รฟท.สั่งดำเนินคดีหนักคนร้ายปาของแข็งใส่ขบวนรถไฟ

กรุงเทพฯ  4 ต.ค. – รฟท.สั่งดำเนินคดีหนักคนร้ายปาของแข็งใส่ขบวนรถไฟระหว่างสถานีคลองตัน-หัวหมาก ทำให้ผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บ 2 ราย พร้อมขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่ตำรวจจัดชุดตระเวณตรวจดูจุดสุ่มเสี่ยงป้องกันเหตุซ้ำสอง 


นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการรถแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยถึงกรณีมีเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้ของแข็งขว้างปาเข้าใส่ขบวนรถไฟที่ 277 ขณะทำการเดินรถถึงระหว่างสถานนีคลองตัน-หัวหมาก ส่งผลให้ผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ว่า รฟท.ขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและหลังจากเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ประจำขบวนรถเร่งดูแลผู้โดยสารที่ได้รับบาดเจ็บทันที พร้อมประสานไปยังโรงพยาบาลตำรวจเพื่อขอส่งตัวผู้โดยสารไปรักษาเป็นการด่วน  แต่ผู้โดยสารไม่ประสงค์เดินทางไปรับการรักษา เพราะต้องการเดินทางต่อให้ถึงที่หมาย เจ้าหน้าที่จึงขอชุดยาสามัญจากสถานีหัวหมาก เพื่อปฐมพยาบาลขั้นต้นแก่ผู้บาดเจ็บและให้เดินรถต่อเพื่อส่งถึงที่หมายต่อไป

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าเป็นการกระทำที่ร้ายแรงและเข้าข่ายความผิดทางอาญา จึงสั่งการให้นายสถานีรถไฟแจ้งความดำเนินคดีในสถานีตำรวจในพื้นที่แล้ว เพื่อให้เร่งดำเนินการจับกุมคนร้ายให้ถึงที่สุด พร้อมขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่ตำรววจส่งชุดสายตรวจดูแลความเรียบร้อยในจุดที่เคยเกิดเหตุคนร้ายนำของแข็ง หรือก้อนหินขว้างปาเข้าใส่ขบวนรถไฟ หรือจุดสุ่มเสี่ยงที่อาจเกิดเหตุขึ้นในทุกพื้นที่ด้วยป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายซ้ำขึ้นอีก


“รฟท.จะไม่ยอมให้เหตุการณ์นี้เงียบหายไปเด็ดขาดและขอความร่วมมือให้ผู้พบเห็นช่วยแจ้งเบาะแส พร้อมทั้งให้ช่วยคอยตักเตือน และแนะนำให้บุคคลใกล้ชิดอย่าทำพฤติกรรมเช่นนี้อีกเด็ดขาด เพราะนอกจากจะเป็นคดีอาญา สร้างความเสียหายต่อ รฟท.และทรัพย์สินทางราชการแล้ว ประการสำคัญยังกระทบต่อความปลอดภัยของผู้โดยสารที่ต้องมาเสี่ยงอันตรายจากเหตุที่ไม่สมควรเกิดขึ้น ซึ่งยังกระทบต่อสภาพจิตใจให้เกิดความหวาดกลัวในการเดินทางอีก” ผู้ว่าฯ รฟท.กล่าว

นายวุฒิชาติ กล่าวต่อว่า รฟท.คำนึงถึงความปลอดภัยแก่สวัสดิภาพในการเดินทางของผู้โดยสารอย่างเต็มที่ ซึ่งตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2559 ได้จัดทำประกันอุบัติเหตุผู้โดยสารรถไฟไทยกับบริษัท เมืองไทยประกันภัย  สำหรับคุ้มครองการเดินทางของผู้โดยสารรถไฟและเจ้าหน้าที่ รฟท.ที่ปฏิบัติหน้าที่บนขบวนรถ หรือขณะกำลังขึ้น-ลงขบวนรถที่เดินทางทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ผู้โดยสารทั้ง 2 ราย จะได้รับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสูงสุดรายละ 30,000 บาท หรือหากเป็นเหตุการณ์อื่นที่ร้ายแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนรถไฟ หรือที่เกิดจากรถไฟจะได้เงินค่าสินไหมถึงรายละ 300,000 บาท  ดังนั้น เมื่อซื้อตั๋วโดยสารทุกครั้ง จึงขอให้ผู้โดยสารแสดงบัตรประชาชนต่อเจ้าหน้าที่จำหน่ายตั๋ว เพื่อบันทึกเลขบัตรลงในตั๋วโดยสารสำหรับไว้ใช้เป็นหลักฐานในการเรียกเงินประกันภัยต่อไป.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

