ชัวร์ก่อนแชร์: จัดปาร์ตี้โรคหัดช่วยสร้างภูมิ-ป้องกันโรคมะเร็ง จริงหรือ?

29 มีนาคม 2568
แปลและเรียบเรียงบทความ : อดิศร สุขสมอรรถ
ตรวจทานและพิสูจน์อักษร : คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล


ข้อมูลที่ถูกแชร์ :

ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคหัดในสหรัฐอเมริกา มีข่าวปลอมเกี่ยวกับโรคหัดและวัคซีนป้องกันโรคหัดเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยอ้างว่าการปล่อยให้มีการติดเชื้อโรคหัดตามธรรมชาติส่งผลดีต่อสุขภาพ เพราะเป็นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย และยังมีหลักฐานการวิจัยที่พบว่าไวรัสที่ก่อโรคหัดสามารถใช้บำบัดผู้ป่วยมะเร็งได้อีกด้วย


บทสรุป :

  1. การจัดปาร์ตี้โรคหัดทำให้เด็กเสี่ยงป่วยหนักจากภาวะแทรกซ้อนของโรคหัด
  2. ไวรัสโรคหัดที่ใช้ทดลองรักษามะเร็ง เป็นชนิดที่ดัดแปลงพันธุกรรมให้โจมตีเซลล์มะเร็งโดยเฉพาะ

FACT CHECK : ตรวจสอบข้อเท็จจริง :

โรคหัดเป็นโรคติดต่อทางเดินหายใจ เกิดจากการติดเชื้อมีเซิลส์ (Measles) สามารถแพร่เชื้อทางละอองเสมหะและละอองลอย


ไวรัสโรคหัดมีค่าระดับการติดเชื้อพื้นฐาน (R0) ที่ 12-18 หรือผู้ติดเชื้อ 1 รายสามารถแพร่เชื้อต่อไปได้เฉลี่ย 12-18 ราย ถือเป็นเชื้อโรคที่สามารถแพร่เชื้อได้ในวงกว้างมากที่สุด

ไวรัสโรคหัดมีระยะฟักตัวประมาณ 9-11 วัน แต่การแพร่เชื้อมักเริ่มตั้งแต่ผู้ป่วยยังไม่แสดงอาการ

อาการสำคัญของโรคหัด ได้แก่ มีไข้และน้ำมูกไหล ตามด้วยการออกผื่นแดงตั้งแต่ศีรษะจนถึงปลายเท้า ผู้ป่วยบางรายที่เกิดภาวะแทรกซ้อนอาจมีความอันตรายถึงชีวิตได้

ปัจจุบันโรคหัดสามารถป้องกันได้จากการฉีดวัคซีน MMR วัคซีนรวมที่ใช้สร้างภูมิคุ้มกันต่อโรคหัด คางทูม และหัดเยอรมัน

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคหัดในสหรัฐฯ

รายงานจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (CDC) เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2025 ยืนยันการแพร่ระบาดของโรคหัดใน 12 รัฐ โดยศูนย์กลางแพร่ระบาดมาจากรัฐเท็กซัส

ในจำนวนผู้ติดเชื้อ 222 ราย ส่วนใหญ่ 94% เป็นผู้ที่ไม่ฉีดวัคซีนโรคหัดหรือไม่สามารถยืนยันสถานะการฉีดวัคซีน

มีผู้รักษาตัวในโรงพยาบาล 38 ราย และเสียชีวิตหลังการติดเชื้อจำนวน 2 ราย

กระแสปาร์ตี้รวมตัวติดเชื้อโรคหัดทางออนไลน์

หน่วยงานสาธารณสุขในรัฐเท็กซัสได้ออกมาแจ้งเตือนแนวคิดการนำเด็ก ๆ มารวมตัวกันเพื่อรับเชื้อโรคหัดจากเด็กที่ป่วยเป็นโรคหัด เพื่อหวังสร้างภูมิคุ้มกันโรคหัดโดยธรรมชาติ หรือที่รู้จักในชื่อปาร์ตี้โรคหัด (Measles Parties)

แม้จะยังไม่มีรายงานการจัดงานปาร์ตี้โรคหัดในรัฐเท็กซัส แต่เจ้าหน้าที่ของรัฐเท็กซัสพบว่ากระแสการจัดปาร์ตี้โรคหัดเป็นที่กล่าวถึงอย่างแพร่หลายทางสื่อสังคมออนไลน์

