31 มีนาคม 2568
แปลและเรียบเรียงบทความ : อดิศร สุขสมอรรถ
ตรวจทานและพิสูจน์อักษร : คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล
ข้อมูลที่ถูกแชร์ :
ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคหัดในสหรัฐอเมริกา มีข่าวปลอมเกี่ยวกับโรคหัดและวัคซีนป้องกันโรคหัดเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยอ้างว่าสิ่งที่ต้องกังวลในช่วงการระบาดของโรคหัดไม่ใช่การติดเชื้อไวรัสโรคหัด แต่เป็นการฉีดวัคซีน MMR เนื่องจากอาการข้างเคียงจากวัคซีนมีความรุนแรงมากกว่าอาการจากการป่วยด้วยโรคหัด พร้อมอ้างว่าครั้งสุดท้ายที่ชาวอเมริกันเสียชีวิตจากโรคหัดเมื่อปี 2015 เกิดขึ้นกับผู้ที่ฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดอีกด้วย



บทสรุป :
- อาการข้างเคียงจากวัคซีน MMR มีเพียงเล็กน้อย
- ภาวะแทรกซ้อนจากโรคหัดมีความรุนแรงมาก
- ไม่มีหลักฐานว่าชาวอเมริกันที่เสียชีวิตจากโรคหัดเมื่อปี 2015 ได้รับวัคซีนโรคหัด
- วัคซีนลดการติดเชื้อโรคหัดได้มาก
FACT CHECK : ตรวจสอบข้อเท็จจริง :
อาการข้างเคียงจากวัคซีน MMR มีเพียงเล็กน้อย
ข้อมูลจากกระทรวงสุขภาพและบริการมนุษย์สหรัฐฯ ระบุว่า อาการข้างเคียงจากวัคซีน MMR ได้แก่การเป็นไข้ มีผื่นขึ้นตามตัวเล็กน้อย และต่อมน้ำเหลืองบวม
อาการข้างเคียงที่พบได้น้อย ยังรวมถึงอาการเจ็บบริเวณที่ฉีดยา อาการชักจากการมีไข้สูง และภาวะเกล็ดเลือดต่ำชั่วคราว
ภาวะแทรกซ้อนจากโรคหัดมีความรุนแรงมาก
แม้ผู้ป่วยโรคหัดส่วนใหญ่จะหายป่วยในเวลาเพียงสัปดาห์เดียว แต่มีผู้ป่วยโรคหัดถึง 3 จาก 10 รายที่พบอาการแทรกซ้อน เช่นการติดเชื้อในหูที่อาจนำไปสู่อาการหูหนวก รวมถึงโรคปอดอักเสบและสมองอักเสบ
ในบางรายที่หายจากโรคหัดนานนับปี ก็อาจเกิดอาการผิดปกติทางระบบประสาทและสมองที่ชื่อว่า Subacute Sclerosing Panencephalitis หรือ Dawson disease ส่งผลให้สมองเกิดการอักเสบ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด
สถิติพบว่า 1 ใน 5 ของผู้ติดเชื้อโรคหัดต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล และ 1 ใน 1,000 จะเสียชีวิต
แม้โรคหัดจะไม่ทำให้ผู้ติดเชื้อมีอันตรายถึงชีวิต แต่ไวรัสโรคหัดมีความสามารถในการลบความทรงจำจากระบบภูมิคุ้มกัน ก่อให้เกิดอาการที่เรียกว่าภาวะ Immune Amnesia ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันไม่สามารถจดจำการติดเชื้อที่เคยเกิดขึ้นในอดีต เพิ่มความเสี่ยงให้ผู้ป่วยเกิดการติดเชื้อซ้ำหลาย ๆ ครั้ง และเพิ่มโอกาสการเกิดอาการแทรกซ้อนมากขึ้น
การป่วยด้วยโรคหัดยังเพิ่มความเสี่ยงการป่วยเป็นโรคหัวใจ เช่น อาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ นอกจากนี้ ภาวะ Immune Amnesia ยังส่งผลให้ผู้ป่วยเสี่ยงติดเชื้อโรคต่าง ๆ เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจด้วยเช่นกัน
สตรีมีครรภ์ที่ป่วยเป็นโรคหัดเพิ่มความเสี่ยงต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลและป่วยด้วยอาการปอดอักเสบ รวมถึงผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ทั้งการแท้งและทารกตายระหว่างคลอด
ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าชาวอเมริกันที่เสียชีวิตจากโรคหัดเมื่อปี 2015 ได้รับวัคซีนโรคหัด
