รัฐบาลเร่งสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจภายใน

กรุงเทพฯ 26 มิ.ย. – กระทรวงอุตสาหกรรมย้ำเพื่อก้าวพ้นการติดกับดักรายได้ปานกลาง รัฐบาลจึงประกาศนโยบายประเทศไทย 4.0 พร้อมขับเคลื่อนสร้างความเข้มแข็งภายในประเทศทุกภาคส่วน ตั้งแต่ชุมชน เอสเอ็มอีจนถึงภาคอุตสาหกรรม 


นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวปาถกฐาพิเศษ หัวข้อ “ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย…หัวใจอยู่ที่ชุมชน” ในวาระครบรอบ 67 ปี หนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวัน ว่า ประเทศไทยปรับโครงสร้างเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากภาคเกษตร สู่อุตสาหกรรมเบา และก้าวสู่ยุคอุตสาหกรรมหนัก ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา โดยเป็นการก้าวสู่ยุคอุตสาหกรรม 3.0 ด้านภาคการเกษตรสู่ยุคเกษตรแปรรูป แต่การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจดังกล่าวประเทศยังมีปัญหาเชิงโครงสร้างติดกับดักรายได้ปานกลาง รวมถึงเกิดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและความเหลื่อมล้ำโอกาสทางการงาน อาชีพ และขาดความสมดุลในการพัฒนาพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก หากประเทศไทยจะก้าวหน้าต่อไปได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืนได้รัฐบาลต้องพัฒนาประเทศ จึงนำเสนอนโยบายประเทศไทย 4.0 เพราะเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องให้คนไทยทุกภาคส่วนร่วมกันปฎิรูปประเทศให้ก้าวข้ามปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างมีคุณภาพและยั่งยืน เพื่อเศรษฐกิจไทยให้ก้าวหน้ายืดหยุ่นเพียงพอที่จะรับมือกับผลกระทบต่าง ๆ ได้ และเป็นระบบกระจายโอกาสให้คนไทยสามารถสร้างสรรค์สินค้าและบริการได้ดียิ่งขึ้น ตั้งแต่ระดับชุมชน และนับเป็นการสร้างนวัตกรรมสู่สินค้าและบริการ และพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นของคนไทย ซึ่งอาจจะไม่ดีที่สุดในโลก แต่เป็นการช่วยให้คนไทยมีศักยภาพเพิ่มขึ้น ชุมชนมีศักยภาพ มีการปรับและยกศักยภาพทั้งด้านสังคม การศึกษาและด้านอื่น ๆ ไปพร้อมกัน เกิดการพัฒนาอย่างทั่วถึงต่อไป

สำหรับสิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการ คือ สร้างความเข้มแข็งจากภายในหรือ LOCAL ECONOMY ทำให้สามารถส่งออกสินค้า หรือขายภายในประเทศได้เอง ไม่ได้รับผลิตสินค้าให้ต่างประเทศเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป ซึ่งในที่สุดจะช่วยเติมเต็มศักยภาพของประเทศ ให้พร้อมเติบโตตั้งแต่ฐานรากขึ้นมา ช่วยให้ประเทศพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้าในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้


ด้านเศรษฐกิจ มีแนวทางขับเคลื่อน ได้แก่ ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ทั้งที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพและโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่ใช่โครางสร้างพื้นฐานทางกายภาพ โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ เช่น เส้นทางคมนาคม ถนน รถไฟ และการพัฒนาท่าเรือ เป็นต้น โครงสร้างพื้นฐานที่ไม่ใช่ทางกายภาพ เช่น โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี เช่น การสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงระดับหมู่บ้านทั่วประเทศ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางสังคม ที่สำคัญ คือ การพัฒนาด้านศึกษาที่จะเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสรรค์ความคิดของคนไทยต่อไป 

ด้านภาคอุตสาหกรรม รัฐบาลกำหนดอุตสาหกรรมเป้าหมายที่จะพัฒนาต่อยอดให้สอดรับการพัฒนาของประเทศตามนโยบายประเทศไทย 4.0 ได้แก่ อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร อุตสาหกรรมรถยนต์ อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ ยานยนต์แห่งอนาคต เช่น รถไฟฟ้า (EV) อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ที่จะต่อยอดเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมของไทย เช่น รถยนต์จะมีชิ้นส่วนบางอย่างที่ไทยผลิตได้ ด้านการเกษตรพัฒนาจากเกษตรขั้นต้น สู่การแปรรูปและพัฒนาสู่การแปรรูปขั้นสูงต่อไป แต่จะต้องมีการจัดการอย่าเหมาะสม เป็นต้น 

