มุมมองผู้ทำธุรกิจรถโดยสาร 2 ชั้น

กรุงเทพฯ 27 มี.ค. – หลังจากเมื่อวานนี้ กรมการขนส่งทางบก ออกมาตรการควบคุมรถโดยสาร 2 ชั้น ประเภทเช่าเหมา ให้วิ่งได้บางพื้นที่ เช่น เฉพาะภายในจังหวัด ไม่ข้ามระหว่างภูมิภาค หรือไม่ใช้เส้นทางลาดชัน ผู้ทำธุรกิจให้บริการรถโดยสาร 2 ชั้น เห็นด้วยกับมาตรการเพื่อความปลอดภัยในหลายเรื่อง และขอให้รัฐช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนพนักงานขับรถที่มีประสบการณ์



การตรวจเช็กแอลกอฮอล์ในร่างกายของพนักงานขับรถก่อนการเดินทาง ถือเป็นขั้นตอนแรกของบริษัทให้บริการรถโดยสารไม่ประจำทางแห่งนี้ เพื่อตรวจสอบว่า พนักงานขับรถพร้อมปฏิบัติงานหรือไม่ และยังตรวจความพร้อมของรถ เช่น เครื่องยนต์ สภาพล้อ และระบบแตร ให้มีสภาพสมบูรณ์ ก่อนสตาร์ทรถต้องสแกนใบขับขี่ เพื่อบันทึก ก่อนส่งต่อข้อมูลไปยังกรมการขนส่งทางบกว่า ใครเป็นผู้ขับรถ


พนักงานขับรถที่ยึดอาชีพนี้มากว่า 15 ปี บอกว่า การขับรถโดยสาร 2 ชั้น ต้องใช้ประสบการณ์ ต้องรู้จักระบบการทำงานของรถ และไม่ใช่ใครก็ได้ที่ขับรถทัวร์ได้ ที่สำคัญยังต้องชำนาญเส้นทาง โดยเฉพาะจุดเสี่ยงที่อาจเกิดอุบัติเหตุ เช่น ทางลงเขา


ปีที่แล้ว กรมการขนส่งทางบก มีการปรับเกณฑ์จดทะเบียนรถโดยสาร 2 ชั้น จาก 4.30 เมตร เป็นสูงไม่เกิน 4 เมตร มีผลบังคับใช้เมื่อเดือนมีนาคม 2560 และยังกำหนดให้รถที่มีความสูงตั้งแต่ 3 เมตรครึ่งขึ้นไป ต้องผ่านเกณฑ์ทดสอบการทรงตัวไม่น้อยกว่า 30 องศา ติดตั้งระบบจีพีเอส การเดินรถแบบเรียลไทม์ และล่าสุดเมื่อวานนี้ (26 มี.ค.) มีการประชุมที่กรมฯ วางมาตรการควบคุมเส้นทางวิ่งของรถโดยสาร 2 ชั้น เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ และจะทยอยลดจำนวนรถโดยสาร 2 ชั้น จนหมดจากระบบ 

อุปนายกสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย และทำธุรกิจให้บริการรถโดยสารไม่ประจำทาง ให้ข้อมูลว่า ทุกครั้งที่มีลูกค้าติดต่อจ้างเหมารถของบริษัท เขาจะตรวจสอบเส้นทางจนถึงจุดหมายปลายทางว่า มีจุดเสี่ยงหรือไม่ มีการติดจีพีเอสบนรถทุกคัน เพื่อดูความเร็วแบบออนไลน์ และมีเสียงแจ้งเตือนเมื่อรถเร็วเกินกำหนด

เขามองว่า การควบคุมให้รถทัวร์ 2 ชั้น วิ่งได้บางเส้นทาง เป็นวิธีที่ช่วยลดอุบัติเหตุได้ โดยเฉพาะเส้นทางที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง หรือเส้นทางที่มีความลาดชันมาก และยังการเสนอให้รัฐจัดศูนย์สอนการขับรถโดยสารสาธารณะ เพราะปัจจุบันมีปัญหาขาดแคลนพนักงานขับรถที่มีประสบการณ์ ส่วนที่มีอยู่มีจำนวนมากที่ไม่ได้มาตรฐาน และมีความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ 

อุปนายกสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย บอกด้วยว่า แม้กรมการขนส่งทางบกไม่ให้มีการจดทะเบียนรถโดยสาร 2 ชั้น มาตั้งแต่ปี 2559 แล้ว และพยายามจะทยอยลดจำนวนรถ แต่ที่ผ่านมาลูกค้าที่มาใช้บริการมักเลือกเจาะจงเป็นรถโดยสาร 2 ชั้น เพราะมีพื้นที่เยอะ จุคนได้มาก ขณะที่มีข้อมูลว่า มีรถโดยสารไม่ประจำทาง 2 ชั้น ในระบบกว่า 5,000 คัน ส่วนใหญ่เป็นรถรุ่นเก่าที่เป็นรถจดประกอบ ใช้งานมานานหลายปี คนขับรถประสบการณ์น้อย ซึ่งอาจเกิดอุบัติเหตุซ้ำได้ทุกเมื่อ. – สำนักข่าวไทย

ชมผ่านยูทูบ

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

นายกฯ เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัยตึก สตง.ถล่ม

นายกรัฐมนตรี เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัย ค้นหาผู้สูญหายเหตุตึก สตง.ถล่ม พร้อมสอบถามถึงอุปสรรคในการทำงานและความต้องการเพิ่มเติม

ปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

รองผู้ว่าฯ กทม. เผยยอดผู้เสียชีวิตเหตุตึกถล่ม ที่ผ่านการพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว อยู่ที่ 16 ราย และอยู่ระหว่างการค้นหาอีก 78 ราย พร้อมแจงปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

นายกรัฐมนตรี วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2568 ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า