้อง

และรัฐวิสาหกิจอันดับใหญ่ของไทยที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นอันดับต้นๆ ก็คือ ปตท.วันนี้ ในเวทีดีเบต นโยบายพลังงาน ก็ถูกหยิบยกมาพูดถึงเช่นกัน โดยมองกันว่าหลายพรรคการเมืองมองว่า องค์กรแห่งนี้ ควรจะต้องปรับปรุงการทำงาน เน้นสร้างภาพลักษณ์ที่มุ่งเน้นด้านความมั่นคง ช่วยดูแลราคาพลังงานให้ถูกลง และต้องช่วยส่งเสริมนวัตกรรมใหม่ของประเทศ เป็นตัวหลักส่งเสริมพืชพลังงาน โดยพรรคภูมิใจไทย ที่ขณะนี้หลายคนเรียกพรรคกัญชา เสนอว่า ต้องส่งเสริมพืชพลังงานเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรมากขึ้น ปตท.ต้องขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 25 ต่อปีจนครบร้อยเปอร์เซ็นต์ใน 4 ปี และควรนำปาล์มมาผลิตไฟฟ้ามากขึ้น ด้านพรรคประชาธิปัตย์ ระบุต้องตรึงราคาดีเซลไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร ตรึงแอลพีจีให้เหมาะสม พรรคพลังธรรมใหม่ เสนอตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติมาดูแลแหล่งปิโตรเลียม ลดราคาน้ำมัน 5 บาท ยกเลิกสัญญาสัมปทานปิโตรเลียมที่ไม่เป็นธรรม ส่วนพรรคอนาคตใหม่ ระบุไม่เห็นต้องตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติหากมีปัญหาก็แก้ไขการกำกับดูแล เน้นขนส่งสาธารณะ, อาคารประหยัดพลังงาน และไม่เห็นด้วยอุดหนุนราคาพลังงาน พรรคพลังประชารัฐส่งเสริมกลไกตลาด, พลังงานทดแทน และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนอีก 1 เวทีดีเบตเฉพาะด้านเศรษฐกิจมี 6 พรรคการเมือง โดยพรรคพลังประชารัฐ เน้นการพัฒนาความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและนวัตกรรม พัฒนาเศรษฐกิจฐานราก สนับสนุนแนวทางชุมชนจัดการตนเองเพื่อให้ชุมชนอยู่ได้ ประเทศไทยยั่งยืน ด้านพรรคเพื่อไทยกระจายอำนาจทั้งในเชิงภารกิจและทุน ตั้งเป้าจะยกระดับตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มจากปีละ 40 ล้านคน เป็น 50 ล้านคน เพิ่มรายได้จาก 2 ล้านล้านบาท เป็น 3 ล้านล้านบาท เพิ่มการจ้างงานด้านการท่องเที่ยวจาก 6.4 ล้านงาน ให้เป็น 8 ล้านงาน

พรรคอนาคตใหม่ เปลี่ยนรูปแบบการคมนาคมขนส่งจากระบบถนน มาเป็นการใช้ระบบราง ทำให้เกิดการจ้างงาน ถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน ทำลายทุนผูกขาดในประเทศไทย เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ ด้วยการเปิดใบอนุญาตประกอบกิจการธนาคารเพิ่มมากขึ้น

พรรคประชาธิปัตย์ สนับสนุนการลงทุนเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี จะช่วยยกระดับภาคอุตสาหกรรมและสินค้าชุมชน ประกันรายได้เกษตรกร ผลักดันธุรกิจอาหารสู่การเป็นครัวโลก

พรรคภูมิใจไทย ย้ำนโยบายกัญชาเสรี และมุ่งมั่นที่จะลดอำนาจรัฐ เพื่อปากท้องประชาชน ด้วยการแก้กฎหมายต่าง พร้อมเสนอกตั้งกองทุนข้าว ให้มีระบบกำไรแบ่งปันกับชาวนา เปิดโอกาสให้คนไทยสามารถหารายได้จากทรัพย์สินของตนเอง เช่น ขับ Grab ถูกกฎหมาย เป็นต้น

พรรคชาติพัฒนา เน้นภาคเกษตร นำเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับในรูปแบบ “สมาร์ท ฟาร์มเมอร์” รวมถึงการจัดหาตลาดรับซื้อผลผลิตล่วงหน้า เพื่อทำให้เกษตรกรมีความมั่นใจมากขึ้นในการผลิตพืชผลทางการเกษตร และผลักดันการท่องเที่ยวให้เป็นวาระแห่งชาติ .- สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ค้น 17 จุดกรุงเทพฯ-ลพบุรี คุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี”

