กรุงเทพฯ 31 ส.ค. – “เชาว์” ชี้ “เพื่อไทย” หมดความชอบธรรม หยุดดึงดันกอดอำนาจ หลังคำวินิจฉัยศาล รธน. ชี้ชัด “อิ๊งค์” อ่อนด้อย-กระทบมั่นคง-ไม่คำนึงประโยชน์ชาติ เตือนทุกพรรคคิดกอดศพ ระวังถูกประชาชนลงโทษ
นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ Facebook Chao Meekhuad เรื่องเพื่อไทยหมดความชอบธรรม : ผู้นำรักษาประโยชน์กัมพูชามากกว่าชาติตัวเอง มีเนื้อหาระบุว่า ความพยายามของพรรคเพื่อไทยที่จะจับมือกับขั้วเดิม พร้อมทั้งพยายามดึงพรรคประชาชนเข้ามาเติมเสียง เพื่อรักษาอำนาจในการจัดตั้งรัฐบาลต่อไป โดยไม่คิดทบทวนบทเรียนของตัวเอง ทั้งที่เสียงส่วนใหญ่ของประชาชนได้แสดงออกอย่างชัดเจนแล้วว่า “ไม่เอาเพื่อไทย” คือสิ่งที่สะท้อนความดื้อดึงทางการเมือง และเป็นการเมินเฉยต่อความจริงที่ว่าหลายปัญหาของประเทศ โดยเฉพาะความขัดแย้งเรื่องเขตแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งกระทบถึงความมั่นคงของชาติ มีรากมาจากการบริหารของพรรคเพื่อไทยเอง
คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญได้ตอกย้ำชัดใน 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
1.การแบ่งข้างในเชิงความมั่นคง : น.ส.แพทองธาร กล่าวถึงตนเองและสมเด็จฮุน เซน ว่าเป็น “เรา” ขณะที่ตำหนิแม่ทัพภาคที่ 2 ว่าอยู่ฝ่ายตรงข้ามและไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ พฤติการณ์ดังกล่าวเป็นการสร้างภาพการแบ่งฝ่ายระหว่างรัฐบาลกับกองทัพ และแสดงความอ่อนแอทางการเมืองภายในประเทศต่อคู่ขัดแย้งอย่างกัมพูชา อันเป็นการเปิดช่องให้ต่างชาติเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในได้
2.การยอมจำนนต่อผลประโยชน์ส่วนตัวและการเมือง : น.ส.แพทองธาร ใช้ถ้อยคำขอความเห็นใจและความช่วยเหลือจากสมเด็จฮุน เซน เพื่อบรรเทาคำวิจารณ์ในประเทศ และโน้มน้าวให้มีการเปิดด่านพร้อมกัน โดยไม่ตั้งเงื่อนไขหรือรักษาผลประโยชน์ของชาติ แต่กลับเอื้อให้ฝ่ายกัมพูชายื่นข้อเรียกร้องได้ตามใจ สะท้อนว่าการกระทำทั้งหมดมุ่งรักษาความสัมพันธ์ส่วนตัวและคะแนนนิยมทางการเมือง มากกว่าความมั่นคงและผลประโยชน์สูงสุดของชาติ
นายเชาว์ ระบุต่อว่า เมื่อเป็นเช่นนี้ พรรคเพื่อไทยจึงไม่อาจอ้างความชอบธรรมใดๆ ได้อีกต่อไป หากยังฝืนดิ้นรนจัดตั้งรัฐบาลต่อ นั่นคือการปิดหูปิดตาต่อความจริงและเสียงประชาชน
“คำแนะนำเดียวที่ควรทำคือไปอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้ถ่องแท้ และเงี่ยหูฟังเสียงคนในชาติ เพราะเพื่อไทยได้หมดความชอบธรรมที่จะบริหารประเทศต่อแล้วอย่างสิ้นเชิง พรรคการเมืองใดก็ตามที่ยังคิดกอดศพเพื่อไทย ต้องตระหนักด้วยว่ามือที่โอบอุ้มซากย่อมติดกลิ่นไม่พึงประสงค์ เมื่อไรที่ลงสนามเลือกตั้งย่อมได้รับบทเรียนจากประชาชน” อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ระบุทิ้งท้าย.-312-สำนักข่าวไทย