ก่อนหน้านี้ยังเคยมีความพยายามจัดกิจกรรมที่คล้ายกันเพื่อการสร้างภูมิคุ้มกันโรคอีสุกอีใสในชื่อปาร์ตี้โรคอีสุกอีใส (Chickenpox Parties)

ก่อนที่วัคซีนโรคอีสุกอีใสจะถูกนำมาใช้ในปี 1995 มีกลุ่มผู้ปกครองนำเด็กมารวมตัวกันเพื่อรับเชื้ออีสุกอีใส โดยหวังจะสร้างภูมิกันโรคอีสุกอีใสโดยธรรมชาติ ซึ่งขณะนั้นหน่วยงานสาธารณสุขได้ออกมาเตือนถึงอันตรายจากกิจกรรมดังกล่าว เนื่องจากผู้ติดเชื้ออีสุกอีใสบางรายอาจป่วยหนักจากอาการแทรกซ้อนที่รุนแรง

ไวรัสโรคหัดกับมะเร็ง

มีการอ้างงานวิจัยปี 1998 จากวารสาร Medical Hypotheses ที่พบว่าประวัติการติดเชื้อในวัยเด็ก รวมถึงโรคหัด ช่วยลดความเสี่ยงการป่วยเป็นมะเร็ง

อย่างไรก็ดี ผลของงานวิจัยดังกล่าว มาจากการตอบแบบสอบถามโดยผู้เชี่ยวชาญการแพทย์มนุษยปรัชญาเพียง 35 ราย จึงเป็นข้อมูลที่ขาดความน่าเชื่อถือและไม่เป็นไปตามหลักการเวชปฏิบัติอิงหลักฐาน (Evidence-Based Medicine)

รวมถึงการอ้างความสำเร็จในการใช้ไวรัสโรคหัดรักษาผู้ป่วยมะเร็งไขกระดูกมัยอิโลมา (Multiple Myeloma) โดยทีมแพทย์ของศูนย์วิจัย Mayo Clinic ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งกลายเป็นข่าวดังในวงการแพทย์เมื่อปี 2014

อย่างไรก็ดี ความสำเร็จในการรักษาครั้งนั้นไม่สามารถนำมาใช้กับบุคคลทั่วไปได้ เนื่องจากไวรัสที่ใช้รักษามะเร็งเป็นไวรัสที่ถูกดัดแปลงพันธุกรรมให้มีความแตกต่างจากไวรัสโรคหัดที่พบในธรรมชาติ

หนึ่งในผู้เข้ารับการทดลองใช้ไวรัสรักษามะเร็ง (Oncolytic Virus Therapy) ในครั้งนั้นได้แก่ สเตซี เออร์โฮล์ซ ผู้ตรวจพบมะเร็งไขกระดูกมัยอิโลมาระยะลุกลามในวัย 40 ปีเมื่อปี 2004

หลังเข้ารับการบำบัดมะเร็งเป็นเวลา 9 ปี และผ่านการปลูกถ่ายไขกระดูกมาแล้ว 2 ครั้ง มะเร็งก็ยังคงกลับมาลุกลามเช่นเดิม สเตซี เออร์โฮล์ซ จึงตัดสินใจร่วมการทดลองการใช้ไวรัสโรคหัดรักษามะเร็งไขกระดูกมัยอิโลมากับทาง Mayo Clinic ในปี 2013

สาเหตุที่ใช้ไวรัสโรคหัดในการบำบัดมะเร็ง เพื่อเลี่ยงอาการข้างเคียงที่รุนแรงจากไวรัสเนื่องจากประชากรส่วนใหญ่มีภูมิคุ้มกันโรคหัดจากการฉีดวัคซีนแล้ว

และการที่ไวรัสโรคหัดมักติดเชื้อที่บริเวณเซลล์ไขกระดูก จึงเหมาะสมสำหรับใช้เพื่อการบำบัดผู้ป่วยมะเร็งไขกระดูกมัยอิโลมา

แต่เดิมทีมวิจัยของ Mayo Clinic ประสบความล้มเหลวในการใช้ไวรัสบำบัดผู้ป่วยมะเร็ง เนื่องจากใช้ปริมาณไวรัสที่ต่ำเกินไป การทดลองกับ สเตซี เออร์โฮล์ซ จึงมีการใช้ปริมาณไวรัสถึง 1 แสนล้านยูนิตสำหรับการบำบัด ซึ่งปกติปริมาณดังกล่าวสามารถใช้ผลิตวัคซีนโรคหัดให้กับประชากรได้ถึง 10 ล้านคน

