ธปท.คงประมาณการณ์ส่งออกปีนี้ติดลบร้อยละ 2.5

รร.คอนราด  27 ก.ย. –  ผู้ว่าฯ ธปท.เผยยังคงประมาณการณ์ส่งออกปีนี้ติดลบร้อยละ 2.5 เหตุเศรษฐกิจโลกและตลาดส่งออกหลักยังเปราะบาง ส่วนปี  60  ติดลบร้อยละ 0.5


นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. กล่าวภายหลังปาฐกถาพิเศษ “Thailand agenda 2030 : วิสัยทัศน์การพัฒนาใหม่สู่ประเทศไทย” ในงาน  “Thailand SDGs Forum # 3 Thailand sustainability journey”  ถึงตัวเลขการส่งออกเดือนสิงหาคม 2559 ที่ปรับตัวสูงขึ้นถึงร้อยละ 6.5 ซึ่งเป็นการบวกครั้งแรกในรอบ 5 เดือน ว่า ถือเป็นข่าวดีที่การส่งออกปรับตัวสูงขึ้น แต่ยังต้องติดตามการส่งออกเดือนที่เหลืออย่างต่อเนื่องและต้องมองระยะยาว เพราะยังต้องระมัดระวังตลาดต่างประเทศ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังเปราะบางไม่กระจายตัว บางตลาดมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นและบางตลาดคำสั่งซื้อทรงตัว ซึ่ง ธปท.ยังคงประมาณการณ์ส่งออกปีนี้ติดลบร้อยละ 2.5 ส่วนปีหน้าติดลบร้อยละ 0.5

ส่วนกรณีที่ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย หรือเอดีบี ปรับเพิ่มการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยปี 2559 จากร้อยละ 3 เป็นร้อยละ 3.2  นั้น สอดคล้องกับ ธปท.ได้ปรับเพิ่มจีดีพีไทยก่อนหน้านี้ที่ว่าจะขยายตัวร้อยละ 3.2 จากเดิมร้อยละ 3.1 ซึ่งยังต้องจับตาการบริโภคในประเทศว่าจะขยายตัวดีหรือไม่ ซึ่งการจะทำให้การบริโภคขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องมีหลายมาตรการ โดยต้องมีการสร้างความมั่นใจว่าประชาชนจะมีรายได้มั่นคงและส่งเสริมให้มีการจ้างงาน การลงทุนมากขึ้น ซึ่งอาจต้องมีการแก้กฎเกณฑ์ที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน ส่วนการที่แรงงานขอปรับขึ้นค่าแรงเป็น 360 บาทต่อวัน หากมีการปรับขึ้นจริงจะกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อ แต่จะกระตุ้นการบริโภคดีแค่ไหนจะต้องติดตามต่อไป


นายวิรไท กล่าวด้วยว่า การพัฒนาเศรษฐกิจจะดูแต่ตัวเลขการขยายตัวของจีดีพีอย่างเดียวไม่ได้ ต้องคำนึงถึงความยั่งยืนและการแก้ปัญหาระยะกลางระยะยาว เพื่อจะให้อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยโตได้ตามศักยภาพ โดยต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับปัญหากับดักเชิงโครงสร้างหลายด้านทั้งระดับความสามารถทางเทคโนโลยีที่ต่ำลง การขาดประสิทธิภาพของระบบราชการ โครงสร้างประชากรมีข้อจำกัด จำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น คาดว่าในอีก 15 ปีข้างหน้าประชากรไทย 4 คนจะมีผู้สูงอายุ 1 คน ดังนั้นรัฐบาลและพรรคการเมืองต้องให้ความสำคัญในการดูแลผู้สูงอายุและรีบแก้ปัญหาให้หลุดจากกับดักดังกล่าวก่อนที่สถานการณ์รุนแรงมากขึ้น .- สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

นายกฯ เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัยตึก สตง.ถล่ม

นายกรัฐมนตรี เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัย ค้นหาผู้สูญหายเหตุตึก สตง.ถล่ม พร้อมสอบถามถึงอุปสรรคในการทำงานและความต้องการเพิ่มเติม

นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

นายกรัฐมนตรี วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2568 ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า

เครื่องจักรหนักทำงานต่อ เน้นรื้อถอนซากอาคาร โซน D

ช่วงบ่ายวันนี้ เครื่องจักรหนักเริ่มทำงานต่อ เน้นเคลียร์รื้อถอนซากอาคาร โซน D พร้อมเจาะหาโพรงเข้าหาผู้สูญหายเพิ่ม