fbpx

จิตแพทย์ชี้ลูกฆ่าแม่มาจากพื้นฐานความรุนแรงในครอบครัว

จากเหตุสลด ลูกสาววัย 15 ปี วางแผนให้แฟนหนุ่มฆ่าแม่ตัวเอง เพราะถูกขัดขวางความรัก จิตแพทย์ชี้มูลเหตุเกิดจากพื้นฐานความรุนแรงในครอบครัวบ่มเพาะ จึงใช้ความรุนแรงตอบโต้

พม.จัดกิจกรรม “พลเมืองดี ไม่ bully ทุกรูปแบบ” รณรงค์ยุติความรุนแรง

พม. จับมือ ตร. และภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรม “พลเมืองดี ไม่ bully ทุกรูปแบบ” พร้อมเปิดตัวเพลง “ปล่อยผ่าน (Move on Bully)” รณรงค์ยุติความรุนแรง

เร่งสร้างความเชื่อมั่น หลังชุมชนไทยพุทธตกเป็นเป้าก่อเหตุไม่สงบ

เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แม้ในช่วงที่ผ่านมาจะมีตัวเลขผู้เสียชีวิตและสถิติความรุนแรงลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ในชุมชนชาวไทยพุทธ ยังคงตกเป็นเป้าหมายหวังสร้างสถานการณ์ ให้เกิดความหวาดระแวงอย่างต่อเนื่อง

ชาวโรฮิงญาฟ้องเฟซบุ๊กข้อหาสร้างความรุนแรงในเมียนมา

แคลิฟอร์เนีย 7 ธ.ค. – ชาวโรฮิงญาที่อพยพจากเมียนมายื่นฟ้องเมตา แพลตฟอร์ม อิงค์ บริษัทแม่ของเฟซบุ๊ก และเรียกค่าเสียหาย 150,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (5 ล้านล้านบาท) โดยกล่าวหาว่า เมตาไม่ได้ดำเนินการใด ๆ เพื่อควบคุมการใช้ประทุษวาจาที่มุ่งโจมตีชาวโรฮิงญาและทำให้เกิดความรุนแรงมากขึ้น อีเดลสัน พีซี และฟีลด์ส พีแอลแอลซี บริษัทกฎหมายของสหรัฐ ได้ยื่นฟ้องต่อรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐ โดยอ้างว่า เมตาล้มเหลวในการควบคุมเนื้อหาและการออกแบบแพลตฟอร์มที่ทำให้เกิดความรุนแรงในโลกเสมือนจริงที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนชาวโรฮิงญา ขณะที่ทนายความชาวอังกฤษหลายรายก็ได้ส่งจดหมายแจ้งเตือนไปยังสำนักงานของเฟซบุ๊กในกรุงลอนดอนเช่นกัน ด้านเมตายังไม่ได้ตอบข้อถามของสำนักข่าวรอยเตอร์ในเรื่องนี้   อย่างไรก็ดี เมตาเคยระบุก่อนหน้านี้ว่า บริษัทได้ดำเนินการช้าเกินไปในการป้องกันการให้ข้อมูลเท็จและการสร้างความเกลียดชังในเมียนมา แต่หลังจากนั้นได้ดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อควบคุมการใช้แพลตฟอร์มในทางที่ผิดในภูมิภาคดังกล่าวแล้ว ซึ่งรวมถึงการสั่งปิดบัญชีผู้ใช้งานเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมของรัฐบาลทหารเมียนมาหลังเกิดเหตุรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์. -สำนักข่าวไทย

ผู้ต้องสงสัยขับรถชนขบวนพาเหรดเพิ่งประกันตัวจากคดีอื่น

เจ้าหน้าที่เมืองวอคิชา รัฐวิสคอนซินของสหรัฐเผยว่า ชายต้องสงสัยขับรถพุ่งชนขบวนพาเหรดคริสต์มาสเมื่อเย็นวันอาทิตย์ตามเวลาสหรัฐที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 คน เพิ่งได้รับการประกันตัวจากคดีก่อความรุนแรงภายในบ้าน และต้องสงสัยก่อเหตุวิวาทในวันเดียวกับที่ขับรถพุ่งชนประชาชน