ส่วนอุตสาหกรรมใหม่ก็มีการส่งเสริมให้เกิดขึ้นเช่นกัน เช่น อุตสาหกรรมเศรษฐกิจชีวภาพหรือไบโออีโคโนมี ที่มีวัตถุดิบในประเทศสามารถนำมาต่อยอด เช่น จากข้าว ปาล์ม มันสำปะหลัง และอ้อย โดยนำไปผลิตเป็นสินค้า อาหารผู้สูงอายุ อาหารสำหรับนักกีฬา และนักเรียน รวมถึงการผลิตบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและผลิตเครื่องสำอางค์ เป็นต้น รวมถึงอุตสาหกรรมหุ่นยนต์สำหรับใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมที่คนไทยมีศักยภาพ และรัฐบาลกำลังสนับสนุนอุตสาหกรรมเป้าหมายเหล่านี้ ผ่านกลไกกลุ่มประชารัฐที่ประกอบด้วย ตัวแทนภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน ภาคการศึกษา เพื่อที่จะมาช่วยการสร้างและยกระดับอุตสาหกรรมเหล่านี้ พร้อมพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือเอสเอ็มอี ไมโครเอสเอ็มอี กลุ่มสตาร์ทอัพ กลุ่มเหล่านี้จะเป็นพลังความคิดค้นสร้างเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพราะเป็นกลุ่มที่มีแนวความคิดใหม่  เกิดขึ้นรวดเร็วมาก ซึ่งในต่างประเทศเช่นกันขณะนี้บริษัทขนาดใหญ่หันมาขอใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่กลุ่มเหล่านี้คิดค้นขึ้นมาได้ สุดท้าย คือ พัฒนาคนไทยให้เท่าทัน มีความรู้ในเทคโนโลยี 


นายอุตตม กล่าวว่า การพัฒนาให้มีความเข้มแข็งจากภายในประเทศนั้น รัฐบาลจะเน้นการพัฒนาเชิงพื้นให้มาก เป็นการเจริญใหม่ แต่ไม่ใช่ว่าของเดิมไม่ดีทั้งหมด แต่ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจะนำซึ่งโอกาสให้พื้นที่ชุมชนสร้างความเจริญใหม่ ๆ โดยภาครัฐจะทำงานสนับสนุนให้กับชุมชนทั่วประเทศ ทั้งนี้ ไทยไม่ใช่เพียงกรุงเทพฯ หรือเมืองใหญ่เท่านั้น กิจการต่าง ๆ ก็ไม่เพียงแต่เฉพาะกิจการขนาดใหญ่เท่านั้น ยังรวมถึงผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และคนตัวเล็กที่กระจายทั่วประเทศถึงประมาณ 3 ล้านรายอีกด้วย เพื่อพัฒนายกระดับให้มีศักยภาพในการพัฒนาและสร้างสรรค์ได้อีกมาก และยังมีภาคเกษตรกรอีกนับ 10 ล้านราย ที่มีวิถีชีวิตของตัวเองจะหาทางช่วยดึงศักยภาพในการพัฒนาออกมาให้ได้มากที่สุด  ที่สำคัญยังน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงขอพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มุ่งรักษาสมดุลการพัฒนา ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยเริ่มที่ชุมชน ความสุขของชุมชน คือ การแก้ไขปัญหาปัจจุบัน และสร้างโอกาสที่ชุมชนจะเข้าถึงโอกาสให้ได้ เหล่านี้เป็นเรื่องของการสร้างความเข็มแข็งและพัฒนาต่อยอดสู่สังคมภายนอกต่อไป 

สำหรับโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) นายกรัฐมนตรีมีนโยบายให้ทุกโครงการต้องชุมชนมีส่วนร่วม โดยต้องชัดเจนว่าสร้างแล้วชุมชนได้ประโยชน์อย่างไร โครงการนี้จะเป็นฐานการสร้างความเจริญใหม่ที่คนไทยทั่วประเทศได้ประโยชน์ร่วมกันไม่เพียงเฉพาะ 3 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และจังหวัดระยองเท่านั้น 