ก่อนการแพร่ระบาดของโรคหัดในสหรัฐฯ ช่วงต้นปี 2025 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจากโรคหัดในสหรัฐฯ เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี แต่มีข่าวลือว่า ก่อนหน้านี้ชาวอเมริกันคนสุดท้ายที่เสียชีวิตจากโรคหัด แท้จริงแล้วเป็นผู้ที่ฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดมาก่อน
ผู้เสียชีวิตรายดังกล่าว เป็นสตรีที่อาศัยอยู่ในรัฐวอชิงตัน ซึ่งรายงานของสำนักข่าว Seattle Times เมื่อปี 2016 ระบุว่าเธอผู้นี้ น่าจะเคยฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดสมัยที่ยังเป็นเด็ก แต่ผู้ปกครองของเธอไม่มีหลักฐานยืนยันการฉีดวัคซีนของลูกสาวแต่อย่างใด
ดังนั้น สถานะการฉีดวัคซีนของชาวอเมริกันที่เสียชีวิตจากโรคหัดเมื่อ 10 ปีแล้ว จึงไม่ใช่ผู้ฉีดวัคซีน แต่เป็นผู้ที่ไม่สามารถยืนยันการฉีดวัคซีน
นอกจากนี้ ผู้เสียชีวิตยังมีโรคประจำตัว และจำเป็นต้องใช้ยากดการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ก่อนที่เธอจะเสียชีวิตในเวลาต่อมาจากโรคปอดอักเสบ
ซึ่งการที่เธอใช้ยากดภูมิคุ้มกัน อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมวัคซีนป้องกันโรคหัดจึงไม่สามารถป้องกันเธอจากการติดโรคหัดได้
ผู้เชี่ยวชาญจึงมองว่า การเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคหัดปี 2015 เป็นการย้ำถึงความสำคัญของการรณรงค์วัคซีนโรคหัด เพราะนอกจากจะเป็นการป้องกันให้กับผู้ฉีดเองแล้ว ยังเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่เพื่อปกป้องสมาชิกในสังคม ผู้ที่ไม่สามารถรับวัคซีนหรือผู้ป่วยบางรายที่ต้องใช้ยากดภูมิคุ้มกันซึ่งทำให้การทำงานของวัคซีนไม่มีประสิทธิผลเท่าที่ควร
วัคซีนลดการติดเชื้อโรคหัดได้มาก
ในยุคก่อนการมีวัคซีนป้องกันโรคหัด สหรัฐฯ มีผู้ติดเชื้อโรคหัดปีละ 3-4 ล้านราย
กระทั่งการใช้วัคซีนป้องกันโรคหัดเป็นครั้งแรกในปี 1963 สหรัฐฯ มีผู้ติดเชื้อโรคหัดลดลงเหลือปีละหลักหมื่นราย
การรณรงค์วัคซีนโรคหัดอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้จำนวนผู้ติดเชื้อลดลงเหลือหลักพันรายต่อปีในทศวรรษที่ 1980s
การเริ่มแนะนำการฉีดวัคซีนโรคหัดเป็นเข็มที่ 2 ในทศวรรษที่ 1990s ส่งผลให้ระหว่างปี 1997-2013 จำนวนผู้ติดเชื้อโรคหัดในสหรัฐฯ มีไม่เกิน 220 รายต่อปี
ข้อมูลอ้างอิง :
https://healthfeedback.org/claimreview/side-effects-vaccination-arent-more-dangerous-measles-outbreaks/
https://www.factcheck.org/2024/01/scicheck-posts-mislead-about-measles-mmr-vaccine-amid-recent-outbreaks/
https://www.reuters.com/article/world/fact-check-mmr-vaccine-is-not-more-dangerous-than-measles-and-does-not-cause-mea-idUSKBN2861OT/
https://en.wikipedia.org/wiki/Measles_vaccine
หากได้รับอะไรมา อย่าเพิ่งแชร์ต่อ ส่งมาตรวจสอบกับ “ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์”
LINE :: @SureAndShare หรือคลิก http://line.sure.guru
FB :: https://www.facebook.com/SureAndShare
YouTube :: https://www.youtube.com/@SureAndShare
Twitter :: https://www.twitter.com/SureAndShare
IG :: https://instagram.com/SureAndShare
Website :: http://www.ชัวร์ก่อนแชร์.com
TikTok :: https://www.tiktok.com/@sureandshare
สมัครรับฟรี ชัวร์ก่อนแชร์ Newsletter ส่งถึงกล่องอีเมลของคุณทุกสัปดาห์ :: https://i.sure.guru/sureandshareNewsletter