สนช.ผ่านร่าง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ 3 วาระรวด

รัฐสภา 5 ก.ค.-ที่ประชุม สนช.มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ 3 วาระรวด ขณะที่รองนายกรัฐมนตรี ยืนยัน การแก้ไขกฎหมายนี้ เป็นการปฏิรูปองค์กรสงฆ์และพระพุทธศาสนาให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย


การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ และพิจารณา 3 วาระรวด 

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การปรับปรุงกฎหมายนี้ จะเป็นการปฏิรูปองค์กรสงฆ์อย่างชัดเจนในการแก้ไขปัญหา ทำให้ประชาชนเกิดการยอมรับ พร้อมชี้ให้เห็นถึงจุดอ่อนขององค์ประกอบคณะกรรมการมหาเถรสมาคมที่ระยะหลัง สมเด็จพระราชาคณะ มักจะชราภาพ และอาพาธ ทำให้ไม่สามารถเข้าประชุมได้ นอกจากนี้ แม้ว่าจะกำหนดวาระให้คณะกรรมการฯ ปฏิบัติหน้าที่ 2 ปี แต่ในหลักการของสงฆ์ คณะกรรมการฯ ก็ยังอยู่ตำแหน่งต่อไปได้หากไม่มีใครคัดค้าน ดังนั้น หากจะมุ่งหวังให้มหาเถรสมาคมเป็นผู้นำในการปฏิรูปคณะสงฆ์จึงต้องปรับปรุงคุณสมบัติและที่มาของคณะกรรมการฯ ด้วยการกลับไปพิจารณารูปแบบของพระราชบัญญัติในสมัยรัชกาลที่ 5 ตามโบราณราชประเพณี ยืนยันว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้ได้รับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแล้ว และ นายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการเท่านั้น ไม่สามารถถวายความเห็นใด ๆ ได้ตามที่หลายฝ่ายกังวลว่า นายกรัฐมนตรีที่มาจากรัฐบาลปกติจะแทรกแซงการแต่งตั้ง 


ด้านนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่าการแก้ไขกฎหมายนี้ เพื่อให้การคุ้มครองพระพุทธศาสนาเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเหมาะสม มีสาระสำคัญ เป็นการกำหนดให้พระมหากษัตริย์มีพระราชอำนาจในการแต่งตั้งสถาปนา และถอดถอนสมณศักดิ์ของพระภิกษุในคณะสงฆ์ เพื่อให้เป็นไปตามโบราณราชประเพณี รวมถึงให้ยกเลิกองค์ประกอบกรรมการมหาเถรสมาคมโดยตำแหน่ง แต่ยังคงให้มีกรรมการอื่นนอกจากประธานกรรมการในจำนวนเท่าเดิมคือ 20 รูป แล้วนำทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระมหากษัตริย์ให้ทรงแต่งตั้งจากพระภิกษุผู้มีพรรษาอันสมควร และมีจริยวัตรที่เหมาะสมแก่การปกครองคณะสงฆ์ และมีพระบรมราชโองการให้กรรมการดังกล่าวพ้นจากตำแหน่งได้ 

ขณะที่ สมาชิก สนช.ต่างสนับสนุนรัฐบาลในการปรับปรุงแก้ไขร่างกฎหมายนี้ เนื่องจากที่ผ่านมามีการแสวงหาผลประโยชน์จากสงฆ์ จนทำให้พระพุทธศาสนากำลังประสบปัญหาในหลายด้าน จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลและ สนช.ที่จะร่วมมือกันแก้ไขปัญหานี้   นอกจากนี้ยังเห็นว่าการแก้ไของค์ประกอบของคณะกรรมการมหาเถรสมาคม เป็นการแก้ไขปัญหาที่ตรงประเด็น โดยเฉพาะปัญหาการไม่ยอมรับจากพุทธศาสนิกชน