ด้านกระทรวงอุตสาหกรรมได้รับผิดชอบประสานงานกับภาครัฐและเอกชน ภาคการศึกษาที่เกี่ยวข้อง ในการสนับสนุนการพัฒนายกระดับภาคอุตสาหกรรมไทยภายใต้นโยบายประเทศไทย 4.0 โดยได้รับการสนับสนุนจัดสรรงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินและจำเป็น เพื่อสร้างความเข้มแข็งภายในประเทศ โดยอยู่ในรูปกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวทางประชารัฐ วงเงิน 20,000 ล้านบาท และยังมีสินเชื่อของธนาคารเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือเอสเอ็มอีแบงก์ วงเงิน 15,000 ล้านบาท กองทุนพลิกฟื้นของสำนักงานพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือ สสว. วงเงิน 2,000 ล้านบาท รวมวงเงินช่วยเหลือ 37,000 ล้านบาท. -สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ค้น 17 จุดกรุงเทพฯ-ลพบุรี คุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี”

26 ส.ค.- ตำรวจสอบสวนกลาง ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด “กรุงเทพฯ-ลพบุรี” บุกรวบ “หลวงพ่ออลงกต” หลังพฤติกรรมชัดทุจริตยักยอกเงินบริจาค ขณะที่ “หมอบี” โดนด้วย หิ้วตัวเค้นสอบ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ส.ค. มีรายงานว่าทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผบก.ป.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปปพ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ลพบุรี เพื่อควบคุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือหมอบี และพวก ตามหมายจับ ความผิด ม.147, 157 […]

ศาล รธน. สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก”

ศาล รธน. 25 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก” ชี้บิดเบือน-ทำเสียหาย ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคำ จำนวน 2 ปาก ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางขวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่อง ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนแล้ว ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน อันเป็นคำสั่งศาลตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 […]

“แพทองธาร” รีโพสต์โต้คลิปบิดเบือน ยันศาลบอก “นั่งลงครับ”

กรุงเทพฯ 25 ส.ค.- “แพทองธาร” รีโพสต์สตอรี่ไอจี โต้ดรามาคลิปบิดเบือน ยันศาล รธน. บอก “นั่งลงครับ” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รีโพสต์สตอรี่ในอินสตราแกรมของสำนักข่าว VOICE TV ยืนยันไม่เป็นความจริง ต่อกระแสดรามาปล่อยคลิปเสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดว่า “นั่งลงลูก” ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวคําปฏิญาณ ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน คดีคลิปสนทนากับ ฮุน เซน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีข้อความระบุว่า ฟังชัดๆๆ ศาลบอกว่า “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่มีคนปั่น!! อย่ามั่ว อย่าบิดเบือนข่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงเช้าวันนี้ (25 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร จะดำเนินการเรื่องการส่งคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากศาลนัดยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันนี้ ก่อนจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 15.00 น.-316 -สำนักข่าวไทย

ปลัด มท. สั่งสอบด่วน ปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ

ไอคอนสยาม 25 ส.ค.- ปลัด มท. เผยยังไม่ได้รับรายงานปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ สั่งกรมการปกครองสอบด่วน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่า มีกลุ่มบุคคลสแกนม่านตาประชาชนและชักชวนให้เข้าไปใช้แอปพลิเคชันเพื่อแลกกับเงินหรือเหรียญในระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการแก้ไขและจัดการอย่างถูกต้องทั่วประเทศอย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ายังมีการดำเนินการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบทั้งที่สุราษฎร์ธานีและทุกจังหวัดที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ การตรวจสอบจะพิจารณาว่าความผิดปกติเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่น หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพร้อมตรวจสอบอย่างโปร่งใส.-319 -สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

“อนุทิน” ยิ้มร่าหลังหารือ ปชน. เห็นพ้องทุกข้อเสนอ

พรรคประชาชน 29 ส.ค.-“อนุทิน” ยิ้มร่าหลังหารือ “ปชน.” กว่า 1 ชม. เผยเห็นพ้องทุกข้อเสนอ เดินสายต่อขอเสียง “กล้าธรรม” หนุนนั่งนายกฯ ขณะ “ศรายุทธิ์” ยิ้มรับ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการหารือกับหัวหน้าพรรคประชาชน และแกนนำพรรคประชาชน กว่า 1 ชั่วโมง นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย และนายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย โดยมี นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน และนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ กรรมการบริหารพรรคประชาชน ลงมาส่งที่รถ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนายอนุทินว่า การพูดคุยเป็นอย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า “ก็คุยกัน” เมื่อถามว่า พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายอนุทิน หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะตอบว่า ขอกลับไปประชุมพรรคก่อน สำหรับเงื่อนไขที่เห็นพ้องตรงกันโดยไม่มีข้อสงสัย คือ การยุบสภาฯ […]

