กองทัพไทย 3 พ.ค.- “วิษณุ” ปาฐกถาพิเศษ เนื่องในโอกาสครบรอบ 19 ปี ศาลรัฐธรรนูญ ย้ำ หลักนิติธรรมเป็นอาวุธสำคัญในการสร้างความปรองดอง ขณะที่ รัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ เพิ่มดีกรีวามเข้มงวด เพื่อปราบโกง
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ปาฐกถาพิเศษเรื่อง “หลักนิติธรรมตามรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่” เนื่องในวาระศาลรัฐธรรมนูญครบรอบ 19 ปี ตอนหนึ่งว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีอายุ 19 ปี กำลังจะก้าวสู่ปีที่ 20 ถือว่ายังไม่บรรลุนิติภาวะ ต้องเรียนรู้อะไรอีกหลายเรื่อง ซึ่งเป็นเรื่องปกติของผู้มีปัญญา ที่ต้องเรียนรู้ และรับฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างอดทนอดกลั้น โดยที่ผ่านมาศาลรัฐธรรมนูญ ถูกกล่าวถึงว่า เป็นหน่วยงานที่สงบเงียบ ด้วยความอดทนอดกลั้น
นายวิษณุ กล่าวถึง หลักนิติธรรมตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ว่า หลักนิติธรรมได้ปรากฎมาก่อนหน้านี้ และรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2560 ที่ใช้ในปัจจุบัน ไม่ได้แตกต่างจากรัฐธรรมนูญฉบับก่อนๆ หากจะมีก็คงเป็นเรื่องความเข้มข้น ที่ผู้ร่างรัฐธรรมนูญบอกเสมอว่า เป็นรัฐธรรมนูญที่ใช้ยาแรง เพื่อปราบโกง ดังนั้น อาวุธชนิดหนึ่งที่ใช้ปราบโกง คือ หลักนิติธรรม ซึ่งในรัฐธรรมนูญได้เพิ่มดีกรีความเข้มข้นขึ้น
“หลักนิติธรรมนี้เอง ถือเป็นอาวุธสำคัญ ที่เป็นรากแก้วของการสร้างความปรองดอง และจัดระเบียบประเทศ ที่จะทำให้บ้านเมืองเกิดความสามัคคีปรองดอง เดินต่อไปข้างหน้า และตอนนี้ประเทศกำลังเดินทางสู่ 3 หลัก คือ การปฏิรูป การเดินตามยุทธศาสตร์ชาติ และ การสร้างความสามัคคีปรองดอง” นายวิษณุ กล่าว
นายวิษณุ กล่าวว่า คำว่า “หลักนิติธรรม” นั้น ปรากฎใน รัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2560 อยู่ 2 แห่ง คือ ในมาตรา 3 วรรค 2 ที่บัญญัติไว้ว่า รัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล และองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ต้องปฏิบัติตามกฏหมายและหลักนิติธรรม และในมาตรา 26 บัญญัติไว้ว่า กฎหมายที่ตราขึ้นมาเพื่อจำกัดสิทธิเสรีภาพ ต้องถูกต้องตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ ส่วนในกรณีที่รัฐธรรมนูญไม่ได้ระบุ ต้องตรากฎหมายตามหลักนิติธรรม ซึ่งถือเป็นการใช้อำนาจของผู้ปกครอง ตามหลักนิติบริหารยุติธรรม
นายวิษณุ กล่าวว่า ขณะที่ รัฐธรรมนูญฉบับนี้มี 3 สถานการณ์ ที่สามารถใช้หลักนิติธรรมในการบังคับใช้กฎหมาย คือ 1. สถานการณ์ ที่ในกฎหมายระบุถึงหลักนิติธรรม ตรงๆ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้ได้กับทุกเรื่อง 2. สถานการณ์ที่รัฐธรรมนูญในหลายมาตราระบุถึงคำว่า ธรรมาภิบาล หรือหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี และ 3 สถานการณ์ที่รัฐธรรมนูญระบุถึงคำว่า เที่ยงธรรม ยุติธรรม แต่ต้องอาศัยการตีความตามบริบทของกฎหมาย .- สำนักข่าวไทย