ภูมิภาค 22 ต.ค. – แม่น้ำท่าจีนยังวิกฤติ น้ำเอ่อล้นเขื่อนกั้นทะลักท่วมบริเวณชั้นใต้ดินโรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยายมราช ส่วน จ.พระ นครศรีอยุธยา เร่งอพยพผู้สูงอายุออกจากบ้าน หลังระดับในแม่น้ำน้อยเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง
ระดับน้ำแม่น้ำท่าจีน อยู่ที่ 6.42 เมตร เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 5 ซม. สูงกว่าถนนพระพันวษา 82 ซม. ต่ำกว่าแนวสันเขื่อนคลองหัวเวียง 20-25 ซม. ส่งผลมวลน้ำเอ่อล้นเขื่อนกั้นทะลักท่วมบริเวณชั้นใต้ดินโรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยายมราช อยู่ติดกับริมฝั่งแม่น้ำท่าจีนแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล และเจ้าหน้าที่จากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติพุเตย และจิตอาสา เข้ามาช่วยกันกรอกกระสอบทรายไปวางทำแนวกั้นรอบแนวโรงพยาบาล ชั้นใต้ดิน และโดยรอบด้านข้าง ด้านหลัง ที่ติดกับริมฝั่งท่าจีน เนื่องจากน้ำได้ซึมจากท่อระบายน้ำมายังชั้นใต้ดิน ซึ่งโรงพยาบาลได้มีการสำรองจุดรับส่ง เคลื่อนย้ายผู้ป่วย โดยมีการเตรียมสร้างสะพานติดกับขอบสะพานอาชาสีหมอก เชื่อมต่อถนน ทำเป็นจุดรับส่งผู้ป่วย ส่วนบริเวณพื้นที่โดยรอบตัวเมืองเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี พื้นที่เศรษฐกิจ บรรดาห้างร้านต่างๆ เริ่มก่อแนวกำแพงกั้นน้ำแล้ว หวั่นน้ำทะลักเข้าท่วม
บินสำรวจลุ่มน้ำท่าจีน วางแนวทางแก้น้ำท่วม
ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บินสำรวจปริมาณน้ำลุ่มน้ำท่าจีน ในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี และใกล้เคียง หลังอิทธิพลร่องมรสุมทำให้ฝนตกกระจายทั่วพื้นที่ ในเขตพื้นที่รับน้ำเหนือเขื่อนกระเสียวในเขต อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี และ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี จนทำให้มีปริมาณน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำกระเสียวอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ ขอให้กรมชลประทานไปวางแนวทางการรองรับน้ำ พร่องน้ำที่จะมาอีกก้อน และแนวทางการกระจายน้ำไปยังพื้นที่ทุ่งรับน้ำอื่นๆ พร้อมขอความร่วมมือจากหลายๆ ฝ่าย ลดปริมาณน้ำ และเร่งระบายน้ำ เพื่อที่จะผลักดันน้ำในหลายพื้นที่ใน จ.สุพรรณบุรี ซึ่งอยู่ในตอนล่าง แต่หากผลักดัน น้ำจากตอนล่างของ จ.สุพรรณบุรี น้ำจะไหลไปยัง จ.นครปฐม จะหาทางแก้อย่างไร ซึ่งกรมชลฯ จะต้องวางแผนศึกษาให้รอบคอบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน สำหรับปริมาณน้ำในปี 64 ถือว่ามีปริมาณมากกว่าปี 54 บริเวณแม่น้ำสะแกกรัง แม่น้ำเจ้าพระยา ค่อนข้างเยอะ

เร่งอพยพผู้สูงอายุออกจากบ้าน หลังน้ำท่วมสูง
ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำหน้าวัดไชยวัฒนาราม ยังสูงอยู่ที่ระดับ 130 เมตร ซึ่งเป็นผลการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยายังสูงอยู่ที่ 2,758 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และเขื่อนพระราม 6 ระบายที่ 721 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ชาวบ้านที่ริมแม่น้ำนอกแนวคันกั้นน้ำ ระดับน้ำสูงกว่า 2 เมตร ผู้ที่ประกอบกิจการต่างๆ ได้รับผลกระทบ อย่างเช่นอู่ซ่อมรถอยู่ริมถนนเสนา-ผักไห่ อู่ถูกน้ำท่วม ขณะที่ชาวบ้านใน ต.หัวเวียง อ.เสนา ต้องใช้เรือพายเข้าออกบ้านเรือน และช่วยอพยพ ผู้สูงอายุออกจากบ้าน หลังระดับในแม่น้ำน้อยเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง บางบ้านไม่สามารถพักอาศัยได้ ต้องย้ายออกไปอยู่ยังพื้นที่ที่ทางราชการจัดไว้ให้.-สำนักข่าวไทย