26 ส.ค.- ตำรวจสอบสวนกลาง ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด “กรุงเทพฯ-ลพบุรี” บุกรวบ “หลวงพ่ออลงกต” หลังพฤติกรรมชัดทุจริตยักยอกเงินบริจาค ขณะที่ “หมอบี” โดนด้วย หิ้วตัวเค้นสอบ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ส.ค. มีรายงานว่าทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผบก.ป.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปปพ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ลพบุรี เพื่อควบคุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือหมอบี และพวก ตามหมายจับ ความผิด ม.147, 157 […]

ศาล รธน. สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก”

ศาล รธน. 25 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก” ชี้บิดเบือน-ทำเสียหาย ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคำ จำนวน 2 ปาก ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางขวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่อง ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนแล้ว ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน อันเป็นคำสั่งศาลตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 […]

“แพทองธาร” รีโพสต์โต้คลิปบิดเบือน ยันศาลบอก “นั่งลงครับ”

กรุงเทพฯ 25 ส.ค.- “แพทองธาร” รีโพสต์สตอรี่ไอจี โต้ดรามาคลิปบิดเบือน ยันศาล รธน. บอก “นั่งลงครับ” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รีโพสต์สตอรี่ในอินสตราแกรมของสำนักข่าว VOICE TV ยืนยันไม่เป็นความจริง ต่อกระแสดรามาปล่อยคลิปเสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดว่า “นั่งลงลูก” ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวคําปฏิญาณ ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน คดีคลิปสนทนากับ ฮุน เซน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีข้อความระบุว่า ฟังชัดๆๆ ศาลบอกว่า “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่มีคนปั่น!! อย่ามั่ว อย่าบิดเบือนข่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงเช้าวันนี้ (25 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร จะดำเนินการเรื่องการส่งคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากศาลนัดยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันนี้ ก่อนจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 15.00 น.-316 -สำนักข่าวไทย

ปลัด มท. สั่งสอบด่วน ปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ

ไอคอนสยาม 25 ส.ค.- ปลัด มท. เผยยังไม่ได้รับรายงานปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ สั่งกรมการปกครองสอบด่วน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่า มีกลุ่มบุคคลสแกนม่านตาประชาชนและชักชวนให้เข้าไปใช้แอปพลิเคชันเพื่อแลกกับเงินหรือเหรียญในระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการแก้ไขและจัดการอย่างถูกต้องทั่วประเทศอย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ายังมีการดำเนินการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบทั้งที่สุราษฎร์ธานีและทุกจังหวัดที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ การตรวจสอบจะพิจารณาว่าความผิดปกติเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่น หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพร้อมตรวจสอบอย่างโปร่งใส.-319 -สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

“อนุทิน” ยิ้มร่าหลังหารือ ปชน. เห็นพ้องทุกข้อเสนอ

พรรคประชาชน 29 ส.ค.-“อนุทิน” ยิ้มร่าหลังหารือ “ปชน.” กว่า 1 ชม. เผยเห็นพ้องทุกข้อเสนอ เดินสายต่อขอเสียง “กล้าธรรม” หนุนนั่งนายกฯ ขณะ “ศรายุทธิ์” ยิ้มรับ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการหารือกับหัวหน้าพรรคประชาชน และแกนนำพรรคประชาชน กว่า 1 ชั่วโมง นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย และนายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย โดยมี นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน และนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ กรรมการบริหารพรรคประชาชน ลงมาส่งที่รถ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนายอนุทินว่า การพูดคุยเป็นอย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า “ก็คุยกัน” เมื่อถามว่า พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายอนุทิน หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะตอบว่า ขอกลับไปประชุมพรรคก่อน สำหรับเงื่อนไขที่เห็นพ้องตรงกันโดยไม่มีข้อสงสัย คือ การยุบสภาฯ […]