หลังจากได้รับไวรัสเข้าสู่ร่างกาย สเตซี เออร์โฮล์ซ ก็แสดงความกระทบเนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันกำลังรับมือกับปริมาณไวรัสจำนวนมหาศาลที่เข้าสู่ร่างกาย ทั้งการเป็นไข้และรู้สึกไม่สบายตัว

อย่างไรก็ดี ไวรัสที่ใช้บำบัดมีการดัดแปลงพันธุกรรมให้ติดเชื้อในเซลล์มะเร็งโดยเฉพาะ ไม่ได้ก่อให้เกิดโรคเหมือนไวรัสโรคหัดที่พบในธรรมชาติ เมื่อไวรัสเข้าสู่ร่างกายจะเข้าไปแบ่งตัวในเซลล์มะเร็ง จนเซลล์มะเร็งถูกทำลายในที่สุด

ไม่นาน สเตซี เออร์โฮล์ซ ก็ฟื้นตัวจากอาการไข้ ซึ่งผลการตรวจร่างกายในอีกหลายเดือนต่อมา พบว่าปริมาณเซลล์มะเร็งในร่างกายของ สเตซี เออร์โฮล์ซ ลดลงอย่างมาก เช่นเดียวกับก้อนเนื้อบนใบหน้าของเธอก็มีขนาดลดลง จนภายหลัง สเตซี เออร์โฮล์ซ ได้รับการยืนยันว่าหายขาดจากมะเร็งในช่วงตลอด 10 ปีที่ผ่านมา

แม้เคสของ สเตซี เออร์โฮล์ซ จะเป็นความสำเร็จของเทคโนโลยีการบำบัดมะเร็งด้วยไวรัส แต่การใช้ไวรัสรักษามะเร็งมีปัจจัยที่ต้องคำนึงหลายอย่าง ซึ่งการอ้างว่าการรับเชื้อไวรัสตามธรรมชาติจะช่วยรักษาโรคมะเร็งจึงเป็นการกล่าวอ้างที่เกินจริงและเป็นอันตราย

การระบาดของโรคหัดในสหรัฐฯ มาจากการฉีดวัคซีนลดลง

รายงานพบว่า การแพร่ระบาดของโรคหัดในสหรัฐฯ มาจากพื้นที่เขตตะวันตกของรัฐเท็กซัส โดยเฉพาะชุมชนเขตเกน เคาตี ที่มีอัตราการปฏิเสธวัคซีนสูงที่สุดคือ 18% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของรัฐเท็กซัสที่ 4%

รัฐเท็กซัสอนุญาตให้มีการปฏิเสธวัคซีนด้วยเหตุผลทางความเชื่อ นอกเหนือจากเหตุผลทางการแพทย์

สำหรับการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่จากโรคหัด ในแต่ละชุมชนจำเป็นต้องมีอัตราการฉีดวัคซีนที่สูงประมาณ 95% เพื่อการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ต่อโรคหัด

ดังนั้นการปฏิเสธวัคซีนสูงถึง 18% จึงเป็นสาเหตุทำให้ไวรัสโรคหัดกลับมาแพร่ระบาดอีกครั้งในชุมชนเกน เคาตี และแพร่ระบาดไปทั่วในเวลาต่อมา

ผู้เชี่ยวชาญต่อต้านการจัดปาร์ตี้โรคหัด

กระแสการจัดปาร์ตี้โรคหัดทางออนไลน์ สร้างความกังวลต่อบุคลากรทางการแพทย์อย่างมาก

จีนา พอสเนอร์ กุมารแพทย์จากศูนย์การแพทย์ MemorialCare Medical Group ในแคลิฟอร์เนีย ชี้แจงว่า เชื้อไวรัสโรคหัดมีความอันตราย แม้โอกาสจะทำให้ผู้ติดเชื้อเสียชีวิตจะต่ำ แต่ก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกายในระยะยาว

แอน หลิว รองศาสตราจารย์ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ในแคลิฟอร์เนีย อธิบายว่า แม้เด็กจะหายจากโรคหัดแล้ว แต่อาจมีความเสี่ยงจากการติดเชื้อหลายชนิด เช่น อาการสมองบวม นอกจากนี้ ไวรัสโรคหัดยังมีความสามารถลบความทรงจำในระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เด็กที่หายจากโรคหัดมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคอื่น ๆ มากขึ้น