“ภูมิธรรม” นำพรรคร่วมรัฐบาลเดิมจับมือเดินหน้าแก้ปัญหา

กทม. 29 ส.ค.-“ภูมิธรรม” นำพรรคร่วมรัฐบาลเดิมแถลง ยันจับมือเดินหน้าแก้ปัญหา ไม่ปล่อยเกียร์ว่าง พร้อมหนุนพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลต่อ แจง “กล้าธรรม” ยังอยู่ จนกว่าจะมีความชัดเจน มั่นใจตั้งรัฐบาลได้ ขอรอกระบวนการเสนอดัน “ชัยเกษม” เป็นนายกฯ บอกแม้ รมต.บางคนโผล่ ภท. ต้องรอผลทางการจากพรรค ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.00 น. ที่โรงแรมปริ๊นเซส หลานหลวง บรรดาแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลได้เดินทางมารวมตัวกันเพื่อหารือ นำโดย นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการรองนายกฯ และรักษาการ รมว.มหาดไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รักษาการรองนายกฯ และรักษาการ รมว.คมนาคม แกนนำพรรคเพื่อไทย รวมไปถึงรักษาการรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมาอย่างพร้อมเพียง ขณะเดียวกันบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลเดิมได้เดินทางเข้ามา ไม่ว่าจะเป็น นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รักษาการ รมช.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา นายวราวุธ ศิลปอาชา รักษาการรมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม […]

บอร์ด 6 เสือ กห. ลงนาม “โผทหาร” ไฟเขียวตามที่ ผบ.เหล่าทัพ

กทม. 29 ส.ค.-“บิ๊กเล็ก” เผยบอร์ด 6 เสือ กห. ลงนาม “โผทหาร” ไฟเขียวตามที่ ผบ.เหล่าทัพ เสนอ ยันเลือกคนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ คาด “อุกฤษฎ์” ผบ.ทสส. “เสกสรร” ผบ.ทอ. “ไพโรจน์” ผบ.ทร. ขยับ 2 แม่ทัพ “วรยส-วีระยุทธ์” รับสถานการณ์ชายแดนกัมพูชา จับตา 5 เสือ ทบ. วาง “อมฤต-ณรงค์ฤทธิ์” รอชิง ผบ.ทบ.ปี 70 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13:35 น. ก่อนการประชุมสภากลาโหม พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมและรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพล โดยมี พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบกพล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ […]

“แพทองธาร” แถลงน้อมรับคำตัดสินศาล รธน. ยืนยันบริสุทธิ์ใจ

ทำเนียบ 29 ส.ค.-“แพทองธาร” แถลงน้อมรับคำตัดสินศาล รธน. ยืนยันเจตนาและความบริสุทธิ์ใจ ทำเพื่อประเทศไทย รักษาชีวิตทหารและประชาชน พร้อมขอบคุณทุกคนที่ให้โอกาสได้มาทำงาน ขอให้ร่วมกันสร้างเสถียรภาพทางการเมืองให้กลับมาเข้มแข็ง ไม่มีจุดเปลี่ยนที่ฉับพลันเช่นนี้อีก นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม แถลงภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กรณีคลิปสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา และทำให้คณะรัฐมนตรีพ้นทั้งคณะ ว่า ขอน้อมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ขอยืนยันในความบริสุทธ์ใจ ความตั้งใจอย่างแท้จริง ที่ตั้งใจทำเพื่อประเทศตลอดมา บทสนทนาที่เป็นคลิปเสียงออกไป ไม่ได้ขออะไรเพื่อเป็นประโยชน์ของตนเอง จึงอยากบอกประชาชนว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ยึดมั่นเสมอ คือ ชีวิตของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นทหาร พลเรือน ซึ่งความตั้งใจจริงด้วยจิตใจที่มุ่งมั่น ว่าจะทำอย่างไรเพื่อรักษาชีวิตเขาเหล่านั้นไว้ให้ได้ ซึ่งคลิปนี้เกิดขึ้นก่อนการปะทะที่รุนแรงในวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่า เป็นเรื่องที่ตั้งใจสื่อสาร นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า คำตัดสินของศาลในวันนี้ เป็นอีกครั้งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างฉับพลัน เราต้องช่วยกันทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ประชาชน และทุกคน ต้องมารวมใจกัน สร้างเสถียรภาพทางการเมืองให้กลับมาเข้มแข็ง ให้ไม่มีจุดเปลี่ยนอย่างฉับพลันเช่นนี้อีก ตนเองในฐานะคนไทยคนหนึ่งต้องขอขอบคุณประชาชนที่ให้โอกาสมาทำงานเพื่อประเทศชาติเกือบหนึ่งปีเต็ม ตนเองมีความภาคภูมิใจที่ได้มาอยู่ตรงนี้ ได้ทำเพื่อประเทศชาติ […]