เหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์เฮได้รับเงินคืนหลังธนาคารยับยั้งเงินได้

กรุงเทพฯ 12 ม.ค.- เหยื่อแก็งคอลเซ็นเตอร์เฮ  ธนาคารและ ปปง.คืนเงินที่ยับยั้งจากการถูกแก็งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวง ซึ่งวันนี้มีเหยื่อเข้ารับเงิน 3 ราย เงินกว่า 1 ล้านบาท จากสถิติมีเหยื่อถูกหลอกและโอนเงินในรอบ 2 เดือนที่ผ่านมาถึง 157 ราย เสียหายกว่า 4 ล้านบาท


พลตำรวจเอกธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจโทสาคร ทองมุณี ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รับมอบเงินจากนายพีระพัฒน์ อิงพงษ์พันธ์ ผู้อำนวยการกองคดี 1 ผู้แทนสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ร่วมกับผู้แทนธนาคารต่างๆ ที่สามารถยับยั้งการถอนจากมิจฉาชีพได้ รอบที่ 2 จำนวน 316,010 บาท เพื่อบรรเทาความเสียหายให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือนร้อนจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งก่อนหน้านี้ ปปง. มีการส่งมอบเงินของผู้เสียหายบางส่วนที่สามารถยับยั้งการถอนได้จำนวน 3 ราย เป็นเงิน 1,494,329 บาท 

ทั้งนี้มีผู้แจ้งผ่านสายด่วน ปปง. 1710 ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 ถึง 11 มกราคม 2561 มีผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินจำนวน 157 ราย เหตุเกิดและรีบแจ้ง 56 ราย เหตุเกิดแล้วแจ้งภายหลัง 101 ราย รวมมูลค่าความเสียหาย 67,180,092.77 บาท สามารถยับยั้งและช่วยเหลือได้ 18 ราย มูลค่า 4,218,832.65 บาท


จากข้อมูลศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ ปปง. ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จำนวน 167 ราย สามารถออกหมายจับผู้ต้องหาได้ 275 ราย จับกุมได้แล้ว 162 ราย อยู่ระหว่างสืบสวนติดตาม 113 ราย ซึ่งจากการวิเคราะห์แผนประทุษกรรมของกลุ่มผู้ต้องหา พบว่า การใช้โทรศัพท์หลอกลวงผู้เสียหายมีการโทรศัพท์ผ่านระบบการสื่อสาร VOIP จากต่างประเทศ  และมีการแปลงเลขหมายที่ปรากฎเป็นหมายเลขโทรศัพท์ของหน่วยงานรัฐเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ อาทิ หมายเลขโทรศัพท์ของสถานีตำรวจ ที่ทำการไปรษณีย์ ศาลที่มีเลขหมายซ้ำกัน จำนวน 50 หมายเลข ทำให้ประชาชนหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อสูญเสียทรัพย์สินเป็นเงินจำนวนมาก ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงขอความร่วมมือจาก กสทช. และผู้ให้บริการโทรศัพท์ในประเทศ กำหนดแนวทางในการแก้ปัญหาดังกล่าว โดยจะปิดกั้นสัญญาณโทรศัพท์จากหมายเลขที่คนร้ายใช้โทรจากต่างประเทศมาหลอกลวงผู้เสียหาย

ซึ่งในวันนี้มีผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เดินทางมารับมอบเงินคืนจำนวน 11 ราย จำนวน 1,641,265.47 บาท โดยผลการปฏิบัติงานในการอายัติเงินของผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงสามารถอายัติเงินคืนให้ผู้เสียหายได้จำนวน 21 ราย รวมเป็นเงิน 5,518,894.47 บาท.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ คาดโซน C พบผู้เสียชีวิตมากสุด

เข้าสู่วันที่ 10 ค้นหาผู้ประสบภัยในซากตึก สตง.ถล่ม “ผู้ว่าฯ ชัชชาติ” คาดโซน C น่าจะพบผู้เสียชีวิตมากที่สุด เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตบริเวณนี้ประมาณ 10-20 ร่าง ด้าน “ช่างเบิร์ด” ที่ทำงานวางระบบไฟฟ้า เผยเจรจากับบริษัทผู้จ้างมาแล้ว 3 ครั้ง แต่จนถึงวันนี้ยังไม่ได้รับเงินที่ค้างอยู่

สิ้น “ผ่องศรี วรนุช” ศิลปินแห่งชาติ วัย 85 ปี

วงการบันเทิงเศร้า “ผ่องศรี วรนุช” ศิลปินแห่งชาติ ราชินีลูกทุ่งคนแรกของไทย จากไปอย่างสงบ ในวัย 85 ปี หลังป่วยมะเร็งปอดและเข้ารับการรักษามาระยะหนึ่ง

Trump signs order on new tariffs

สหรัฐเริ่มแล้วเก็บภาษี 10% สินค้านำเข้าจากทั่วโลก

วอชิงตัน 6 เม.ย.- ศุลกากรสหรัฐเริ่มมาตรการเก็บภาษีในอัตราร้อยละ 10 กับสินค้านำเข้าทั้งหมดจากทั่วโลกแล้วตั้งแต่วันเสาร์ตามเวลาสหรัฐ ก่อนที่จะเก็บภาษีเพิ่มกับแต่ละประเทศในสัปดาห์หน้า อัตราภาษีพื้นฐานร้อยละ 10 มีผลกับสินค้าทั้งหมดที่นำเข้าสหรัฐผ่านด่านทางทะเล ทางอากาศ และโกดังของศุลกากรตั้งแต่เวลา 00.01 น.วันที่ 5 เมษายน 2568 ตามเขตเวลาตะวันออก ตรงกับเวลา 11.01 น.วันเดียวกันตามเวลาไทย อย่างไรก็ดี สินค้าที่ถูกลำเลียงแล้วหรืออยู่ระหว่างขนส่งเข้าสหรัฐก่อนเวลาดังกล่าวจะได้รับการผ่อนผันไม่ถูกเก็บภาษีร้อยละ 10 โดยต้องมาถึงสหรัฐภายในวันที่ 27 พฤษภาคมหรือภายใน 51 วัน ส่วนภาษีที่สหรัฐจะเรียกเก็บเพิ่มจากแต่ละประเทศในอัตราที่แตกต่างกัน มีตั้งแต่ร้อยละ 11 ไปจนถึงร้อยละ 50 จะเริ่มมีผลตั้งแต่เวลา 00.01 น.วันที่ 9 เมษายน 2568 ตามเขตเวลาตะวันออก ซึ่งขณะนี้ช้ากว่าไทย 11 ชั่วโมงเนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูร้อน โดยไทยจะถูกเรียกเก็บเพิ่มในอัตราร้อยละ 36 สำหรับสินค้าประมาณ 1,000 ประเภทที่ได้รับการยกเว้นจากมาตรการภาษีใหม่ของสหรัฐ เช่น ยา ยูเรเนียม เซมิคอนดักเตอร์ รัฐบาลสหรัฐกำลังพิจารณาเรื่องอัตราภาษีใหม่ที่จะใช้กับสินค้าเหล่านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ […]

ทีมกู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้เพิ่ม

วันที่ 9 ของภารกิจค้นหาผู้ติดค้างใต้ซากตึก สตง. เจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่ส่วนอื่นๆ นำกำลังเข้าพื้นที่ค้นหา ล่าสุดสามารถนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้เพิ่ม