fbpx

เตือน “กินหมูดิบ เสี่ยงไข้หูดับ” อาจหูหนวกถาวรหรือเสียชีวิต

สธ. 11 ก.ย.-กรมควบคุมโรค เตือนประชาชนหลีกเลี่ยงการรับประทานหมูดิบ หรือสุก ๆ ดิบ ๆ เสี่ยงติดเชื้อโรคไข้หูดับ อาจทำให้หูหนวกถาวรหรือถึงขั้นเสียชีวิต

วันนี้ (11 กันยายน 2564) นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากกรณีพบผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากโรคไข้หูดับ 5 อำเภอ ในจังหวัดน่านเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2564 นั้น กรมควบคุมโรค ได้สั่งการให้สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 (สคร. 1) จ.เชียงใหม่ มอบหมายให้ทีมปฏิบัติการลงสอบสวนโรคร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน เบื้องต้นพบผู้ป่วย 12 ราย อายุ 50-86 ปี เป็นเพศชาย ในจำนวนนี้เสียชีวิต 1 ราย และมีอาการหนักต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ 2 ราย เนื่องจากติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรุนแรง ทุกรายมีประวัติรับประทานเนื้อหมูดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ ที่ซื้อมาจากรถเร่วิ่งขายในหมู่บ้าน ผลการตรวจเลือดพบการติดเชื้อแบคทีเรีย สเตร็ปโตค็อกคัส ซูอิส (Streptococcus suis) หรือที่เรียกกันว่า ไข้หูดับ สำหรับกลุ่มเสี่ยงโรคนี้และจะมีอาการป่วยรุนแรง เนื่องจากมีภูมิต้านทานโรคต่ำ ได้แก่ ผู้ติดสุราเรื้อรัง ผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไตวาย โรคมะเร็ง และโรคหัวใจ


ด้านนายแพทย์สุเมธ องค์วรรณดี ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า จากการเฝ้าระวังในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนในปีนี้ ตั้งแต่ 1 มกราคม – 5 กันยายน 2564 มีรายงานผู้ป่วยโรคไข้หูดับ จำนวน 115 ราย เสียชีวิต 2 ราย จึงเร่งป้องกันปัญหาด้วยการให้ความรู้ประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน พะเยา แพร่ ลำปาง แม่ฮ่องสอน และน่าน

นายแพทย์สุเมธ กล่าวอีกว่า เชื้อแบคทีเรียสเตร็ปโตค็อกคัส ซูอิส จะอยู่ที่โพรงจมูกและอยู่ในเลือดของหมูที่กำลังป่วย และสามารถติดเชื้อสู่คนได้ ทั้งนี้ หลังติดเชื้อ 1-3 วัน จะมีอาการป่วยที่พบได้บ่อย คือ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ อาการสำคัญ เช่น มีไข้สูง ปวดศีรษะ คอแข็ง อาเจียน สับสน ส่วนใหญ่สูญเสียการได้ยินจนถึงขั้นหูหนวกถาวร หากมีอาการดังกล่าว ต้องรีบพบแพทย์ทันทีและแจ้งประวัติการกินหมูดิบและสัมผัสเนื้อหมูให้แพทย์ทราบ จะช่วยให้วินิจฉัยและรักษาได้อย่างรวดเร็ว สำหรับวิธีการป้องกันโรคไข้หูดับ มีดังนี้


  1. ควรบริโภคอาหารที่ปรุงสุกด้วยความร้อน ทำสดใหม่ โดยเฉพาะเนื้อหมู ควรเลือกซื้อเนื้อหมูจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และผ่านการตรวจสอบมาตรฐานจากกรมปศุสัตว์ เช่น ตลาดสดหรือห้างสรรพสินค้า ไม่ซื้อเนื้อหมูที่มีกลิ่นคาว สีคล้ำ ควรแยกอุปกรณ์ที่ใช้หยิบเนื้อหมูสุกและดิบออกจากกัน และไม่ใช้เขียงของดิบและของสุกร่วมกัน
  2. ไม่สัมผัสเนื้อหมูและเลือดดิบด้วยมือเปล่า โดยเฉพาะผู้เลี้ยงหมู ผู้ที่ทำงานในโรงฆ่าสัตว์ ผู้ที่ชำแหละเนื้อหมู สัตวบาล สัตวแพทย์ ควรสวมรองเท้าบู๊ทยาง สวมถุงมือ รวมถึงสวมเสื้อผ้าที่รัดกุมระหว่างทำงาน หากมีบาดแผลต้องปิดแผลให้มิดชิด และล้างมือหลังสัมผัสกับหมูทุกครั้ง โดยประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422 .-สำนักข่าวไทย
ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

เปิดภาพสเก็ตช์ เร่งล่าคนร้าย มีดจี้นักเรียนไปล่วงละเมิดในป่า

ตำรวจเปิดภาพสเก็ตช์เร่งล่าคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น ก่อเหตุใช้มีดจี้นักเรียนสาวหน้าตาดี อายุ 17 ปี ไปล่วงละเมิดในป่าละเมาะท้ายหมู่บ้าน

สธ.เปิดแผนฉีดไฟเซอร์ในเด็กอายุ 12 ขึ้นไป

สธ.เปิดแนวทางฉีดวัคซีนไฟเซอร์ในเด็กอายุ 12-17 ปี จำนวน 4.5 ล้านคน เริ่มฉีดจริง 4 ต.ค.นี้ ภายใต้เงื่อนไขต้องได้รับอนุญาตจากผู้ปกครอง พร้อมจัดทำคู่มือการฉีดวัคซีนไฟเซอร์

ข่าวแนะนำ

อยุธยาระดับน้ำทรงตัว-โคราชเร่งติดตั้งเครื่องระบายน้ำ

จ.พระนครศรีอยุธยา ติดตั้งแนวบังเกอร์บริเวณวัดไชยวัฒนาราม เสร็จเรียบร้อยแล้ว แม่น้ำเจ้าพระยาวันนี้ระดับน้ำลดลง ส่วน จ.นครราชสีมา เร่งติดตั้งเครื่องระบายน้ำ หลังปริมาณน้ำแม่น้ำมูล ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

นั่งรถไฟ-เที่ยวเทศกาลลูกชิ้นยืนกิน บุรีรัมย์

การรถไฟฯ เปิดให้บริการขบวนรถโดยสาร 7 ขบวน อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ต้องการเดินทางเที่ยวเทศกาลลูกชิ้นยืนกิน สถานีรถไฟบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 18-24 กันยายน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ และกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น

เริ่ม 24 ก.ย.นี้ ทยอยฉีดเข็ม 3 กระตุ้นภูมิ

โฆษกรัฐบาล เผย 24 ก.ย. เตรียมฉีดเข็ม 3 กระตุ้นภูมิเป็นวันแรก ขณะที่ 4 ต.ค. ดีเดย์ฉีดไฟเซอร์ให้นักเรียน ยันวัคซีนยังทยอยเข้ามา มั่นใจเพียงพอแน่นอน ย้ำนายกฯ กำชับเร่งฉีดทุกกลุ่มให้ได้ตามเป้า