พม.-เครือข่าย ร่วมรณรงค์ยุติความรุนแรงเด็ก-สตรีฯ

พม.16 พ.ย.-พม.ร่วมกับเครือข่าย จัดงานรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรีและคนในครอบครัว เนื่องในเดือน พ.ย.เป็นเดือนรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี ขณะที่ผลสำรวจพบปี 60 ความรุนแรงด้านจิตใจด้วยวาจาจากคนในครอบครัว พุ่งสูงถึงร้อยละ 33 


พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานเปิดงานรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และคนในครอบครัว ประจำปี 2560 มีคณะแพทย์จาก รพ.รามาธิบดี และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. พร้อมทั้ง น.ส.ฉัตรฑิรา มิชชาส์Miss Tourism Queen Thailand 2017 ในฐานะทูต วัฒนธรรมและสิทธิสตรีประจำภาคตะวันออก และ น.ส.วิชิดา น่วมสอน รองอันดับ 3 ทูตวัฒนธรรมและสิทธิสตรีประจำภาคกลาง ร่วมเดินขบวนรณรงค์ ปีนี้ใช้แนวคิดสร้างครอบครัวไร้ความรุนแรงด้วยสื่อสารที่สร้างสรรค์ ตามคำขวัญ “หยุด!คำร้ายทำลายครอบครัว” 


รมว.พม.กล่าวว่า ครม.มีมติเมื่อ 29 มิ.ย.2542 เห็นชอบให้เดือน พ.ย.ของทุกปีเป็นเดือนรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 โดยแสดงออกเชิงสัญลักษณ์นำ “ริบบิ้นขาว”แสดงออกถึงการไม่ยอมรับ ไม่นิ่งเฉย ไม่กระทำรุนแรงต่อสตรี” เหตุการณ์ความรุนแรงในครอบครัวส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้น คือ การใช้วาจาที่ไม่เหมาะสมระหว่างบุคคลในครอบครัว โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว สค. ทำแบบสำรวจ 10 คำร้ายทำลายครอบครัว ได้แก่ ไปตายซะ  ร้อยละ 20.4 ,เลว ร้อยละ 19 , แกไม่น่าเกิดเป็นลูกฉันเลย ร้อยละ 16.5 , ไอ้ตัวปัญหา/ตัวซวย ร้อยละ 14.8 ฯลฯ 


ขณะที่สถานการณ์ความรุนแรงจากคนในครอบครัวจำนวน749 เหตุการณ์ ความรุนแรงด้านร่างกายยังพุ่งสูง ร้อยละ 55 , วาจาด่าทอ/ดูถูก ร้อยละ 19 , ขู่บังคับ ร้อยละ 13

นอกจากนี้ผลสำรวจจากผู้ประสบปัญหาความรุนแรงในครอบครัว 2,280 ครัวเรือน โดยศูนย์จัดการความรุนแรงในครอบครัว คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี พบว่า สถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัว ปี 2560 เกิดจากการทำความรุนแรงด้านจิตใจด้วยการด่าทอขู่ บังคับ ทำให้อับอาย พุ่งสูง ขึ้น จากปีก่อนถึงร้อยละ 33 ส่วนความรุนแรงด้านร่างกายและทางเพศ ร้อยละ 9 และ 4 ตามลำดับ ซึ่งการรณรงค์ยุติความรุนแรงในครอบครัวต้องอาศัยการร่วมมือกันจากทุกภาคส่วนและสำคัญที่สุดคือสถาบันครอบครัวที่เป็นจุดเริ่มต้นในการยุติความรุนแรงได้ผลที่สุด .-สำนักข่าวไทย 

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

นายกฯ เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัยตึก สตง.ถล่ม

นายกรัฐมนตรี เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัย ค้นหาผู้สูญหายเหตุตึก สตง.ถล่ม พร้อมสอบถามถึงอุปสรรคในการทำงานและความต้องการเพิ่มเติม

ปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

รองผู้ว่าฯ กทม. เผยยอดผู้เสียชีวิตเหตุตึกถล่ม ที่ผ่านการพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว อยู่ที่ 16 ราย และอยู่ระหว่างการค้นหาอีก 78 ราย พร้อมแจงปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

นายกรัฐมนตรี วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2568 ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า