อดีต ตร.ผิวดำชนะเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนิวยอร์ก

นิวยอร์ก 3 พ.ย.- อดีตตำรวจผิวดำชนะเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กของสหรัฐ ด้วยการชูนโยบายจะทำให้ประชาชนปลอดภัยและให้ชนชั้นแรงงานมีสิทธิมีเสียงมากขึ้น โดยใช้ประสบการณ์ในฐานะอดีตร้อยตำรวจเอกและคนผิวดำที่เคยถูกตำรวจใช้ความรุนแรงขณะเป็นวัยรุ่น นายเอริก อดัมส์ ชาวนครนิวยอร์กโดยกำเนิดจากพรรคเดโมแครต วัย 61 ปี ชนะนายเคอร์ทิส สลิวา จากพรรครีพับลิกัน วัย 67 ปี ในการเลือกตั้งเมื่อวันอังคารตามเวลาสหรัฐ และจะรับตำแหน่งในเดือนมกราคมปีหน้า ต่อจากนายบิล เดอ บลาซิโอ จากพรรคเดโมแครตที่จะครบวาระ 8 ปี และจะเป็นนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กผิวดำคนที่ 2 ต่อจากนายเดวิด ดินกินส์ที่เป็นคนแรกในปี 2533-2536 เป็นที่คาดการณ์อยู่แล้วว่า นายอดัมส์จะชนะเลือกตั้งเพราะนครนิวยอร์กเป็นฐานเสียงของพรรคเดโมแครต ภารกิจที่รอเขาอยู่คือ การฟื้นฟูเมืองใหญ่ที่สุดของสหรัฐจากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 แก้ไขปัญหาความไม่เท่าเทียมทางรายได้ ราคาที่อยู่อาศัยแพง และโรงเรียนของรัฐกำลังลำบาก นายอดัมส์ประกาศตัวว่า เป็นชาวนิวยอร์กชนชั้นแรงงาน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ถูกฝ่ายเสรีนิยมในพรรคเดโมแครตละเลย เขาย้ำว่า เศรษฐกิจนครนิวยอร์กไม่มีทางฟื้นตัวอย่างเต็มที่ ตราบใดที่ไม่มีการแก้ไขปัญหาอาชญากรรม และไม่เห็นด้วยกับที่นักเคลื่อนไหวฝ่ายซัายเรียกร้องให้ยุบสำนักงานตำรวจ เขาเสนอให้รักษาสมดุลระหว่างนโยบายตรวจตราอย่างเข้มงวดกวดขันกับการปฏิรูประบบตำรวจ นอกจากนี้ยังมีประสบการณ์การถูกตำรวจทุบตีขณะเป็นวัยรุ่น และร่วมก่อตั้งกลุ่มตำรวจผิวดำ 100 นายที่แสดงจุดยืนคัดค้านการใช้ความรุนแรงของตำรวจ.-สำนักข่าวไทย

จิตแพทย์ชี้ “โจ๊กเกอร์” ไล่แทงคนที่ญี่ปุ่น เป็นความรุนแรงบนท้องถนน

ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต ระบุ “โจ๊กเกอร์” ที่ออกมาไล่แทงคนและจุดไฟเผารถไฟใต้ดินที่ญี่ปุ่น ถือเป็นความรุนแรงบนท้องถนน ผู้ปกครองควรพูดคุยกับบุตรหลาน กรณีดูสื่อที่ใช้ความรุนแรง และควรตกลงเป็นกติกาว่าห่วงเรื่องความรุนแรง

ความรุนแรงต่อเด็กในการชุมนุม

หลังการเสียชีวิตของเยาวชนอายุ 15 ปี ที่เป็นเหยื่อกระสุนปืนปริศนาในการชุมนุมทางการเมือง ทำให้เกิดคำถามถึงมาตรการป้องกันเด็กและเยาวชนจากความรุนแรงมากขึ้น

ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวพุ่ง

ไทยพบปัญหาความรุนแรงในครอบครัวเป็นปัญหาสะสมมานาน แม้มีกฎหมายคุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งช่วยคุ้มครองและมีกลไกการแจ้งเบาะแสและช่วยเหลือ แต่จากสถิติพบว่าในช่วงนี้มีผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มมากขึ้น

1 2 3 7