“ภูมิธรรม” นำพรรคร่วมรัฐบาลเดิมจับมือเดินหน้าแก้ปัญหา

กทม. 29 ส.ค.-“ภูมิธรรม” นำพรรคร่วมรัฐบาลเดิมแถลง ยันจับมือเดินหน้าแก้ปัญหา ไม่ปล่อยเกียร์ว่าง พร้อมหนุนพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลต่อ แจง “กล้าธรรม” ยังอยู่ จนกว่าจะมีความชัดเจน มั่นใจตั้งรัฐบาลได้ ขอรอกระบวนการเสนอดัน “ชัยเกษม” เป็นนายกฯ บอกแม้ รมต.บางคนโผล่ ภท. ต้องรอผลทางการจากพรรค ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.00 น. ที่โรงแรมปริ๊นเซส หลานหลวง บรรดาแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลได้เดินทางมารวมตัวกันเพื่อหารือ นำโดย นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการรองนายกฯ และรักษาการ รมว.มหาดไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รักษาการรองนายกฯ และรักษาการ รมว.คมนาคม แกนนำพรรคเพื่อไทย รวมไปถึงรักษาการรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมาอย่างพร้อมเพียง ขณะเดียวกันบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลเดิมได้เดินทางเข้ามา ไม่ว่าจะเป็น นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รักษาการ รมช.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา นายวราวุธ ศิลปอาชา รักษาการรมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม […]

บอร์ด 6 เสือ กห. ลงนาม “โผทหาร” ไฟเขียวตามที่ ผบ.เหล่าทัพ

กทม. 29 ส.ค.-“บิ๊กเล็ก” เผยบอร์ด 6 เสือ กห. ลงนาม “โผทหาร” ไฟเขียวตามที่ ผบ.เหล่าทัพ เสนอ ยันเลือกคนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ คาด “อุกฤษฎ์” ผบ.ทสส. “เสกสรร” ผบ.ทอ. “ไพโรจน์” ผบ.ทร. ขยับ 2 แม่ทัพ “วรยส-วีระยุทธ์” รับสถานการณ์ชายแดนกัมพูชา จับตา 5 เสือ ทบ. วาง “อมฤต-ณรงค์ฤทธิ์” รอชิง ผบ.ทบ.ปี 70 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13:35 น. ก่อนการประชุมสภากลาโหม พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมและรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพล โดยมี พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบกพล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ […]

“แพทองธาร” แถลงน้อมรับคำตัดสินศาล รธน. ยืนยันบริสุทธิ์ใจ

ทำเนียบ 29 ส.ค.-“แพทองธาร” แถลงน้อมรับคำตัดสินศาล รธน. ยืนยันเจตนาและความบริสุทธิ์ใจ ทำเพื่อประเทศไทย รักษาชีวิตทหารและประชาชน พร้อมขอบคุณทุกคนที่ให้โอกาสได้มาทำงาน ขอให้ร่วมกันสร้างเสถียรภาพทางการเมืองให้กลับมาเข้มแข็ง ไม่มีจุดเปลี่ยนที่ฉับพลันเช่นนี้อีก นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม แถลงภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กรณีคลิปสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา และทำให้คณะรัฐมนตรีพ้นทั้งคณะ ว่า ขอน้อมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ขอยืนยันในความบริสุทธ์ใจ ความตั้งใจอย่างแท้จริง ที่ตั้งใจทำเพื่อประเทศตลอดมา บทสนทนาที่เป็นคลิปเสียงออกไป ไม่ได้ขออะไรเพื่อเป็นประโยชน์ของตนเอง จึงอยากบอกประชาชนว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ยึดมั่นเสมอ คือ ชีวิตของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นทหาร พลเรือน ซึ่งความตั้งใจจริงด้วยจิตใจที่มุ่งมั่น ว่าจะทำอย่างไรเพื่อรักษาชีวิตเขาเหล่านั้นไว้ให้ได้ ซึ่งคลิปนี้เกิดขึ้นก่อนการปะทะที่รุนแรงในวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่า เป็นเรื่องที่ตั้งใจสื่อสาร นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า คำตัดสินของศาลในวันนี้ เป็นอีกครั้งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างฉับพลัน เราต้องช่วยกันทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ประชาชน และทุกคน ต้องมารวมใจกัน สร้างเสถียรภาพทางการเมืองให้กลับมาเข้มแข็ง ให้ไม่มีจุดเปลี่ยนอย่างฉับพลันเช่นนี้อีก ตนเองในฐานะคนไทยคนหนึ่งต้องขอขอบคุณประชาชนที่ให้โอกาสมาทำงานเพื่อประเทศชาติเกือบหนึ่งปีเต็ม ตนเองมีความภาคภูมิใจที่ได้มาอยู่ตรงนี้ ได้ทำเพื่อประเทศชาติ […]