วิลเลียม ชาฟฟ์เนอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ ศาสตราจารย์คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแวนเดอร์บิลต์ ย้ำว่า การติดเชื้อไวรัสโรคหัดและภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อเป็นเรื่องน่ากลัวอย่างมาก หากมีการจัดปาร์ตี้ใดที่เกี่ยวกับโรคหัด ก็ควรเป็นการรวมตัวกันเพื่อฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดที่จะมีประโยชน์มากกว่า

ข้อมูลอ้างอิง :

https://healthfeedback.org/claimreview/no-evidence-measles-prevents-cancer-heart-disease-can-lead-long-term-health-problems-instead/
https://www.healthline.com/health-news/vitamin-a-recommendation-measles-cdc#Takeaway
https://news.cancerresearchuk.org/2014/05/16/could-measles-cure-cancer-uh-not-exactly/
https://www.postbulletin.com/health/modified-measles-helped-stacy-erholtz-beat-cancer-ten-years-later-she-returned-to-rochester-to-celebrate

ดูข่าวเพิ่มเติม

หากได้รับอะไรมา อย่าเพิ่งแชร์ต่อ ส่งมาตรวจสอบกับ “ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์”
LINE :: @SureAndShare หรือคลิก http://line.sure.guru
FB :: https://www.facebook.com/SureAndShare
YouTube :: https://www.youtube.com/@SureAndShare
Twitter :: https://www.twitter.com/SureAndShare
IG :: https://instagram.com/SureAndShare
Website :: http://www.ชัวร์ก่อนแชร์.com
TikTok :: https://www.tiktok.com/@sureandshare

สมัครรับฟรี ชัวร์ก่อนแชร์ Newsletter ส่งถึงกล่องอีเมลของคุณทุกสัปดาห์ :: https://i.sure.guru/sureandshareNewsletter

หมายเหตุ : โฆษณาที่ปรากฏอยู่บนหน้าเว็บไซต์นี้ แสดงผลโดยอัตโนมัติจากบริษัทผู้ให้บริการโฆษณา ไม่ใช่การสนับสนุนหรือส่งเสริมจากศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์แต่อย่างใด

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ตึกถล่มพบเสียชีวิตเพิ่ม

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่าง

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ในพื้นที่โซน B และโซน C มีซากอาคารถล่มทับร่างอยู่ ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่างและค้นหาผู้สูญหายใต้ซากอาคารต่อเนื่อง

ชายวัย 50 ไหว้ขอโทษ ไม่มีเจตนากุเรื่องเมียท้อง 4 เดือน ติดใต้ซากตึก สตง.

ชายวัย 50 ปี ยกมือไหว้ขอโทษ ไม่มีเจตนากุเรื่องภรรยาท้อง 4 เดือน ติดใต้ซากอาคาร สตง.ถล่ม ด้านรอง ผบช.น. เตือนอย่าใช้โอกาสที่มีผู้ประสบเหตุสร้างความสงสารหลอกเอาทรัพย์สิน มีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน

ออกแล้ว! ผลตรวจเหล็ก 28 ชิ้น ตึก สตง.ถล่ม พบไม่ได้มาตรฐาน 13 ชิ้น

ผลตรวจตัวอย่างเหล็ก 28 ชิ้น ตึก สตง.ถล่มจากแผ่นดินไหว พบได้มาตรฐาน 15 ชิ้น ไม่ได้มาตรฐาน 13 ชิ้น ยังไม่สรุปเป็นสาเหตุตึกถล่ม ชี้ต้องดูหลายองค์ประกอบ

ข่าวแนะนำ

พ่อขอของขวัญวันเกิดให้ลูกชายรอดชีวิตจากตึก สตง.ถล่ม

พ่อของหนุ่มขอนแก่น วัย 35 ปี หนึ่งในผู้สูญหายจากอาคาร สตง.ถล่ม ขอของขวัญวันเกิดให้ลูกชายรอดชีวิต ส่วนหนุ่มช่างประปา วัย 32 ปี เหยื่อตึก สตง.ถล่ม เผาแล้ว แม่ยังทำใจไม่ได้ สะอื้นไห้หน้าเมรุ

“ชัชชาติ” เผยเตรียมกู้ 5 ร่างที่พบ-ขนย้ายชิ้นส่วนอาคารแล้ว 100 ตัน

ผู้ว่าฯ กทม. เผยเตรียมกู้ 5 ร่าง จาก 14 ร่างที่พบ ขนย้ายชิ้นส่วนอาคารแล้ว 100 ตัน ยันไม่ขีดเส้นตายหยุดช่วยเหลือ ปรับแผนเพิ่มการรื้อถอนด้วยเครื่องจักรหนักควบคู่ไปมากขึ้น