ทั้งนี้ ที่ประชุม สนช.มีมติเอกฉันท์รับหลักการร่างพระราชบัญญัติคณะสงฆ์วาระแรกด้วยคะแนน 216 เสียงงดออกเสียง 4 เสียง จากนั้นได้พิจารณาวาระที่ 2 และ 3 ต่อในทันที ก่อนจะมีมติเอกฉันท์เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ด้วยคะแนน 217 เสียง งดออกเสียง 4 เสียง.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

สิ้น “ผ่องศรี วรนุช” ศิลปินแห่งชาติ วัย 85 ปี

วงการบันเทิงเศร้า “ผ่องศรี วรนุช” ศิลปินแห่งชาติ ราชินีลูกทุ่งคนแรกของไทย จากไปอย่างสงบ ในวัย 85 ปี หลังป่วยมะเร็งปอดและเข้ารับการรักษามาระยะหนึ่ง

Trump signs order on new tariffs

สหรัฐเริ่มแล้วเก็บภาษี 10% สินค้านำเข้าจากทั่วโลก

วอชิงตัน 6 เม.ย.- ศุลกากรสหรัฐเริ่มมาตรการเก็บภาษีในอัตราร้อยละ 10 กับสินค้านำเข้าทั้งหมดจากทั่วโลกแล้วตั้งแต่วันเสาร์ตามเวลาสหรัฐ ก่อนที่จะเก็บภาษีเพิ่มกับแต่ละประเทศในสัปดาห์หน้า อัตราภาษีพื้นฐานร้อยละ 10 มีผลกับสินค้าทั้งหมดที่นำเข้าสหรัฐผ่านด่านทางทะเล ทางอากาศ และโกดังของศุลกากรตั้งแต่เวลา 00.01 น.วันที่ 5 เมษายน 2568 ตามเขตเวลาตะวันออก ตรงกับเวลา 11.01 น.วันเดียวกันตามเวลาไทย อย่างไรก็ดี สินค้าที่ถูกลำเลียงแล้วหรืออยู่ระหว่างขนส่งเข้าสหรัฐก่อนเวลาดังกล่าวจะได้รับการผ่อนผันไม่ถูกเก็บภาษีร้อยละ 10 โดยต้องมาถึงสหรัฐภายในวันที่ 27 พฤษภาคมหรือภายใน 51 วัน ส่วนภาษีที่สหรัฐจะเรียกเก็บเพิ่มจากแต่ละประเทศในอัตราที่แตกต่างกัน มีตั้งแต่ร้อยละ 11 ไปจนถึงร้อยละ 50 จะเริ่มมีผลตั้งแต่เวลา 00.01 น.วันที่ 9 เมษายน 2568 ตามเขตเวลาตะวันออก ซึ่งขณะนี้ช้ากว่าไทย 11 ชั่วโมงเนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูร้อน โดยไทยจะถูกเรียกเก็บเพิ่มในอัตราร้อยละ 36 สำหรับสินค้าประมาณ 1,000 ประเภทที่ได้รับการยกเว้นจากมาตรการภาษีใหม่ของสหรัฐ เช่น ยา ยูเรเนียม เซมิคอนดักเตอร์ รัฐบาลสหรัฐกำลังพิจารณาเรื่องอัตราภาษีใหม่ที่จะใช้กับสินค้าเหล่านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ […]

ทีมกู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้เพิ่ม

วันที่ 9 ของภารกิจค้นหาผู้ติดค้างใต้ซากตึก สตง. เจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่ส่วนอื่นๆ นำกำลังเข้าพื้นที่ค้นหา ล่าสุดสามารถนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้เพิ่ม

นายกฯ ส่ง “พิชัย” รองนายกฯ บินด่วนเจรจาสหรัฐ

นายกฯ ออกแถลงการณ์ท่าทีไทยกับนโยบายการค้าของสหรัฐ ส่ง “พิชัย” รองนายกฯ บินด่วนเจรจาสหรัฐ ยันไทยไม่ใช่แค่ผู้ส่งออก แต่คือพันธมิตรและหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่เชื่อถือได้ในระยะยาว