สั่งย้ายครูแบทแมน

สั่งเด้ง “ครูแบทแมน” ถ่ายคลิปไม่เหมาะสมในโรงเรียน

กัน จอมพลัง บุก ก.ศึกษาธิการ ร้องเอาผิดครูชายสวมหน้ากากแบทแมน ถ่ายคลิปไม่เหมาะสมในโรงเรียน จ.อุทัยธานี ล่าสุดสั่งย้าย “ผอ.โรงเรียน-ครูแบทแมน” เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ด้าน “สส.ชาดา-กัน จอมพลัง” ลงพื้นที่ ขีดเส้นตายสอบเอาผิด

แม่อดีตครูสาว ยังติดใจสาเหตุ หลังพบศพในรถลานจอด รพ.

“น้องกิ๊ฟ” อดีตครูหายตัวไปเกือบ 1 เดือน พบอีกทีเป็นร่างไร้วิญญาณในรถยนต์บนลานจอดของโรงพยาบาล ญาติยังติดใจสาเหตุวอนตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิด ไขข้อสงสัย

สั่งจำคุก “อัจฉริยะ” 2 เดือน ไม่รอลงอาญา คดีละเมิดอำนาจศาล

ศาลอาญาสั่งจำคุก “อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์” 2 เดือน ไม่รอลงอาญา ฐานละเมิดอำนาจศาล เผยแพร่เอกสารสรุปย่อคำพิพากษาต่อสื่อมวลชนโดยไม่ได้รับอนุญาต

ข่าวแนะนำ

เคลื่อน 18 ศพเหยื่อบัสมรณะ ถึงบ้านเกิด ญาติร่ำไห้อาลัย

เจ้าหน้าที่กู้ภัยเคลื่อนร่างผู้เสียชีวิต 18 ราย จากเหตุรถบัสพลิกคว่ำ ถึงวัดป่าวิเวกธรรมคุณ อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของญาติที่รอรับศพ

สำรวจจุดเกิดเหตุรถบัสมรณะ 18 ศพ

ทีมข่าวลงพื้นที่จุดเกิดเหตุรถบัสมรณะ 18 ศพ พบว่ารถคันดังกล่าวฝ่าฝืนคำสั่งไม่ยอมจอดพักรถและลงชื่อก่อนจุดเกิดเหตุ 1 กิโลเมตร ทำให้รถเกิดเบรกแตกไหลลงเขาจนเกิดโศกนาฏกรรม

นายกฯ เรียก “รมต.จิราพร-ผบ.ตร.” ถกปราบบุหรี่ไฟฟ้า

“แพทองธาร” นายกฯ เรียก “รมต.จิราพร-ผบ.ตร.” ประชุมปราบปราม “บุหรี่ไฟฟ้า” ขีดเส้น 30 วัน ดำเนินการให้เด็ดขาด สั่งเข้มห้ามขายใกล้สถานศึกษา ต้องจัดการผู้นำเข้า

รถบัสดูงานคว่ำ

เร่งหาสาเหตุรถบัสคณะดูงานบึงกาฬ พลิกคว่ำทางลงเขาศาลปู่โทน

เจ้าหน้าที่เร่งกู้ซากรถบัสคณะดูงานเทศบาลบึงกาฬ เสียหลักพลิกคว่ำบริเวณทางลงเขาศาลปู่โทน จ.ปราจีนบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 18 คน บาดเจ็บอีกจำนวนมาก พร้อมเร่งหาสาเหตุของอุบัติเหตุ หลังมีรายงานว่าตอนลงเขารถบัสใช้ความเร็วเกิน 100 กม./ชม.