ฉีดวัคซีนเสริมภูมิ เรียนสุขใจ แม้ออนไลน์

กรุงเทพฯ 30 ส.ค.-สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง รวมถึงเด็กนักเรียนได้รับผลกระทบต่อวิถีชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงไปมากจากภาวะปกติ หลังผลวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดล สำรวจพบเรียนออนไลน์ส่งผลเด็กเกิดภาวะเครียด การบ้านเยอะ


จากการวิจัยของศูนย์พัฒนาองค์ความรู้ด้านกิจกรรมทางกายประเทศไทย สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล สำรวจข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมและผลกระทบจากการเรียนออนไลน์ พบว่า สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้เด็กไทยมีพฤติกรรมเนือยนิ่ง เพิ่มขึ้นเป็น 14 ชั่วโมงต่อวัน เพราะส่วนใหญ่เรียนออนไลน์ นั่งหน้าจอทั้งวันส่งผลกระทบต่อสายตา รับประทานอาหารตามใจทั้งวันเสี่ยงภาวะอ้วน และที่น่าเป็นห่วงเด็กไทยมีกิจกรรมขยับร่างกายลดลงเหลือเพียง 17 % อาจส่งผลต่อการเรียนรู้เเละเจริญเติบโต เด็กอาจติดเป็นนิสัยในอนาคต

แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดเผยจากข้อมูลพบว่า ช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้มีผู้ใช้บริการสายด่วน สุขภาพจิต 1323 เพิ่มขึ้นมีจำนวนมาก นอกจากนี้จากสถานการณ์การแพร่ระบาดส่งผลต่อการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละครอบครัวเป็นอย่างมาก เกิดปัญหาส่งผลกระทบรุนแรงต่อเด็กและเยาวชนซึ่งอาจยังไม่มีภูมิคุ้มกันเพียงพอ ขาดทักษะที่จำเป็นหลายอย่างในการรับมือกับสถานการณ์วิกฤติเช่นนี้ รวมถึงการเรียนออนไลน์ที่สถานศึกษาจัดการเรียนการสอนให้นักเรียนเรียนผ่านหน้าจอ เป็นสิ่งที่แปลกใหม่และมีข้อจำกัดมากมาย สามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของทั้งผู้สอนและผู้เรียนอย่างมาก โดยเฉพาะเด็กและวัยรุ่นที่มีปัญหาสุขภาพจิตอยู่เดิม ซึ่งโดยทั่วไปแล้วผู้ใหญ่ในครอบครัวสามารถเป็นแหล่งที่พึ่งทางใจให้เด็กที่กำลังประสบปัญหาได้ โดยช่วยบรรเทาความวิตกกังวลและปลอบประโลมใจให้ในสถานการณ์เช่นนี้


ขณะที่นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ตามแผนงานถ้าวัคซีนไฟเซอร์เข้าไทยเดือนตุลาคมจะสามารถฉีดให้กับเด็กๆ อายุ 12 -18 ปีได้ หากนักเรียนระดับชั้นมัธยมและอาชีวศึกษาได้รับการฉีดวัคซีนครอบคลุม เชื่อว่าจะสามารถเปิดการเรียนการสอนตามปกติได้ในภาคเรียนที่สอง ช่วงเดือนพฤศจิกายน หรือเดือนธันวาคม ซึ่งทางกระทรวงศึกษาธิการได้เตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดเทอมไว้แล้ว ในส่วนของอาชีวศึกษาขณะนี้พบว่า ร้อยละ 99 ของครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับการฉีดวัคซีนแล้วจำนวน 1 เข็ม และร้อยละ 50 ได้รับจำนวน 2 เข็ม.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ทีมกู้ภัยเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายแผ่นดินไหวเมียนมา

ทีมกู้ภัยยังเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายจากเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมา แม้จะผ่านมา 4 วันแล้ว จนกลิ่นศพเริ่มคละคลุ้งไปทั่ว ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตใกล้แตะหลัก 3,000 ราย

ตึกถล่มพบเสียชีวิตเพิ่ม

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่าง

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ในพื้นที่โซน B และโซน C มีซากอาคารถล่มทับร่างอยู่ ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่างและค้นหาผู้สูญหายใต้ซากอาคารต่อเนื่อง

ข่าวแนะนำ

ค้นหาผู้สูญหายตึกถล่ม

ผู้ว่าฯ กทม. สั่งปรับแผนค้นหาผู้สูญหายตึกถล่ม

ครบ 7 วันเหตุแผ่นดินไหว อาคารถล่ม ล่าสุดผู้ว่าฯ กทม. สั่งปรับแผนค้นหาผู้สูญหาย ใช้เครื่องจักรหนักรื้อถอนทุกโซน เบื้องต้นพบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมอีก 2 ร่าง ยังไม่สามารถนำออกมาได้

เจาะโซน C และ D สำเร็จ อีก 1 เมตรถึงลิฟต์-บันไดหนีไฟ

กู้ภัย เผยเจาะโซน C และ D ได้สำเร็จ อีก 1 เมตรถึงลิฟต์และบันไดหนีไฟ เชื่อมีผู้สูญหายติดอยู่โซนนี้จำนวนมาก หลังพบเสียงขอความช่วยเหลือจากโซน B ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา

ลุ้นช่วยผู้รอดชีวิต หลังพบสัญญาณชีพ

ปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายจากอาคาร สตง.ถล่ม ยังเดินหน้าต่อเนื่อง ขณะนี้ในพื้นที่เสียงเครื่องจักรหนักหยุดลง เป็นสัญญาณว่าทีมกู้ภัย ทั้งเจ้าหน้าที่ค้นหาและสุนัข K9 กำลังเข้าไปเดินสำรวจหลายจุด ซึ่งปฏิบัติการตลอดทั้งวันนี้เน้นจุดโซน B หลังจากช่วงคืนที่ผ่านมา (2 เม.ย.) มีสัญญาณตอบกลับจากผู้ที่คาดว่าจะรอดชีวิต

สภาฯ ถก 11 ญัตติ หาทางรับมือแผ่นดินไหว-ภัยพิบัติ

สภาฯ ถก 11 ญัตติ หาทางรับมือแผ่นดินไหว-ภัยพิบัติ ชง “ครม.” ผุดมาตรการตรวจสอบ “บ.รับจ้าง” ขึ้นบัญชีดำผู้รับเหมา หวังป้องกันเหตุซ้ำรอยตึก สตง. ถล่ม