ไทยร่วมกำหนดยุทธศาสตร์หยุดเชื้อดื้อยาภาคเกษตร

เมืองมาราเกซ 29 ต.ค. – ไทยร่วมกำหนดยุทธศาสตร์ลดใช้ยาต้านจุลชีพภาคเกษตร เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อดื้อยาบนเวที ระดับโลก


นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การประชุมระดับโลกด้านการจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพและการใช้ยาอย่างสมเหตุผลในสัตว์ ครั้งที่ 2 ขององค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (OIE) ที่เมืองมาราเกซ  โมร็อกโก วันนี้  (29 ต.ค.) มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรกว่า 10 ประเทศเข้าร่วม โดยไทยจะเสนอแผนยุทธศาสตร์การจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพประเทศไทย พ.ศ. 2560 – 2564  ซึ่งมีเป้าหมายให้ปี 2564 ภาวะการป่วยจากเชื้อดื้อยาจะลดลงร้อยละ 50 การใช้ยาต้านจุลชีพสำหรับมนุษย์ร้อยละ 20 และในสัตว์ลดลงร้อยละ 30 ประชาชนมีความรู้เรื่องเชื้อดื้อยาและตระหนักในการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างเหมาะสมเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่าปัจจุบันมีเพียง 67 ประเทศจาก 194 ประเทศที่มีแผนยุทธศาสตร์เชื้อดื้อยาระดับชาติ

นายกฤษฎา กล่าว่า  ปัจจุบันคนไทยติดเชื้อดื้อยาปีละกว่า 100,000 คน และเสียชีวิตจากเชื้อดื้อยา 30,000 คนต่อปี คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 42,000 ล้านบาท ส่วนทั่วโลกมีคนติดเชื้อดื้อยาปีละ 700,000 คน หรือนาทีละ 1 คน หากไม่มีการจัดการการใช้ยาจุลชีพอย่างเหมาะสม อีก 30 ปีข้างหน้าคนทั่วโลกจะเสียชีวิตจากเชื้อดื้อยาประมาณ 10 ล้านคน หรือนาทีละ 19 คน ไทยจึงต้องผนึกกำลังกับประชาคมโลกจัดการเชื้อดื้อยา เพราะการแพร่กระจายของโรคไม่เลือกเผ่าพันธุ์และไม่มีพรมแดน


ด้านนายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์  กล่าวว่า อธิบดีกรมปศุสัตว์จาก 182 ประเทศเข้าร่วมประชุม โดย องค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (OIE)  ในฐานะผู้นำด้านสุขภาพและสวัสดิภาพสัตว์ให้ความสำคัญการใช้ยาต้านจุลชีพสำหรับสัตว์อย่างรับผิดชอบและรอบคอบ เนื่องจากหากมนุษย์ได้รับยาจุลชีพตกค้างในผลิตภัณฑ์จากสัตว์จะก่อให้เกิดภาวะดื้อยา 

สำหรับกรมปศุสัตว์ได้จัดการการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างเหมาะสมและรอบคอบ โดยกำหนดให้ต้องขึ้นทะเบียนยาอย่างถูกต้อง ตรวจสอบคุณภาพยาสัตว์หลังออกสู่ตลาด ปราบปรามยาสัตว์ผิดกฎหมาย หาปริมาณการใช้ยาต้านจุลชีพในปศุสัตว์ ส่วนโรงงานผลิตอาหารสัตว์ต้องตรวจสอบคุณภาพอาหารสัตว์ตามพ.ร.บ. ควบคุมอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 ห้ามใช้ยาต้านจุลชีพที่มีความเสี่ยงผสมในอาหารสัตว์ ห้ามใช้ยาปฏิชีวนะผสมในอาหารสัตว์ เพื่อเร่งการเจริญเติบโต มีกฎหมายและสัตวแพทย์กำกับดูแลการใช้ยาในโรงงานผลิตอาหารสัตว์ และโรงงานผลิตอาหารสัตว์ที่ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะที่ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ต้องได้รับการรับรองมาตรฐานฟาร์มเลี้ยงสัตว์จากกรมปศุสัตว์ มีสัตวแพทย์ควบคุมการใช้ยาและผสมยาในอาหารสัตว์ในฟาร์มเลี้ยง เก็บตัวอย่างเพื่อเฝ้าระวังเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพในสัตว์ ส่งเสริมการใช้ยาต้านจุลชีพในฟาร์มอย่างสมเหตุสมผล ส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์แบบไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ ส่งเสริมการใช้สมุนไพรและผลิตภัณฑ์ทางเลือก รวมถึงประชาสัมพันธ์และสร้างความตระหนักแก่เกษตรกรเกี่ยวกับเชื้อดื้อยา สำหรับโรงฆ่าสัตว์ต้องได้รับอนุญาตอย่างถูกกฎหมายและมีระบบมาตรฐาน เก็บตัวอย่างเพื่อเฝ้าระวังการดื้อยาของเชื้อจุลชีพ และมีพนักงานตรวจโรคสัตว์กำกับดูแล รวมถึงสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ ได้แก่ เก็บตัวอย่างเนื้อสัตว์เพื่อเฝ้าระวังเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ ตรวจสอบการตกค้างของยาปฏิชีวนะในสินค้าปศุสัตว์ และส่งเสริมให้มีมาตรฐานของสถานที่จำหน่ายสินค้าปศุสัตว์ (ปศุสัตว์ OK) ซึ่งเป็นการดูแลตลอดห่วงโซ่การผลิต

ทั้งนี้ OIE ระบุว่าภาวะดื้อยาต้านจุลชีพส่งผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์เป็นวงกว้าง เมื่อยาต้านจุลชีพปัจจุบันใช้ไม่ได้ผลต้องผลิตยาใหม่ แต่การวิจัยและพัฒนายาใหม่ไม่ทันต่อความรุนแรงของเชื้อดื้อยาที่ปรับตัวเองให้ทนต่อยามากขึ้น อาจรักษาไม่หาย หรือยาใหม่มีราคาแพง รวมทั้งมีผลข้างเคียงรุนแรง ดังนั้น ภาคปศุสัตว์จึงต้องมียุทธศาสตร์การจัดการใช้เชื้อจุลชีพที่เหมาะสม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของการลดการแพร่กระจายของเชื้อดื้อยาทั่วโลก.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

ไทยตอนบนอากาศร้อน เตือนระวังพายุฤดูร้อน

กรมอุตุฯ รายงานไทยตอนบนอากาศร้อน เตือนระวังพายุฤดูร้อน ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง

ค้นหาผู้สูญหายตึกถล่ม

เร่งปรับแผนค้นหาผู้สูญหายตึก สตง.ถล่ม

เกือบ 200 ชั่วโมง ปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายติดใต้ซากตึกถล่ม K9 เห่าส่งสัญญาณพบกลิ่นมนุษย์เพิ่มในโซน B แต่ยังอยู่ในจุดที่เข้าถึงยาก เจ้าหน้าที่เร่งปรับแผนให้เข้าถึงได้เร็วขึ้น

ค้นหาผู้สูญหายตึกถล่ม

ทีมกู้ภัย USAR จากแคนาดา ถึงจุดตึกถล่ม ช่วยค้นหาผู้สูญหาย

ทีมกู้ภัย USAR จากแคนาดา ถึงอาคารกำลังสร้างของ สตง.ที่ถล่มแล้ว พร้อมช่วยเหลือกู้ภัยไทยในการค้นหาผู้สูญหาย

ค้นหาตึกถล่ม

ฉีดน้ำเครื่องจักรลดความร้อน-ไม่หมดหวังค้นหาผู้รอดชีวิต

ทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต หรือ MCATT ลงพื้นที่ดูแลญาติผู้สูญหายจากตึก สตง.ถล่ม ขณะที่เจ้าหน้าที่ทีมค้นหายังคงเดินหน้าทำงานอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัด